ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ตั้งข้อซักถามและข้อสังเกตต่อกรรมาธิการเกี่ยวกับโครงการขุดคลองไทยในหลายมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของชาติ ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเป็นกลางต่างประเทศ โดยกังวลต่อความเสี่ยงจากการแบ่งแยกประเทศ การควบคุมเส้นทางเดินเรือ และการกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของโครงการ เปรียบเทียบกับแลนด์บริดจ์ และเรียกร้องให้ชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณอย่างโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ วันนี้ได้มารายงานต่อสภา และการขุดคลองไทย ท่านประธาน อย่างที่สมาชิกหลายท่านรวมทั้งท่านกรรมาธิการก็ได้ บอกแล้วว่าเป็นแนวความคิดที่มีมานานแล้ว แต่ว่ามันไม่เกิดขึ้นจริง ผมเองในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากจะเห็นว่าคลองไทยที่เราขึ้นมาศึกษาให้มันเกิดขึ้นได้จริง แล้วมันจะได้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะว่ามันไม่เพียงเป็นการศึกษาอย่างเดียว ท่านประธานครับ คลองไทยที่บอกว่าระยะทางประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร คือเส้นทางการขุด คลองไทยที่บอกว่าแนวที่ดีที่สุดก็คือแนว ๙เอ (9A) แล้วก็ผ่านหลายจังหวัด เริ่มตั้งแต่ อำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษในจังหวัดตรัง ผ่านจังหวัดกระบี่ ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านจังหวัดพัทลุง แล้วก็มาออกที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งตรงนี้ทางกรรมาธิการ บอกว่าเป็นแนวเส้นทางที่ดีที่สุดประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร คำถามผมที่อยากจะให้ท่าน กรรมาธิการตอบ ก็คือท่านได้มีการศึกษาไหมครับเรื่องผลกระทบของสิ่งแวดล้อมว่า เอาละ มันจะต้องมีเรื่องของสิ่งแวดล้อม มีเรื่องของสัตว์ทะเล เพราะว่าการขุดคลองมันเป็นการเชื่อม อีกฝั่งหนึ่งก็คือทะเลอันดามันอยู่มหาสมุทรอินเดีย อีกฝั่งหนึ่งก็คืออ่าวไทย อ่าวไทยก็คือเป็น ทะเลย่อยของมหาสมุทรแปซิฟิกอีกทีหนึ่ง ท่านประธานครับ ในฝั่งอันดามันกับอ่าวไทยระดับ น ้ามันไม่เท่ากัน ตรงนี้ทางกรรมาธิการได้มีการศึกษาไหมว่าแล้วท่านจะทำอย่างไร ให้เรือสามารถเดินได้ เพราะว่าความยาวของคลองไทยถึง ๑๓๕ กิโลเมตร แล้วระดับน ้า ใน ๒ ฝั่งไม่เท่ากัน ด้านสิ่งแวดล้อมท่านได้มีการศึกษาไหม ก็อยากจะให้ท่านได้ตอบ
เรื่องที่ ๒ ก็คือผลกระทบด้านความมั่นคง ที่เป็นห่วงกันว่าถ้ามีการขุดคลองไทย แล้วมันจะเป็นการแบ่งแยกประเทศไทย แนวคลองจะแบ่งแยกประเทศไทยไหม ตรงนี้เป็นเรื่อง ของความมั่นคง ท่านได้มีการศึกษาไหมว่าความมั่นคงตรงนี้มันจะไม่เกิดปัญหาในเรื่องความมั่นคงขึ้นมา ทางภาคใต้ เพราะว่าในขณะนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เรา มันก็มีปัญหาเรื่องความมั่นคงอยู่ แล้วก็ตรงนี้จะมีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกไหม และขณะเดียวกันครับท่านประธาน ก็จะมีการ ขุดคลอง มันก็จะทำให้มันมีการเคลื่อนย้ายของเรือใน ๒ ฝั่งทะเล หรือ ๒ ฝั่งมหาสมุทร ตรงนี้มันจะมีปัญหาที่ตามมาไหมว่าเราจะควบคุมพวกสินค้าผิดกฎหมายอะไรต่าง ๆ ได้อย่างไร เรามีการตรวจตราเรือได้อย่างไรในการเคลื่อนย้าย
