วรศิษฎ์ ห่วงขุดคลองไทย ชี้กระทบสิ่งแวดล้อม-งบสูง เสนอแลนด์บริดจ์แทน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๕

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หารือโครงการขุดคลองไทยเส้นทาง 9A ที่เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน โดยตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตประชาชน ความมั่นคง และต้นทุนโครงการที่สูงมาก พร้อมเสนอทางเลือกเป็นโครงการแลนด์บริดจ์ที่ประหยัดงบประมาณ มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสร้างผลกระทบน้อยกว่า

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันมายาวนานมาก พูดกันตั้งแต่ผมน่าจะยังไม่เกิดด้วยซ ้า ตั้งแต่ แนวการขุดคอคอดกระ ไล่มาจนถึงปัจจุบันเรื่องของการขุดคลองไทย ซึ่งก็คือเส้นทาง ๙เอ (9A) ที่ทางท่านกรรมาธิการได้มีการศึกษากันมา เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องที่มีความ น่าสนใจมาก เพราะว่าถ้าเราดูตามแผนที่ทางภูมิศาสตร์แล้วประเทศไทยเป็นจุดที่มีศักยภาพ และเป็นจุดที่ได้เปรียบในการเชื่อมเศรษฐกิจระหว่างทางอันดามันและอ่าวไทยเป็นการเชื่อม ระหว่าง ๒ มหาสมุทรครับ ซึ่งเส้นทางอย่างที่ผมบอกว่ามีการพูดถึงมากที่สุด ณ ตอนนี้ก็คือ เส้นทาง ๙เอ (9A) ผ่าน ๕ จังหวัด ระยะทางประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร ผ่านจังหวัด นครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา คลองที่จะขุดก็กว้าง ประมาณ ๔๐๐ เมตร ลึก ๓๐ เมตร ซึ่งถ้าเราสามารถทำได้มันก็จะลดระยะเวลาในการ เดินทางได้กว่า ๔๘ ชั่วโมง รวมไปถึงประหยัดในเรื่องของเชื้อเพลิงไปได้อีกเยอะพอสมควร ท่านประธานครับ ในช่องแคบมะละกา ถ้าเราดูตามข้อมูลที่ทาง สนข. กระทรวงคมนาคม ได้ศึกษามา ปัจจุบันมีเรือผ่านตรงนี้อยู่ประมาณ ๘๕,๐๐๐ ลำต่อปี ซึ่งช่องแคบช่องนี้สามารถ รับได้อยู่ที่ประมาณ ๑๒๒,๐๐๐ ลำต่อปี แน่นอนครับในอนาคตอีกประมาณสัก ๑๐ ปี ข้างหน้า ปริมาณเรือมันจะโอเวอร์โหลด (Overload) มันจะเยอะเกินกว่าที่จะรับได้ เพราะฉะนั้นนี่เป็น ๒-๓ สาเหตุที่เราจะต้องศึกษาและหาวิธีการวางเส้นทางการขนส่ง เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้าโลก ท่านประธานครับ แน่นอนภาพในอุดมคติมันสวยงามมาก เราแค่ขุดคลอง ขุดคลองเสร็จปั๊บเศรษฐกิจเราก็โตแล้วก็ขยายตัว ทำให้ประเทศไทย เราเจริญ ภาพมันง่ายมาก ภาพมันสวยงามมาก แต่ท่านประธานครับในความเป็นจริงแล้ว มันมีอีกหลายเรื่องอีกหลายอย่างที่เราจะต้องนำมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ผมมี ข้อเป็นห่วงข้อห่วงใยอยู่ประมาณ ๒-๓ เรื่องครับ

ข้อที่ ๑ เรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างที่บอกครับ คลองเราขุดกว้าง ๔๐๐ เมตร ลึก ๓๐ เมตร เป็นระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร นั่นหมายถึงพื้นที่มหาศาลมาก ๆ เราต้องไปดูด้วยครับว่ามันจะผ่านอะไรบ้าง ผ่านสถานที่สำคัญอะไรบ้าง ผ่านสิ่งแวดล้อม ที่มีความสำคัญอะไรบ้าง ทรัพยากรอะไรที่จะได้รับผลกระทบ อะไรบ้างที่จะหายไป รวมไปถึง ผลกระทบต่ออาชีพ และวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่เราจะไม่สามารถที่จะมองข้ามมันได้

