มนพร ชี้ราคาหมูพุ่ง ท้ารัฐเร่งแก้-เปิดทางเลือกเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

มนพร เจริญศรี หารือปัญหาราคาเนื้อหมูที่พุ่งสูงจากโรคระบาดในสุกร ตั้งคำถามถึงความล่าช้าของกรมปศุสัตว์ในการดำเนินการป้องกันและจัดหามาตรการสนับสนุน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น การห้ามส่งออกหมู การนำเข้าหมูราคาถูก และการแจกแม่พันธุ์ให้เกษตรกรรายย่อย นอกจากนี้ยังทูลเกล้าถ้อยแถลงผ่านประธานที่ประชุมเพื่อวิพากษ์สถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมที่ประชาชนกำลังเผชิญ ตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญที่ถูกมองว่าบิดเบี้ยว และเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาลาออกเพื่อคืนความสุขให้ประชาชน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเลือกตั้งที่จะสะท้อนเจตจำนงของพี่น้องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างแท้จริง

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากวิกฤติราคาเนื้อหมูที่แพงขึ้นถึงกิโลกรัมละ ๒๓๐ บาท จากเดิมกิโลกรัมละประมาณ ๑๒๐-๑๓๐ บาท ขึ้นไปเกือบ ๙๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นการขึ้นราคาแบบกะทันหันแบบนี้ เกิดจากอะไรคะ เกิดจากผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้บริโภค และคนเลี้ยงหมูใครได้ประโยชน์ ใครเสีย ประโยชน์ ทำไมหมูถึงไม่พอกับการบริโภคภายในประเทศ เมื่อความต้องการสูงกว่าปริมาณ ทำให้สินค้ามีราคาแพง ทำให้ไม่เป็นไปตามกลไกของตลาด และถามต่อว่าทำไมปริมาณหมู ลดลง คำตอบก็คือเพราะโรคระบาดในสุกรในหมูที่รัฐบาล ซึ่งโรคระบาดชนิดนี้ต้องใช้วัคซีนค่ะ โดยเฉพาะการสั่งซื้อวัคซีนจากต่างประเทศซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากกรมปศุสัตว์ เช่นเดียวกับการนำเข้าวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด (COVID) จากต่างประเทศซึ่งจะต้องได้รับ การอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยาเสียก่อน ดิฉันจึงมีคำถามต่อไปว่า แล้วทำไม กรมปศุสัตว์ถึงไม่รีบนำวัคซีนป้องกันเข้ามาฉีดป้องกันให้กับหมูตั้งแต่ที่มีการระบาดโรคนี้ ในระยะแรก ๆ ซึ่งการระบาดโรคดังกล่าวส่งผลกระทบไปสู่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูแล้วก็ผู้บริโภค ปัจจุบันหมูในประเทศไทยที่เคยมีจำนวนมากกว่า ๒๒ ล้านตัว ลดลงเหลือ๑๙ ล้านตัว ท่านนายกรัฐมนตรีท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ท่านยังอยู่ดี กินอิ่มนอนอุ่นกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหรือเปล่าคะ ผู้สื่อข่าวได้ถามท่านนายก ว่าราคาหมูแพงจะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านกลับบอกว่า ก็ให้พี่น้องประชาชนไปกินไก่ ทั้งนี้ราคาหมูแพงขึ้นค่ะ ราคาไก่ ราคาไข่ สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง แพงขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ เราจะพบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาสู่ประเทศไทย ในขณะนี้รัฐบาลไม่มีการเตรียมการรับมืออย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด (COVID) การจัดหาวัคซีน ทั้งการจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้กับคน การจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้กับหมู การจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้วัว ควาย รัฐบาลควรจะมีมาตรการ การวางแผน แล้วก็การรับมือทั้งในระยะสั้นและระยะยาวค่ะ ซึ่งดิฉันจะขอเสนอแนะในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหาระยะสั้น รัฐบาลจะต้องนำเข้าเนื้อหมูที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง จนเกินไป จนไม่เกินกำลังซื้อของพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งให้มีการยกเว้นภาษีนำเข้า เพื่อจะให้มีการแบ่งเบาภาระให้กับผู้บริโภค ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวรัฐบาลต้องเร่ง ที่จะเอาแม่พันธุ์หมูเข้ามาให้เกษตรกรขนาดกลาง แล้วก็ขนาดย่อยมาเลี้ยง แล้วก็ดูแล เรื่องอาหารหมูในระยะแรก ๆ ของการเลี้ยงลูกหมูขุนนะคะ นอกจากนั้นปศุสัตว์ต้องลงไป กำกับดูแลในเรื่องของการเฝ้าระวังโรคระบาดและสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในวงจรวิถีชีวิต ของลูกหมู ตลอดจนให้มีการสนับสนุนทุนในระยะยาว แล้วก็ระยะสั้นที่เขาขาดทุนจากการ เกิดโรคระบาด จะเห็นว่าการสนับสนุนเกษตรกรโดยตรงแบบนี้ก็คงดีกว่ารัฐบาลอนุมัติเงิน ๑,๔๐๐ ล้านบาทในโครงการคนละครึ่งเป็นไหน ๆ ค่ะท่านประธาน

