ธีรัจชัย พันธุมาศ ตั้งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด โดยเฉพาะประเด็นข้อยกเว้นการเรียกประชุมในกรณีเร่งด่วนที่ขาดความชัดเจนในการนิยาม ซึ่งอาจส่งผลต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นและกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใส พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงหลักเกณฑ์การแจ้งประชุมและกลไกคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการเอาเปรียบในบริษัทมหาชน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้เรากำลังพิจารณาวาระ ๒ ของร่างพระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... บริษัทมหาชนมันก็ชื่อบอกแล้วว่าไม่ใช่เฉพาะของ กลุ่มบุคคลเล็ก ๆ แต่เป็นมหาชน คือมีคนจำนวนมากสามารถเข้าเป็นผู้ถือหุ้น คนที่เป็น กรรมการบริษัทนั้นจะต้องตัดสินใจรับผิดชอบแทนประชาชนที่เข้ามาถือหุ้นในจำนวนมาก สิ่งตรงนี้ตามมาตรา ๘๒ หลักก็คือมาตรา ๘๒ ระบุไว้ว่า ในการเรียกประชุมกรรมการให้ส่ง หนังสือนัดประชุมไปยังกรรมการไม่น้อยกว่า ๓ วันก่อนประชุม นี่คือตัวหลักของ การนัดประชุม การประชุมทั่วไปเหตุที่ใช้ ๓ วัน ก็คือต้องการให้กรรมการซึ่งต้องตัดสินใจ แทนผู้ถือหุ้นจำนวนมากซึ่งเป็นมหาชน ได้มีเวลาดูวาระการประชุม ได้ดูเรื่องที่ประชุม เหตุผลได้เตรียมการที่ประชุมโต้แย้งเพื่อตัดสินใจแทนบุคคลซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นจำนวนมาก ตรงนี้ถือเป็นหลักที่ดีที่ควรจะให้มีความรอบคอบที่เขาได้รับรู้เรื่องที่เข้าที่ประชุมแล้วตัดสินใจ แทนคน แต่ข้อยกเว้นเขียนว่าอย่างนี้ เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วน เพื่อรักษาสิทธิ หรือ ประโยชน์ของบริษัท กรณีนี้อันที่ ๑ ก่อน จะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด และกำหนดวันประชุมให้เร็วขึ้นกว่านั้นก็ได้ ข้อยกเว้นตรงนี้เป็นข้อยกเว้น ประเด็นที่ ๑ คือความชัดแจ้งไม่มี ไม่ได้เอื้อต่อหลักการที่ให้กรรมการนั้นสามารถรับรู้วาระ การประชุมได้ก่อนล่วงหน้า เพื่อเตรียมการ เพื่อจะตัดสินใจแทนผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้อย่างไร อันที่ ๑ ก็คือกรณีจำเป็นเร่งด่วน ถามว่าความชัดเจนของความจำเป็นเร่งด่วนนั้นคืออะไร ครับ ใช้ดุลยพินิจ ใช้ความรู้สึกหรือครับว่าอันนี้เร่ง ไม่เร่ง ตรงนี้สำคัญอยากฝากบอกท่าน ประธานไปยังกรรมาธิการว่า อะไรคือความจำเป็นเร่งด่วนจำเป็นต้องบอก
ประเด็นที่ ๒ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของบริษัท อะไรครับคือสิทธิประโยชน์ บริษัท ทุกเรื่องที่ประชุมเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ของบริษัททั้งนั้นเลย นั่นเท่ากับว่า ถ้าเกิดเราบัญญัติแบบนี้เอาข้อยกเว้นมาสามารถทำได้ทุกอย่างเลย จำเป็นก็ใช้ ดุลยพินิจคิดเอาเอง จำเป็นก็จำเป็นทุกเรื่องอยู่แล้ว ๓ วันแทบไม่ต้องใช้ได้เลย แล้วความ รอบคอบในการปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนอยู่ตรงไหนครับ
