จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ตั้งคำถามถึงความจริงจังของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฝุ่นละอองและหมอกควันข้ามพรมแดน พร้อมเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและวางแผนระยะยาวเพื่อปกป้องสุขภาพและอนาคตของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณา บรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาของผมเพื่อเข้าสู่วาระการถามกระทู้ ในวันนี้ผมมีคำถามมาถึง ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของความมั่นคงโดยรวมทางสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบมาเป็น ลูกโซ่มาสู่ปัญหาเศรษฐกิจ มาสู่ปัญหาความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหามลพิษต่าง ๆ ถือว่าเป็นปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญมา แบบจะกลับก็ไม่ได้จะไปก็ไม่ถึง กล่าวคือเราไม่สามารถย้อนกลับไปวันที่เรามีทรัพยากร เพียงพอต่อทุกคนได้ ไม่สามารถย้อนกลับไปวันที่อากาศจะตรงตามฤดูกาลที่วางไว้ ไม่สามารถย้อนกลับไปยังการทำอุตสาหกรรมหนัก หรืออุตสาหกรรมแบบเก่า ๆ ได้ ในขณะเดียวกันการเดินต่อก็เต็มไปด้วยทางเดินที่ขลุกขลัก ซึ่งผมขอเรียกมันว่าความทุกข์ ทั้ง ๓ ประการ ทุกข์ทรมานมาก ประเด็นที่ ๑ เราต้องทนอยู่กับภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นในทุกวัน ทุกวินาที ต้องทนอยู่กับความสับสนกับฤดูกาลที่ผันแปร หรือที่เราเรียกว่าไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ต้องทนทุกข์กับทรัพยากรที่ร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ที่กลายเป็นโดมิโน เอฟเฟกต์ (Domino effect) ไปสู่ทุกประเด็นในวงกว้าง ดังนั้น การปกป้องและการดูแล ไม่ให้สิ่งแวดล้อมต้องแย่ลงกว่านี้คือ หน้าที่ของทุกรัฐบาลที่ดีที่พึงกระทำทั่วโลก โดยปัญหา สิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยเรื้อรัง และรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจะ ไม่กล่าวถึงเลยเป็นไปไม่ได้ก็คือ เรื่องปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หากพูดถึงปัญหาฝุ่นควัน ผมมั่นใจว่าทางท่านก็จะทราบถึงสาเหตุหลักว่ามันเกิดจากอะไร เราประชุม เราถอด ชุดความรู้ ถอดชุดความคิดมากมายหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเผากลางแจ้ง เผาการเกษตร ด้านการขนส่ง การผลิตไฟฟ้าถ่านหิน การก่อสร้างต่าง ๆ การปล่อยก๊าซจาก โรงอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ยังมีปัญหาอีกอันหนึ่งที่เราหลุดไปไม่ได้และเราไม่ค่อยได้แตะก็คือปัญหาหมอกควัน ข้ามพรมแดน วันนี้ผมอยากจะมาถามหาถึงความจริงใจในการจะแก้ไขปัญหานี้ เพราะที่ผ่านมา เราแทบจะไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมหรือแน่นอนหรือแน่ชัดเลยว่า รัฐบาลต้องการจะแก้ไข ปัญหานี้อย่างจริงจัง ราวกับว่ารัฐบาลตั้งใจปล่อยปละละเลยปล่อยให้พวกเราอยู่กับปัญหา ฝุ่นควันขนาดเล็กนี้ไปเรื่อย ๆ หรือเพราะมันไปขัดผลประโยชน์กับกลุ่มทุนใดกลุ่มหนึ่ง ที่สนับสนุนท่านอยู่หรือไม่ ซึ่งทางออกในการแก้ไขปัญหานี้คือการแก้ไขปัญหาทางการทูต หรือด้านการต่างประเทศ เราได้ไปร่วมบนเวทีนานาชาติทางสิ่งแวดล้อมมาหลายวาระ หลายเวทีมาก ประเทศไทยสามารถที่จะยกระดับในการพูดคุยแลกเปลี่ยนหาทางออก ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนได้ แต่ไม่รู้ว่าทางรัฐบาลได้ทำ ได้เจรจา ได้หารือถึงปัญหา ประเด็นนี้หรือไม่อย่างไร ไม่ว่ายกตัวอย่าง การประชุมรัฐภาคีกรอบ อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๒๖ หรือ คอป ๒๖ (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ที่จบลงเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายที่จะรักษา อุณหภูมิของโลกไม่ให้เพิ่มเกิน ๒ องศาเซลเซียส และให้ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ ๑.๕ องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ การเพิ่มการปลูกต้นไม้ การลด การปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) การลดการใช้ถ่านหินและมาตรการทางการเงินต่าง ๆ อีกทั้งยังมีเรื่องของปารีส อะกรีเมนต์ (Paris Agreement) ที่ตั้งเป้าระยะยาวและคล้ายคลึง กับการประชุมคอป ๒๖ (COP26) และประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมและได้ลงสัตยาบันเป็นภาคี ตกลงปารีสเมื่อ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๙ รวมไปถึงการประชุมสุดยอดผู้นำ แผนงาน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ๖ ประเทศ หรือ จีเอ็มเอส (GMS) ภายใต้ หัวข้อหลัก จีเอ็มเอส (GMS) พลิกฟื้นความแข็งแกร่ง เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทาย ด้านทศวรรษใหม่ซึ่งโฟกัส (Focus) เรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน การประชุมนานาชาติ และข้อตกลงทั้งหมดคือกุญแจ คือทางออกที่จะนำทางเดินไปสู่การแก้ไขปัญหาบรรเทา ต่าง ๆ โดยเฉพาะหมอกควันข้ามแดน ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เห็นหรือไม่ได้คว้าโอกาสนี้ไว้ ใช่หรือไม่ กลับมาถึงต้นตอการเกิดฝุ่นในประเทศ ความตั้งใจในการแก้ปัญหาของท่าน และรัฐบาลของท่านอยู่ที่ไหนครับ ไม่ว่าจะเป็นการตัดงบในด้านการสิ่งแวดล้อม เท่าที่ผ่านมา เห็นแต่การแก้ไขปัญหาแบบผักชีโรยหน้า ไม่มีแผนระยะยาวที่จับต้องได้ให้เราเห็น หรือไว้วางใจได้เลยปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบรุนแรง ในอีกไม่กี่ปี ข้างหน้าไปยังลูกหลานเราจะปล่อยให้ปัญหานี้ส่งต่อไปยังรุ่นต่อไปจริง ๆ หรือครับ เราควร จะหยุดวัฏจักรความโหดร้ายนี้ไว้ที่ตรงนี้ใช่หรือไม่ จากที่กล่าวมาทั้งหมดก็จะขอเข้าสู่ประเด็น คำถามที่ ๑ ว่าแผนการแก้ไขปัญหาฝุ่นในระยะยาวของท่าน หลักเกณฑ์ ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ มาตรการ นโยบายที่แน่ชัดคืออะไร ทำไมรัฐไม่ดำเนินการจัดการทั้งหมอกควัน ข้ามแดน หมอกควันที่เกิดในประเทศในแผ่นดิน โดยใช้นโยบายต่าง ๆ สร้างความร่วมมือ ยกระดับต่าง ๆ เพื่อไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก สร้างความทุกข์ทรมานให้กับคนทุกวัย พ่ออุ้ย แม่อุ้ย มีปัญหาทางสายตา ทางผิวหนัง ลูกเด็ก เล็กแดงไปโรงเรียนไม่ได้ เลือดกำเดาไหล นี่เป็นปัญหาที่ให้เป็นภาพว่ามันกระเทือน มันยิ่งกว่า ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) เช่นกัน ดังนั้นครับผมขอทราบความจริงใจและแนวทาง ของท่านในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