พิเชษฐ์ เผยผลศึกษาคลองไทย ชูพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษใต้ยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๕

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นำเสนอผลการศึกษาโครงการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พร้อมแสดงความอาลัยต่อประธานคณะกรรมาธิการคนก่อน โดยสรุปกระบวนการพิจารณาที่ใช้เวลากว่า 555 วันอย่างรอบด้าน และเสนอให้พัฒนาเส้นทางคลองไทย 9A เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทอง (GASEZ) เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและรองรับการค้าโลกอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนาที่ครอบคลุมด้านความมั่นคง เทคโนโลยี นวัตกรรม การท่องเที่ยว การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการจัดการผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการศึกษาความเป็นไปได้อย่างเป็นกลาง พร้อมผลักดันกฎหมายเฉพาะเพื่อรองรับโครงการเมกะโปรเจกต์นี้อย่างรอบคอบและยั่งยืน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ ประธานนำเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ก่อนอื่นกระผม และคณะกรรมาธิการ ขอไว้อาลัยให้กับ พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ประธานกรรมาธิการ วิสามัญที่ได้ล่วงลับไปก่อนที่จะได้นำเสนอรายงานในครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง พลตรี ทรงกลดนั้นได้ทุ่มเทที่จะทำให้โครงการขุดคลองไทยนั้น สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว แต่ท่านได้จากไปเสียก่อน ผมต้องมาทำหน้าที่แทน

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่หนึ่ง ครั้งที่ ๑๙ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา การขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ มีกำหนดระยะเวลา พิจารณาศึกษาไว้ ๑๒๐ วัน และได้ขยายระยะเวลาเป็นจำนวน ๕ ครั้ง รวมระยะเวลา ในการศึกษาจำนวน ๕๕๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๓ ถึง ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๔๙ ท่าน การศึกษานี้คาดว่าจะเป็นทางเลือก หนึ่งที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี จึงพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้านในทุกมิติ เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด คณะกรรมาธิการจึงได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้น จำนวน ๓ คณะดังนี้ ๑. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย ๒. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษาพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ใน ๕ จังหวัด และ ๓. คณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาผลกระทบของสิ่งแวดล้อม ผลกระทบของสังคม ผลกระทบด้านความมั่นคง ผลกระทบด้านการเมือง เพื่อพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อสภา ผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่งมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้

ผลการพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย จากหลักฐานทางวิชาการปรากฏว่า แนวคิดการขุดคลองไทยเพื่อเชื่อมทะเลอันดามันกับทะเลอ่าวไทยมีมานานแล้ว ซึ่งเป็นมรดก ทางยุทธศาสตร์ชาติที่บรรพบุรุษได้ทิ้งไว้ให้ลูกหลานได้นำไปใช้ประโยชน์ และได้กล่าวว่า คลองไทยเป็นภูมิศาสตร์ที่ดีเหมาะสมที่จะเป็นเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก โดยในการ พิจารณาศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้พบว่า แนวคลองที่เหมาะสมที่สุดคือ แนวทาง เส้น ๙ เอ (9A) ซึ่งวุฒิสภาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ ก็ได้ศึกษามาครั้งหนึ่งแล้วว่าเส้นทางที่เหมาะสม นั้นก็คือเส้นทาง ๙ เอ (9A) ผ่าน ๕ จังหวัด คือ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรังจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสงขลา ซึ่งสอดคล้องต่อยอดจากการศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อความเป็นไปได้ในโครงการขุดคลองกระของวุฒิสภาเมื่อปี ๒๕๔๘ การขุดคลองไทยอย่างเดียวไม่สามารถจูงใจให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ได้ หลายท่านบอกว่าไม่คุ้มทุน แต่ในยุคสมัยนี้การขุดคลองไทยนั้นจะเป็นแพคเกจ (Package) ที่ใหญ่และก็เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในระดับโลกถึงจะคุ้มทุน และผลตอบแทนซึ่งจะนำพา ประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว จำเป็นจะต้องพัฒนาจังหวัดตามแนวคลองใน ๕ จังหวัด นั้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนระดับโลก รูปแบบของ คลองและลักษณะคลองมีการศึกษาเสนอหลายรูปแบบ ดังเอกสารที่เราได้นำเสนอต่อ ที่ประชุมแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากคลองไทยนั้นเป็นเรื่องใหญ่ได้มีเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ให้ความสนใจและอาสาที่จะศึกษา ที่ได้แจกไปอันนี้เป็นของ นายสิทธิพร เจริญขจรกุล ได้ศึกษาไว้ ก็แจกให้ท่านประธานแล้ว เล่มนี้ก็คือศูนย์กลาง เศรษฐกิจของโลกยุคใหม่ สมาคมคลองไทย ซึ่งเป็นสมาคมที่ประชาชนได้ก่อตั้งรวมตัว กันขึ้นมาเป็นสมาคม แล้วก็มีเครือข่ายทั่วประเทศ สมาคมคลองไทยเป็นหลักที่จะขับเคลื่อน เพื่อพี่น้องชาวใต้และพี่น้องคนไทยทั้งหมด แล้วก็ของบริษัท คิงส์แลนด์ และของบริษัท เบต้า กรุ๊ป ที่ได้ศึกษาไว้ ดังนั้นผลการพิจารณาศึกษาพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ วางกรอบพัฒนาเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อรองรับเรือ ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก การสร้างตึกใหม่ หรือการสร้างถนนใหม่ การสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ จะต้องดูข้อบกพร่องของเส้นทางเดินเรือของโลกที่ผ่าน ๆ มา อย่างเช่นคลองสุเอซ เมื่อมีเรือล่ม ๑ ลำ ทำให้เศรษฐกิจของโลกเสียหายหลายแสนล้านต่อวัน ดังนั้น ถ้าเราจะขุดคลองไทยในประเทศไทยจะต้องเอาปัญหาเหล่านี้มาแก้เพื่อไม่ให้ เกิดเรื่องอย่างนั้นกับคลองไทย ดังนั้น ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เราจะได้ศึกษาอยู่ ๑๕ ยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ในยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยประเด็นที่ได้ศึกษาเป็นการศึกษายุทธศาสตร์ชาติ ในมิติสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขันระดับโลก โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ในการพัฒนาภาคใต้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขวานทอง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ตั้งชื่อว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทอง เดอะ โกลเดน แอกซ์ สเปเชียล อิโคนอมิก โซน (The Golden Axe Special Economic Zone) หรือ กาเซ่ (GASEZ) ได้มียุทธศาสตร์ ๑๕ ยุทธศาสตร์ก็คือ

๑. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์

๒. การออกกฎหมายพิเศษรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจขวานทอง เพื่อมุ่งสู่ ความเป็นศูนย์กลางของโลกโดยเฉพาะ

๓. ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และดูแลสุขภาพ ระดับโลก เมดิคอล ฮับ ออฟ เดอะ เวิลด์ (Medical Hub of The World)

๔. ยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตพิเศษขวานทองให้เป็นศูนย์กลางด้านการค้า การเงินการธนาคารของโลก

๕. ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมการต่อเรือและการเดินเรือขนาดใหญ่ พาณิชย์นาวีและโลจิสติกส์ (Logistics) ระดับโลก

๖. ยุทธศาสตร์ในการให้สิทธิพิเศษและสวัสดิการที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ รวมทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม ความมั่นคง มั่งคั่งและ ยั่งยืนของพี่น้องชาวใต้ทั้ง ๕ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับการเยียวยาดูแลเป็นอันดับแรก และรายได้ต่าง ๆ ก็จะจัดสรรให้พี่น้องได้รับผลกระทบนั้นเป็นอันดับแรก

๗. ศูนย์กลางการศึกษาการวิจัยพัฒนาของโลก

๘. ยุทธศาสตร์ด้านกำลังทหารและพลเรือนเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ การขุดคลองไทยนั้นสามารถที่จะดูแลด้านความมั่นคงด้วยเงินผลรายได้ของคลองไทย จำนวนมหาศาล สามารถที่จะทำให้ความมั่นคงและกองทัพไทยนั้นแทบจะไม่ต้องพึ่งพา งบประมาณของประเทศ เพราะคลองไทยสามารถสร้างรายได้หลายล้าน ๆ

๘. ยุทธศาสตร์การขุดคลองไทยเชื่อมทะเลอ่าวไทยและอันดามัน จำนวน ๒ คลอง ลึก ๔๐ เมตร กว้าง ๑ กิโลเมตร ห่างกัน ๑๐ กิโลเมตร

๑๐. ยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก

๑๑. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง มั่งคั่ง เศรษฐกิจสังคมการเมืองและ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

