พัชรินทร์ เสนอร่าง พ.ร.บ. ป้องกันผู้ต้องโทษก่ออาชญากรรมซ้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕

พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ หารือปัญหาการกระทำความผิดซ้ำของผู้ก่ออาชญากรรมรุนแรง โดยเสนอร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ เพื่อกำหนดการประเมินความเสี่ยงจากผู้เชี่ยวชาญก่อนปล่อยตัวผู้ต้องโทษ และเรียกร้องมาตรการคุมเข้มรวมถึงการดูแลหลังพ้นโทษอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อคุ้มครองสังคม

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันพร้อมเพื่อนสมาชิก พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้ที่ กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ค่ะ

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของ ผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง

เหตุผล ผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง เช่น การฆาตกรรม การข่มขืน การกระทำชำเรา การกระทำความผิดทางเพศกับเด็ก การทำร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การทำร้ายร่างกายสาหัส เมื่อได้รับโทษจำคุก พ้นโทษแล้ว จะได้รับการปล่อยตัวสู่สังคมโดยอิสระ บางรายอาจจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้กระทำ ความผิดเหล่านี้ ส่วนหนึ่งยังมีความเสี่ยงที่จะไปกระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรงซ้ำ ในรูปแบบเดียวกัน หรือรูปแบบใกล้เคียงกัน แม้จะมีการติดตามจากเจ้าพนักงานตำรวจหรือฝ่าย ปกครองบ้าง แต่ก็ไม่มีสภาพบังคับเป็นกฎหมาย และไม่มีประสิทธิผลในการป้องกันการ กระทำความผิดซ้ำ ประเทศไทยยังขาดกฎหมายเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของ ผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดให้มีการคุมประพฤติภายหลังพ้นโทษ หรือการคุมขังภายหลัง การพ้นโทษ จึงสมควรที่จะมีกฎหมายเฉพาะที่มีการกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำ ความผิดซ้ำของผู้กระทำผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง เพื่อป้องกันการกระทำความผิด เพื่อป้องกันสังคมและผู้เสียหายจากการกระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่อาจเกิดขึ้นอีก เพื่อส่งเสริมการแก้ไขฟื นฟูผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง โดยคำนึงถึงเสรีภาพ ของผู้ต้องคำสั่งดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสดิฉันพร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกพรรค พลังประชารัฐ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ซึ่งเป็นร่างในทำนองเดียวกับที่ทาง ครม. ได้ เสนอไปเมื่อครู่นี้ ต้องขอบพระคุณทางคณะรัฐมนตรีด้วยนะคะที่เห็นถึงความสำคัญในการที่ จะป้องกันการกระทำความผิดซ้ำค่ะ ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ตามสื่อต่าง ๆ ว่ามีการกระทำ ความผิด โดยเฉพาะความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรง อย่างเช่น การฆาตกรรม การข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำความผิดทางเพศกับเด็ก การทำร้ายร่างกายสาหัส การทำ ร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ยกตัวอย่างเช่น คดีฆาตกรรม ฆาตกรต่อเนื่อง สมคิด พุ่มพวง คดีไอซ์หีบเหล็กที่เป็นคดี สะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ ซึ่งผู้กระทำความผิดนั้นเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษ หรือเคยกระทำ ความผิดในลักษณะเดียวกันมาก่อนค่ะท่านประธาน ทั้งข่มขืนกระทำชำเรา ทั้งทำร้าย ร่างกายจนถึงแก่ชีวิต หรือล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีเหตุสะเทือนขวัญ นั่นก็คือคดีหัวหน้า รปภ. คอนโดแห่งหนึ่งที่ข่มขืนผู้อาศัยในคอนโดนั้นก็เป็นผู้ที่เพิ่งพ้นโทษมาไม่นานในคดีข่มขืน กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี แล้วก็ดังที่ทางท่านรัฐมนตรีเองก็ได้ยกตัวอย่าง ให้เห็นชัดแล้วในหลาย ๆ คดีที่เกิดขึ้นมา เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประชาชนเกิดความ หวาดระแวงถึงความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตอย่างมาก ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เรามักได้ยินคำพูดหนึ่งเสมอว่า ขอให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดขึ้น แบบนี้กับใครอีก ซึ่งดิฉันก็เชื่อมั่นเองนะคะว่า ทั้งท่านประธาน ทั้งเพื่อนสมาชิกในที่แห่งนี้ และผู้ที่รับฟังอยู่ก็คงไม่มีใครที่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้กับตนเองหรือคนที่ท่านรัก ใช่ไหมคะ แต่ก็อย่างที่ทราบกันค่ะว่าเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวก็ยังคงเกิดขึ้นเสมอ ทำให้ มีคำถามต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายนะคะว่าเราต้องยอมรับต่อเหตุการณ์เหล่านี้และอยู่กันอย่าง หวาดระแวงอย่างนั้นหรือ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายในปัจจุบันเรามีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหาร ชีวิตแล้ว ทำไมยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ท่านเชื่อไหมคะว่าหลายครั้งที่มีผู้ที่มี ประวัติกระทำความผิดซ้ำในคดีอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง เรารู้อยู่แล้วว่าถ้าปล่อยคนคนนี้ ออกมาสู่สังคมจะกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอีก แต่เมื่อถึงกำหนด ระยะเวลาที่จะต้องปล่อยตัวก็จำเป็นจะต้องปล่อยนะคะ จะไปกักขังไว้หรือคอยกำกับติดตาม ความประพฤติก็ไม่สามารถทำได้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นคะ ในเมื่อรู้ว่าคนคนนี้หากออกไป ก็จะไปทำร้ายคนอื่น จะออกไปกระทำความผิดซ้ำอีก นั่นก็เพราะว่าเราไม่มีกฎหมายรองรับ ในเรื่องนี้ ท่านอาจเคยเห็นว่ามีผู้กระทำความผิดที่ถูกติดตามความประพฤติจากที่พ้นโทษแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงการขอความร่วมมือ จะทำได้หรือทำไม่ได้ไม่ได้มีผลบังคับเป็นกฎหมาย จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้พ้นโทษนั้นยินยอมหรือสมัครใจให้ติดตามเท่านั้น จึงเป็นข้อจำกัดที่สำคัญ ในการที่จะติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดซ้ำ ทำให้การป้องกันการกระทำ ความผิดซ้ำไม่เกิดประสิทธิผล หรือผู้กระทำความผิดบางคนตอนอยู่ในเรือนจำทำตัวดีมาก เป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม แต่พอปล่อยตัวมากับกระทำความผิดในรูปแบบเดิมหรือว่าในรูปแบบ ที่คล้าย ๆ เดิมอีก เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนกลุ่มนี้ที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วนั้นจะพร้อม กลับคืนเข้าสู่สังคมจริง ๆ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น จากสถิติการกระทำความผิดซ้ำของผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวในปีที่ผ่านมา พบว่าความผิด เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และความผิดเกี่ยวกับเพศสูงมาก เรียกว่า ติดอันดับ ๑ ใน ๕ เลยทีเดียว ในฐานะที่ดิฉันติดตาม แล้วก็ผลักดันเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิงและประชาชน มาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ดิฉันและเพื่อนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้ร่วมกันเสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวมา เป็นการแก้ไข ปัญหาเพื่อที่จะบรรเทาเบาบางลง โดยร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ของผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ฉบับนี้นะคะ ได้ถูกออกแบบมา เพื่อมุ่งเน้นการป้องกันคือไม่ยอมปล่อยให้เหตุร้ายเกิดขึ้นแก่ประชาชนก่อน แล้วค่อยมาแก้ไข เยียวยาภายหลัง ร่างพระราชบัญญัตินี้มุ่งหวังที่จะลดการกระทำความผิดซ้ำในคดีอุกฉกรรจ์ ที่ใช้ความรุนแรงให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันและคุ้มครองผู้เสียหายและสังคมค่ะท่านประธาน โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้ก่อนที่จะปล่อยตัวผู้ที่กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ ความรุนแรงออกจากเรือนจำ จะต้องได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพื่อให้มั่นใจ ได้ว่าบุคคลนั้นจะไม่กลับมากระทำความผิดซ้ำแบบเดิมอีก ซึ่งหากประเมินแล้วพบว่าบุคคล ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ก็จะมีมาตรการในการรองรับรูปแบบ ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับบุคคลนั้น เริ่มต้นจากการเข้าสู่กระบวนการกำกับ ติดตาม เป็นการ เฝ้าระวังด้วยการควบคุมความประพฤติภายหลังจากที่พ้นโทษแล้ว ตามที่ได้ระบุไว้ ในหมวด ๓ ซึ่งสามารถคุมประพฤติภายหลังพ้นโทษได้สูงสุด ๑๕ ปี การคุมประพฤติตาม ที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๓ นั้นมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง เช่น ให้พักอาศัยในสถานที่ที่ศาลกำหนด การห้ามออกนอกประเทศ ต้องแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ห้ามกิจกรรมที่เสี่ยงต่อ การกระทำความผิด ใส่อุปกรณ์ติดตามตัว การใช้มาตรการทางการแพทย์เพื่อป้องกันกระทำ ความผิดซ้ำ เป็นต้น ซึ่งการฉีดยาเพื่อลดฮอร์โมนทางเพศหรือที่เรารู้จักกันว่า ฉีดให้ฝ่อ ก็เป็น มาตรการหนึ่งทางการแพทย์ซึ่งแพทย์จะใช้พิจารณาหรือไม่ก็แล้วแต่ดุลยพินิจ ในกรณีที่ ผู้กระทำความผิดได้รับการประเมินก่อนปล่อยตัวแล้วก็พบว่า การคุมประพฤติภายหลัง พ้นโทษนั้นยังไม่เพียงพอที่จะยับยั้งการกระทำความผิดซ้ำได้ ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อเหตุ ซ้ำอีก มาตรา ๒๒ และมาตรา ๓๐ ในหมวด ๔ ก็จะให้อำนาจในการที่จะสามารถคุมขังต่อไป ได้อีกภายหลังจากที่พ้นโทษแล้ว หรือว่าอย่างกรณีผู้ถูกคุมความประพฤติ ฝ่าฝืน หรือไม่ สามารถทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๗ ได้กำหนดว่า สามารถขอให้ศาลคุมขังได้ และหากเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีพฤติการณ์ใกล้และกระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง โดยไม่มีมาตรการอื่นใดที่จะยับยั้งแล้ว ก็สามารถที่จะขอคุมขังฉุกเฉินได้ตามที่กำหนดไว้ ในหมวด ๕ มาตรา ๔๐ เพื่อที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม ยับยั้งการก่อเหตุอาชญากรรมหรือการกระทำความผิดได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการคุมขัง ภายหลังการพ้นโทษไม่ได้เป็นมาตรการลงโทษผู้กระทำความผิด แต่เป็นมาตรการในการที่จะ ป้องกันไม่ให้สังคมนั้นเกิดความเสียหาย มีลักษณะเป็นมาตรการจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน ที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อดำเนินคดีอาญา จึงสามารถที่จะทำได้โดยไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ตามความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อย่าลืมนะคะ ท่านประธาน ประชาชนทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย และเป็นปกติสุขเช่นกัน แต่ว่าก่อนที่จะมาถึงมาตรการต่าง ๆ ตามที่ดิฉันได้กล่าวมานี้จะมี มาตรการขั้นแรก นั่นก็คือเป็นการแก้ไขฟื นฟูผู้กระทำความผิดเฉพาะราย ซึ่งเป็นกระบวนการ ที่จะช่วยให้ผู้กระทำความผิดมีโอกาสในการแก้ไขปรับเปลี่ยนนิสัย พฤติกรรม เพื่อเตรียม ความพร้อมในการกลับเข้าสู่สังคม ก่อนที่จะเข้าสู่การประเมินเพื่อใช้มาตรการภายหลังการพ้นโทษ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเป็นการมุ่งเน้นการป้องกันสังคมไม่ให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำ รวมถึงช่วยแก้ไขฟื นฟู ผู้กระทำความผิดในกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นแนวทางเดียวกับอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่มุ่งเน้น ในการที่จะใช้ระบบติดตามผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมัน นิวซีแลนด์ สเปน เดนมาร์ก ไนจีเรีย เกาหลีใต้ หรืออินเดีย เป็นต้น ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำ ความผิดอุกฉกรรจ์ ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ฉบับนี้ค่ะ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อ สถานการณ์ปัจจุบันในการช่วยป้องกันการเกิดเหตุรุนแรงจากการกระทำความผิดซ้ำ และเพิ่มความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตให้แก่ประชาชนและสังคม ดิฉันจึงอยากขอให้เพื่อน สมาชิกทุกท่านได้เห็นถึงความสำคัญในการที่จะป้องกันทำให้สังคมเรามีความปลอดภัย อยากให้ช่วยรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