เรื่องต่อมาครับท่านประธาน เรื่องปัญหาทางด้านการเมือง ท่านประธานครับ ตรงนี้มันก็เป็นความห่วงใยที่อยากจะให้ท่านกรรมาธิการได้ตอบครับว่า พอมันมีการขุดคลอง มาตรงนี้ มันก็จะเป็นปัญหาว่าความเป็นกลางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางการเมือง ระหว่างประเทศของประเทศไทยเราอยู่ตรงไหน เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่า มันมีทฤษฎีอันหนึ่งครับท่านประธาน ที่ท่านกรรมาธิการได้รายงานต่อสภาบอกว่าทฤษฎี สมุทรานุภาพ หรือซีพาวเวอร์ (Sea Power) คือหลังจากมีการขุดคลองแล้วมันก็จะมีฐานทัพ และท่าเรือ มีเบส แอนด์ ฮาร์เบอร์ (Base and Harbor) ขึ้นซึ่งเป็นที่ส่งกำลังบำรุงสำหรับ เรือรบ ตรงนี้เคยมีการศึกษาไหมครับว่าตรงนี้มันจะมีผลกระทบต่อชาติมหาอำนาจใหญ่ ในโลก ก็คือทางอเมริกากับทางจีน เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่าวันนี้ประเทศจีน ถูกปิดล้อมโดยอเมริกาในเรื่องของทางออกทะเล ตั้งแต่เขามีฐานทัพตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นของอเมริกา มีฐานทัพในเกาหลีใต้ มีฐานทัพในไต้หวัน แล้วก็อเมริกาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเวียดนาม มันก็จะเห็นว่าจีนพยายามที่จะหาทางออกทะเล โดยจะใช้ทางออกทะเลด้านประเทศไทย รถไฟความเร็วสูงที่มาตอนนี้จากจีนก็มาถึงเวียงจันทน์แล้ว แล้วก็ส่วนหนึ่งของประเทศไทย ก็กำลังทำอยู่ ตรงนี้มันก็จะเป็นทางออกทะเลให้กับประเทศจีน แล้วขณะเดียวกันตรงนี้มันก็ จะเป็นการเคลื่อนย้ายในภาวะสงครามของ ๒ ฝั่งทะเลได้ ตรงนี้ได้มีการศึกษาไหมครับว่า มันจะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้างกับชาติมหาอำนาจทั้งสอง เพราะว่าเหมือนตรงนี้มันก็จะเป็น อย่างทฤษฎีสมุทรศาสตร์ สมุทรานุภาพที่บอกว่าซีพาวเวอร์ (Sea Power) ประเทศไทย ก็จะเป็นที่เหมือนชาติมหาอำนาจก็จะมากระทบกระทั่งกันโดยใช้คลองไทยเป็นที่สำหรับ เป็นฐานทัพไหม ตรงนี้กรรมาธิการได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ไหม
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสุดท้ายก็อยากจะเป็นคำถามว่าการขุดคลองไทยจะเอา งบประมาณมาจากที่ไหนมาลงทุน แล้วถ้าจะเป็นแบบการลงทุนโดยที่เรียกว่าพีพีพี (PPP) พับลิก ไพรเวต พาร์ตเนอร์ชิป (Public Private Partnership) จะเอาเงินมาจากไหน แล้วการลงทุนในงบประมาณจำนวนมหาศาลขนาดนี้กี่ปีถึงจะคุ้มทุน เพราะว่าโครงการ คลองไทยผมเองก็อยากจะให้เกิดขึ้นให้มันเป็นความเป็นจริง ก็อยากจะให้กรรมาธิการที่ได้ ใช้เวลาศึกษาถึง ๕๐๐ กว่าวันได้ให้คำตอบด้วย และ
สุดท้ายของคำถามก็คือว่าระหว่างแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่เรากล่าวกัน ก็คือมีทางรถไฟกับทางรถยนต์กับคลองไทยท่านได้มีการศึกษาไหมว่าอันไหนมันมีความคุ้มค่า กว่ากัน แล้วอันไหนมันมีโอกาสที่จะเป็นไปได้แล้วก็เกิดประโยชน์มากกว่ากัน เพราะว่า เงินลงทุนคลองไทยใช้เงินลงทุนอย่างมหาศาลมากกว่าแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) อย่างแน่นอน ก็อยากจะให้ท่านได้ตอบถึงความคุ้มค่าแล้วก็ความเป็นไปได้ใน ๒ เรื่องระหว่าง แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) กับคลองไทย ขอบคุณครับ