สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

อนุพงษ์ เผ่าจินดา หารือเรื่องอุบัติเหตุทางถนนในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำว่าไม่สามารถจับคนฝ่าฝืนกฎจราจรได้ทั้งหมด แต่ต้องมีการส่งเสริมให้คนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และมีการดำเนินการเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดปี

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีกครั้ง ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า สิ่งที่ท่านถามมาก็ตรงและเป็นความเป็นจริง และแนวคิดของท่านก็ถูกต้อง ผมเรียนชื่นชมผู้ถามว่าเราต้องถอดบทเรียนอย่างที่ท่าน ได้เกริ่นในคำถามที่ ๒ นี้เพื่อสร้างจิตสำนึกตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กนี้มี ๒ สถาน ตัวเขาเองก็จะ เกิดมา แล้วก็จะอยู่ในบริบทของการใช้รถใช้ถนนที่ถูกที่ต้องที่ควร นอกจากนั้นท่านก็บอกว่า เขาอาจจะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว อันนี้ก็มีการพยายามทำอยู่ใน คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนน ก็ถือว่าปัญหาเรื่องนี้มีการพยายามที่จะเอาเรื่องนี้ เข้าไปอยู่ในหลักสูตรของการเรียนหนังสือที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ เพราะในคณะกรรมการ ก็มีกระทรวงศึกษาธิการเขาไปอยู่ด้วยที่จะพยายามทำให้เกิดขึ้น เรื่องของการสูญเสียก็เป็น อย่างที่ว่านี้ กรุงเทพมหานครก็จะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมาก มีการใช้รถใช้ถนน มากอย่างที่ทุกคนเห็นอยู่แล้ว เราจะมีปัญหาเรื่องของอุบัติเหตุสูง ก็เนื่องมาจาก ๒ เรื่องด้วยกัน คือมีคนใช้รถใช้ถนนมาก เรามีทางร่วมทางแยกมาก แล้วผู้ที่ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือไม่มีวินัย ไม่มีวัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนน เมื่อท่านถามว่า รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไร กระผมก็เรียนย้ำอีกทีว่า ๑ เรื่องที่สามารถเรียนท่าน ได้เลย รัฐบาลนี้ถือว่าอุบัติภัยทางถนนเป็นวาระสำคัญ นโยบายของรัฐบาลนี้โดยท่าน นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้มีการดำเนินการเรื่องของอุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่เฉพาะช่วง เทศกาลสำคัญ แต่ให้ทำตลอดปี นโยบายเรื่องแรก ทำอย่างไรทำตามมาตรการที่มีอยู่ ทั้งการที่จะสร้างให้คนมีวินัยกับบังคับใช้กฎหมาย แล้วทำอย่างไร ทำลงไปในพื้นที่ ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนในการดำเนินการในเรื่องนี้ทั้งสิ้น อันนี้ผมเรียนว่ามีอยู่แล้วในการดำเนินการ แต่ขอย้อนกลับไปว่า ถ้าสังคมเรานึกว่าเราจะต้อง จับให้ได้แล้วลงโทษให้ได้ ผมเรียนย้ำเราทำได้ส่วนเดียวเท่านั้น เพราะยังมีคนอีกหลายส่วน ที่เขาทำแล้วเราไปจับไม่ได้ อาจจะช่วงใดเวลาหนึ่งเขาขับรถเร็ว เขาขับรถผิดกฎจราจร ที่ไม่น่าทำ แต่มันไม่เกิดอุบัติเหตุแต่เขาทำ เราก็ไม่ได้จับ วัฒนธรรมของคนใช้รถใช้ถนน มันก็จะเพี้ยนไปอย่างนี้ตลอด แล้ววันหนึ่งเขาก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีการสูญเสีย มีคนตาย เพราะฉะนั้นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสังคมนี้ต้องทำ เป็นโอกาสเดียวเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่ท่านผู้ถามกระทู้ได้เรียนเสนอแนะสังคมแล้วว่า จะต้องใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสูญเสีย ที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวคุณหมอกระต่ายมาทำให้สังคมเราเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น ผมเรียนย้ำว่า รัฐบาลมีการทำ แต่ถ้าสังคมไม่ทำ ผมอาจจะเรียนท่านได้ว่าไม่มีทางสำเร็จ ท่านคิดว่ารัฐบาลจะออกกฎหมายอย่างไร เอาตำรวจไปจับกี่คน กี่ที่ กี่ทางม้าลาย จึงจะทำให้ คนพวกนี้ไม่ทำผิดกฎจราจร จะขับรถโดยมีวินัยเป็นไปไม่ได้ ผมเรียนว่าสังคมใดจะดี คนในสังคมนั้นต้องดี โดยรวมจะมีคนฝ่าฝืน นั่นล่ะค่อยไปจัดการคนฝ่าฝืน แต่ถ้าคนในสังคม ใช้รถใช้ถนนอย่างที่เป็น ผมว่าโอกาสยากแต่ก็ไม่ย่อท้อที่จะทำ เรามีโครงการที่จะต้องมี ความปลอดภัยทางถนนตลอดปีทุกพื้นที่จะลดด่านลงบ้าง เราจะโหมในช่วงเทศกาล ในช่วงอื่นลดด่านลงบ้าง แต่มาตรการก็พยายามเข้มข้นในการที่จะบังคับใช้กฎหมาย แต่เรียนนะครับ ใช้คน ใช้เครื่องมือไปคอยจับ จะไม่ช่วยในเรื่องนี้ ต้องทำให้คนในสังคม ตระหนัก ท่านได้เสนอสิ่งที่มีคุณค่ามาตั้งแต่เริ่มคำถาม ข้อ ๒ ท่านบอกท่านจะทำให้เยาวชน อันนั้นละครับคือสิ่งที่เริ่มต้น หรืออาจจะพูดได้ว่าท่านพยายามจะไปเปลี่ยนแปลงคนที่โตแล้ว โดยให้เด็กไปช่วยสอน ก็เป็นหัวใจเหมือนกันเพราะคนพวกนี้ในการถอดบทเรียนครั้งนี้ จะต้องทำอย่างไรให้คนตระหนักว่า เขาใช้รถใช้ถนนแบบนี้ไม่ได้ เขาเคยรู้ไหมว่าความเร็ว ที่เขาขับไป ๗๐ กิโลเมตรไม่เกินกฎหมาย แต่ถ้ามีคนโผล่มาเขาเบรกไม่ทัน แน่นอนอันนี้ เป็นสิ่งที่เขาต้องตระหนัก ในกฎหมายเขียนไว้เขาต้องชะลอ โทษแค่ปรับ แต่ถ้ามีคน ถึงแก่ชีวิตต้องติดคุก ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งตอนนี้ว่าใช้กฎหมายที่มีให้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แล้วสร้าง กระแสให้คนรู้ว่าสิ่งที่ท่านทำนี่ผิดกฎหมาย ท่านขับรถเร็วผิดแล้ว ท่านดื่มสุราขับรถผิดแล้ว และโทษติดคุก ขอให้เขาตระหนักก่อนแล้วเขาต้องพยายามที่จะใช้รถใช้ถนนที่ดี ในช่วงนี้ ก็อาจจะต้องหามาตรการทำให้คนที่ขับรถทั้งหมดได้มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างแท้จริง มันจึงจะ สร้างความปลอดภัยได้ ผมตอบสรุปข้อนี้ว่ารัฐบาลมีหมด เราพยายามจะปรับมาตรการ หน่วยงานที่ประชุมกันพยายามจะกลับไปแก้กฎหมายตัวเอง ท่านก็จะเห็นหลายอัน มีการตัดแต้มตัดอะไร แต่ว่ามันเป็นการบังคับใช้กฎหมาย จะให้คนดี แต่ผมอยากบอกว่า จะทำให้คนดีจะต้องมีมาตรการอย่างอื่นที่ท่านได้กรุณาเรียนแล้วว่า ไปสอนเด็กไหม ไปทำให้สังคมตระหนักไหม อันนี้ผมชอบในสิ่งนี้ ที่มันจะทำให้สังคมส่วนรวม โดยพื้นดี จะเหลือแต่คนที่ต้องบังคับใช้กฎหมายเท่านั้นที่เราจะต้องไปคอยจับ อย่างนี้ มันถึงจะลดได้ ก็รับว่าในเรื่องนี้ต้องถอดบทเรียนตามที่ท่านได้เสนอแนวคิดมา แล้วต้องละเอียด ทำอย่างไรที่ต้องไปทำให้คนพวกนี้ดีขึ้น คือใช้รถใช้ถนนตามกฎจราจร มีวินัย มีวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่ดี ก็เรียนว่ารัฐบาลมีแนวทางที่ทำ แล้วก็คงจะถือโอกาส อันยิ่งใหญ่นี้ทำให้เกิดขึ้นในสังคมเรา