๑๒. ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่เอสเคิร์ฟ (S-Curve) เทคโนโลยี และนวัตกรรมของโลก

๑๓. ยุทธศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืนและสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ทดแทนสิ่งแวดล้อมที่สูญเสียไปและจะมีกองทุนเพื่อดูแล สิ่งแวดล้อมใน ๕ จังหวัดและทั้งประเทศ

๑๔. ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับเขตพัฒนา พิเศษขวานทอง อันนี้จำเป็นจะต้องพัฒนาคนไทยเพื่อรองรับความเจริญใน ๕ จังหวัดนี้

๑๕. ยุทธศาสตร์ด้านการค้าและสถานบันเทิงครบวงจรเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ในระเบียงเศรษฐกิจขวานทอง จะมีกฎหมาย การบริหารพื้นที่โดยเฉพาะ รวมถึงการบริหารคลองไทย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเขต เศรษฐกิจพิเศษขวานทองที่จะทำให้ประเทศไทยพัฒนาเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การขนส่งของโลกแห่งใหม่ และทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทอง อย่างมหาศาล

ส่วนที่ ๓ ผลพิจารณาศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและการเมือง ใน ๕ ด้าน คือถ้ามีการขุดคลองไทยอย่างไรก็ต้องกระทบกับสิ่งแวดล้อม แต่เราสามารถสร้าง สิ่งแวดล้อมใหม่ขึ้นมาทดแทนได้และสามารถที่จะอยู่ร่วมกับเอ็นจีโอ (NGO) หรือผู้ที่ดูแล สิ่งแวดล้อม อย่างเช่นประเทศมาเลเซียได้ทำเขตเศรษฐกิจพิเศษอิสกันดาร์ (Iskandar) ขึ้นมา เรื่องของสิ่งแวดล้อมสูญเสีย แต่เขาก็ทำงานร่วมกับเอ็นจีโอ (NGO) เพื่อที่จะวางแผน การพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในประเทศมาเลเซีย อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง เรื่องของ สิ่งแวดล้อมนั้นทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาอยู่ ๕ ด้าน

๑. ด้านกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะเป็นทางบวกและทางลบ จากการ เปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แร่ธาตุและธรณีวิทยา

ประเด็นที่ ๒ ผลกระทบด้านสังคมจากการย้ายถิ่นของชุมชน และการเวนคืน ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต อาชีพและรูปแบบการประกอบอาชีพใหม่ การไหลบ่าของ วัฒนธรรมต่างชาติที่จะเข้ามา รวมทั้งผลกระทบต่อโบราณสถาน โบราณวัตถุบางพื้นที่ ตลอดจนความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชน ทางกรรมาธิการได้ศึกษาไว้รอบด้านแล้ว

ประเด็นที่ ๓ ผลกระทบด้านความมั่นคง พิจารณาศึกษาผลกระทบ การรักษาความมั่นคงภายใน รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ความมั่นคงทางพื้นดิน และอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ประเด็นที่ ๔ ผลกระทบด้านการเมือง เป็นการพิจารณาศึกษาด้านการเมือง ภายในประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่เสียผลประโยชน์ ตลอดจนความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ อาจจะมีผลกระทบถึงคลองไทยได้

ประเด็นที่ ๕ กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ อย่างอีอีซี (EEC) เรามีกฎหมายที่บริหารจัดการ อีอีซี (EEC) ดังนั้น คลองไทยเป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ระดับโลกเป็น เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เดียวของประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด แล้วน่าจะเป็นโครงการ ใหม่ที่สุด ใหญ่ที่สุดของโลกที่จะเกิดขึ้น จึงต้องมีกฎหมายโดยเฉพาะ

โดยสรุปแล้วการศึกษาของคณะกรรมาธิการ พบว่าการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ จะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ และของประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประชาชนย่อมเกิดขึ้น ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องมีการศึกษา เชิงลึกฟีซิบิลิตี (Feasibility) อย่างจริงจังและเป็นกลาง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะเป็น ประโยชน์ในการขุดคลองไทยต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติให้มากที่สุด ในภาวะที่มีโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ ถือว่าเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้ เริ่มต้นสู่มิติใหม่ของประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน เดี๋ยวทางคณะอนุกรรมาธิการ และรองประธานจะได้นำเสนอ ขอบคุณครับ