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องงบประมาณ อย่างที่ท่านสมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปรายไป ก็คือมันใช้งบประมาณมหาศาลมาก ตามที่ทาง สนข. กระทรวงคมนาคมเองได้ศึกษามา การขุดคลองไทยใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๒.๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่สูงมาก ๆ สำหรับโพรเจกต์ (Project) ๑ โพรเจกต์ (Project) รวมไปถึงนี่เรายังไม่ได้รวมค่าบำรุงรักษา ค่าดูแลในตอนใช้งานอยู่ด้วย แน่นอนครับมันเป็นคลอง เพราะฉะนั้นเวลาเรือวิ่งไปวิ่งมา มันก็ต้องมีตะกอน มันก็ต้องมีดินลงไปทำให้เราต้องขุดลอกอยู่ตลอดเพื่อให้สามารถใช้คลอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ปัญหาสุดท้ายที่ผมกำลังเป็นห่วงก็คือ เรื่องปัญหาความมั่นคง ปัญหา ความมั่นคงที่ผมกำลังจะบอกนี้ไม่ได้หมายความว่าเราไปขุดคลองแบ่งประเทศเป็น ๒ ฝั่ง แล้วจะบอกว่าประเทศเราจะโดนแยกเป็น ๒ ประเทศ ไม่ใช่นะครับ ถ้าเราไปสังเกตดู มีบางประเทศที่มีคลองลักษณะแบบนี้อยู่ และมักจะโดนประเทศมหาอำนาจเข้าไปแทรกแซง บางที่มีการเข้าไปตั้งฐานทัพ ประเทศมหาอำนาจระดับโลกอันดับ ๑ ๒ ๓ พวกนี้เข้าไปตั้ง เพื่ออ้างว่าจะต้องเข้าไปดูแลกองเรือที่เดินทางผ่านบริเวณนั้น เราต้องมานั่งคิดดูว่าถ้าเรามี ฐานทัพเรือ ฐานทัพอากาศมาตั้งอยู่หน้าบ้านเรา เราจะนอนกันหลับหรือเปล่า นั่นคือประเด็น อีก ๑ เรื่องที่ผมเป็นห่วง ในมุมมองผมมันดีหมดละครับ ถ้าทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน แต่จากที่ผมศึกษาข้อมูลที่ทาง สนข. ได้ศึกษามา กระทรวงคมนาคมศึกษามา มีอยู่ทางเลือกหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก และอยากจะให้ทางรัฐบาลรับไป และเอาไปเปรียบเทียบดู ไปศึกษาดูว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร มีความเป็นไปได้อย่างไรบ้าง นั่นก็คือการสร้างแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ซึ่งแนวที่ทางกระทรวงคมนาคมวางไว้ก็คือที่ จังหวัดชุมพรไปจังหวัดระนอง เชื่อมอันดามันกับอ่าวไทย พูดง่าย ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อม ระหว่าง ๒ จุดทะเล สร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) สร้างระบบราง สร้างท่อขนส่งน ้ามัน เพื่อที่จะขนส่งสินค้าถ่ายจากอันดามันไปอ่าวไทย จากอ่าวไทยไปอันดามัน แทนที่เราจะต้อง ไปอ้อมช่องแคบมะละกาเราก็ไม่ต้องอ้อม เราก็มาถ่ายที่นี่แล้วก็ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้ก็สามารถ ลดระยะทาง ลดระยะเวลา ลดการใช้น ้ามันเชื้อเพลิงไปได้มาก ซึ่งตามที่ สนข. กระทรวง คมนาคมได้ศึกษามา งบประมาณที่เราจะต้องใช้ในการสร้างแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) มันอยู่ที่ประมาณ ๒-๔ แสนล้านบาท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการขุดคลองแล้วมันต่างกันถึง ประมาณเกือบ ๆ ๑๐ เท่า และที่สำคัญก็คือยังสามารถลดระยะเวลาการขนส่งได้ใกล้เคียงกัน ก็คืออยู่ที่ประมาณ ๔๘ ชั่วโมง นอกจากนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการลดระยะเวลาขนส่ง เรื่องของ การประหยัดเชื้อเพลิง แต่เรายังสามารถพัฒนาพื้นที่หลังท่าได้ แน่นอนครับ เมื่อมีการขนถ่าย สินค้าจะต้องมีธุรกิจส่วนควบตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร เรื่องของ ยารักษาโรค เรื่องของพื้นที่ในการเก็บของ พวกนี้ตามมาแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น นั่นหมายความว่ามันจะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอีกมากมายมหาศาล และที่สำคัญงบประมาณในการก่อสร้างเราอาจจะใช้วิธีการพีพีพี (PPP) ก็ได้ ให้เอกชนเข้ามา ลงทุน รัฐบาลก็แทบจะไม่ต้องใช้เงินในการลงทุน ไม่เป็นภาระในเรื่องของงบประมาณด้วย เพราะฉะนั้นผมมองว่านี่เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ถ้าสามารถที่จะตอบโจทย์ ในเรื่องของการลดระยะเวลาการเดินทางได้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ แต่มีผลกระทบ สิ่งแวดล้อมน้อยกว่า และมีผลกระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชนน้อยกว่าผมมองว่าเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลด้วยครับ อยากจะให้พิจารณา เรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