ปัญหาเฉพาะหน้าอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือการกักตุน เพราะในเมื่อหมูมีราคาแพง ขึ้นแบบนี้ก็จะมีการกักตุนในระบบห้องเย็น รัฐบาลควรจะมีการรวบรวมผู้ประกอบการเรื่อง ของห้องเย็นให้สามารถเก็บเนื้อหมูเข้าสู่ห้องเย็นได้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม เมื่อมีการวางแผนที่ดีแล้วกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็จะทำให้พ่อค้า แม่ค้าไม่สามารถ ที่จะฉกฉวยโอกาสขึ้นกำไรแล้วก็ทำให้หมูแพงได้

ท่านประธานคะ นอกจากการแก้ปัญหาในเรื่องระยะสั้น ระยะยาวแล้ว สิ่งที่ดิฉันจะเสนอต่อไปก็คือ

ขั้นตอนที่ ๑ ห้ามให้มีการส่งหมูออกในขณะนี้ แล้วรัฐบาลเจรจากับผู้ค้า เนื้อหมูรายใหญ่ ๆ ที่กักตุนเนื้อหมูในห้องเย็นขณะนี้ ปล่อยหมูออกมาสู่ท้องตลาดให้ พี่น้องประชาชนซื้อหมูในราคาที่ถูกและเป็นธรรม

ขั้นตอนที่ ๒ ให้นำเข้าเนื้อหมูที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม อย่างที่ กราบเรียนว่า อาจจะต้องมีการยกเว้นภาษีนำเข้า

ส่วนขั้นตอนที่ ๓ ให้รัฐบาลนำแม่พันธุ์หมูมาแจกจ่ายให้เกษตรกรรายย่อยฟรี

ซึ่งข้อมูลที่ดิฉันได้นำเสนอไปทั้งหมดนี้ท่านประธานเป็นเสียงสะท้อนของ นักการเมืองมาจากพี่น้องประชาชน ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจว่า วันนี้ประชาชนคนไทย ทั้งประเทศอยู่อย่างยากจนข้นแค้นทำมาหากินลำบาก ระบบราชการเข้มแข็ง ภาคประชาชน อ่อนแอ กระบวนการยุติธรรมถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะพวกพ้องตนเอง ดิฉันอยากจะ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกประยุทธ์ว่า ถ้าท่านจะคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ท่านได้เสียสละชีวิตและอนาคตของประชาชนคนไทย เสียสละความสุขส่วนตัวของท่าน นั่นก็คืออยากให้ท่านได้ตัดสินใจลาออก แต่ท่านอย่าเลือกกรณีของการยุบสภา เพราะว่าวันนี้ ดิฉันเห็นท่านสัมภาษณ์ว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากกระบวนการรัฐธรรมนูญ ที่มาจาก พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากที่สุด ท่านจำผิดหรือเปล่าคะ พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมาก ที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร คือพรรคเพื่อไทย ๑๓๘ ที่นั่ง ความชอบธรรมควรจะเกิดขึ้นกับ พรรคเพื่อไทยในการที่จะจัดตั้งรัฐบาล แต่เพราะรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว ที่พวกท่านเลือก ส.ว. เหล่านั้นขึ้นมา แล้ว ส.ว. ก็มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนายกรัฐมนตรีที่เลอะเลือน กติกา บิดเบี้ยว รัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว ก็ทำให้วันนี้ประชาชนคนไทยก็เลยเป็นกรรมของประชาชน คนไทย แล้วก็เป็นกรรมของประเทศค่ะท่านประธาน นอกจากนั้นดิฉันอยากจะฝากว่า การเลือกผู้แทนราษฎรก็จะเป็นเงาสะท้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันมาจาก ส.ส. บ้านนอก การเป็น ส.ส. บ้านนอก ชาวบ้านคิดอย่างไรกับ ส.ส. เขาก็จะเลือกผู้แทนแบบนั้นว่าผู้แทน อยู่ติดกับพื้นที่ รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นปากเป็นเสียงให้เขา หรือเปล่า ประชาชนต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯ ก็คงไม่แตกต่างกัน วันนี้ประชาชนกรุงเทพฯ ก็ได้บริโภคสินค้าของทุกอย่างแพงทั้งแผ่นดิน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งในวันที่ ๓๐ ก็จะ ตัดสินว่า คนกรุงเทพฯ คิดอย่างไรกับรัฐบาลชุดนี้ พวกท่านทั้งหลายหรือคนกรุงเทพฯ จะเลือกนักการเมืองที่สังกัดพรรคใด จึงขอฝากแล้วก็ทิ้งท้ายไว้ท่านประธานว่า กรรมของ คนไทยและกรรมของประเทศไทย ขอบคุณค่ะ