ประเด็นต่อมา ก็คือในเรื่องของจะแจ้งการประชุมโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด เมื่อสักครู่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้อภิปรายไปแล้ว มีข้อสังเกตอิเล็กทรอนิกส์จะแจ้งอย่างไรครับ สมมุติว่า ๓ วัน ไม่เอา เราจะเอาวันเดียว แล้วไม่กี่ชั่วโมง ส่งไปทางเอสเอ็มเอส (SMS) ได้ไหมครับ ได้ อิเล็กทรอนิกส์ วิธีอื่นใดส่งไป ยังติ๊กต็อก (Tiktok) ได้ไหมครับ ได้ ส่งไปยังเฟซบุ๊ก (Facebook) ข้อความได้ไหมครับ ได้ หรือฝากให้แมสเซนเจอร์ (Messenger) พวกพนักงานไปบอกด้วยปากเปล่าได้ไหมครับ เพราะวิธีอื่นใดกว้างมากนะครับ ได้อีก แล้วถามว่าคนที่เป็นกรรมการจะมีเวลาเตรียมตัว ตัดสินใจเรื่องจำเป็นเร่งด่วนเรื่องเกี่ยวกับรักษาประโยชน์ได้อย่างไรครับ แล้วประชุม ไม่จำเป็นต้องประชุมเจอหน้าด้วย ประชุมแบบออนไลน์ (Online) เลย เรื่องสำคัญทุกอย่างควร จะมีการกลั่นกรองและเตรียมตัวของกรรมการทุกคนใช่ไหมครับ ถ้าเป็นบริษัทปกติที่ทุกคนมี ความสุจริตเท่ากัน มีความเห็นเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันที่ต้องการให้บริษัทนั้นเจริญรุ่งเรืองได้ กรณีอย่างนี้ไม่เป็นอะไร แต่ถามว่าในความเป็นจริงเป็นไหมครับ บริษัททุกบริษัทนั้นย่อมมี ฝักฝ่ายของผลประโยชน์แต่ละคนที่ปกป้องด้วยกัน ดังนั้นถ้าเป็นอย่างนี้ คนเป็นประธาน กรรมการ คนที่ได้เปรียบมีเสียงข้างมากสามารถกำหนดวิธีการอย่างนี้ แล้วก็ไปเปลี่ยนแปลง เรื่องที่สำคัญกรณีนโยบาย เช่นยกตัวอย่าง จะไปลงทุนร่วมกับบริษัทอื่น แล้วตัดสินใจโดย เร่งด่วน อีกฝ่ายหนึ่งจะรู้หรือไม่ก็ได้ ก็ถือว่าแจ้งโดยชอบแล้ว โดยวิธีการอื่นใด แล้วฝ่าย ที่เสียเปรียบเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยที่อาจจะมีความเห็นแตกต่าง ไม่สามารถโต้แย้ง ไม่สามารถเตรียมตัวได้ทันเลยหรือ กรณีอย่างนี้เห็นว่าเป็นการเอาข้อยกเว้นมายกเว้น สิ่งที่เป็นหลัก การที่พึงจะเป็นในการปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ กฎหมายถ้าออกแบบนี้จะเกิดการเอาเปรียบกันอย่างมโหฬาร และบริษัทมหาชนจะหา ความเสถียรไม่ได้ ใครถือหุ้นก็จะใช้วิธีการแบบนี้ไปทำ ถามว่าเราจะทำทำไมครับ ไปทำแจ้ง อิเล็กทรอนิกส์และอื่นใด อื่นใดนี้กว้างมากเลยนะครับ ปกติข้อยกเว้นจะต้องเป็นสิ่งที่ เมื่อแบบเล็กเท่านั้นและต้องชัดเจน แล้วก็ต้องไม่ให้มันผิดเงื่อนไขที่ทำได้โดยไม่จำกัด นี่ฝืนต่อหลักการร่างกฎหมายทั่วไป อยากให้ทางคณะกรรมาธิการฝากท่านประธานว่า ช่วยชี้แจงตรงนี้ให้ชัด ถ้าไม่ชัด ผมฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาได้โปรด อย่าเห็นด้วยกับตรงนี้ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