ปดิพัทธ์ สันติภาดา หารือถึงการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่รัฐบาลและกรมปศุสัตว์ปกปิดข้อมูล จนส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และค่าครองชีพ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียสัตว์ การไม่ได้รับเงินชดเชย และภาวะเครียดจนถึงขั้นเสียชีวิต พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางปัญหาราคาเนื้อหมูที่พุ่งสูงและภาวะขาดแคลนสุกรอย่างรุนแรงทั่วประเทศ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้เป็นผู้เสนอญัตติแทนท่านหัวหน้าพรรค คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแพร่ระบาด ของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้า อุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านญัตติ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร จากข้อมูลที่ถูกเปิดเผยผ่าน กลุ่มนักวิชาการ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเอกสาร การเบิกจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ล้วนแต่ชี้ชัดว่าการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลกลับปกปิดข้อมูลดังกล่าวไว้ โดยไม่แจ้งปัญหาการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นให้สาธารณชนได้รับทราบ แม้ว่ากรมปศุสัตว์ จะออกมายอมรับในท้ายที่สุดว่า ได้พบเชื้อโรคดังกล่าวภายในประเทศเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ที่ผ่านมา แต่ความเสียหายที่เกิดจากการแพร่ระบาดก็ได้เกิดเป็นวงกว้างแล้ว ทั้งในเรื่อง การกำจัดสุกรกว่า ๓ ล้านตัว หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๕ ของจำนวนสุกรที่เลี้ยงในประเทศ จนทำให้ราคาขายปลีกเนื้อหมูในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับตลาดโลก ส่งผลร้าย ต่อความมั่นคงทางอาหารของคนในประเทศ นอกจากเรื่องราคาเนื้อหมูแพงแล้ว ยังมีสินค้า อุปโภคบริโภคอื่นที่ได้ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า รวมไปถึงการขึ้นค่าโดยสารรถ เรือสาธารณะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวย่อมทำให้ ค่าครองชีพโดยรวมสูงขึ้น ส่งผลให้การดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนในช่วงการระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-2019) เป็นไปอย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับประโยชน์สำคัญของประเทศ กระทบต่อเศรษฐกิจและ สังคมในวงกว้าง จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมต่อไป
เรียนท่านประธานครับ สืบเนื่องจากที่ท่านวิสุทธิ์ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ในเรื่องของโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกร แล้วก็สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไปเมื่อเช้าแล้ว ผมจึง เห็นสมควรว่าเราจำเป็นต้องทำงานต่อไป เพราะลำพังแค่คำตอบที่ท่านรัฐมนตรีให้ไม่ได้ สัมพันธ์กับสถานการณ์ที่จะแก้ไขปัญหาที่ตอนนี้เรื้อรัง ลุกลาม จนบางทีการจะกลับไปเริ่มต้น แค่ยอมรับ ยังสายเกินไป อย่างน้อย ๒-๓ ปี ท่านประธานครับ ผมอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนที่ผมลงพื้นที่ให้กับสภาแห่งนี้ได้ฟัง ครอบครัวเกษตรกรครอบครัวหนึ่งที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ตอนนี้คุณพ่อของเขา ได้เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเส้นเลือดในสมองแตกจากความเครียดที่สุกรของเขานั้นเสียหาย ทั้งหมด แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้เสียจากโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกรโดยตรง แต่จากการที่ต้อง รีบขายหมูจากความตื่นตระหนก จากการที่ต้องรีบขายหมูจากความกลัวว่าโรคนี้จะเข้ามา ที่ฟาร์ม แล้วพวกเขาจะต้องสูญเสียหมูทั้งหมดไป พวกเขาถูกกดขี่ข่มเหงในเรื่องราคาขายจน แทบสิ้นเนื้อประดาตัว เกษตรกรที่จังหวัดพิษณุโลก คุณบุญมี สิงห์พุทธ ที่อำเภอบึงพระ ตอนนี้ น้ำหนักเหลือเพียงแค่ ๓๕ กิโลกรัม ตรอมใจเพราะเขาถูกทำลายสุกรไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ กรมปศุสัตว์ค้างเงินเขาอยู่ ๑๓๓,๒๐๐ บาท ตอนนี้ผ่านมาปีกว่าแล้ว ยังไม่ได้เงิน ป้าแป๊ดที่อำเภอท่าทอง สุกรของเขาป่วยวันที่ ๒๐ เมษายน ปี ๒๕๖๔ ๒๑ เมษายน เจ้าหน้าที่ ปศุสัตว์เข้าไปที่ฟาร์มและเจาะเลือดเพื่อจะตรวจหาเชื้อ เอเอสเอฟ (ASF) แทนที่จะรอผลว่า ยืนยันแน่นอนวันที่ ๒๒ เมษายน หมูของเขาถูกจัดการฆ่าเรียบ ฝังลงดิน แล้ววันนี้ก็ยังไม่ได้ เงินชดเชย ผมไปเดินแผงหมูเขียงขายหมูที่ตลาดที่จังหวัดพิษณุโลกไม่ว่าจะเป็นตลาดปู่ดำ ตลาดใต้ ตลาดร่วมใจ และอีกหลายตลาด ผมมีใบราคาจะมาโชว์ท่านรัฐมนตรีด้วย แต่วันนี้ ผมไม่ได้แสดงขึ้นที่จอ ผมจะให้ท่านหลังจากนี้ สันคอกลม วันที่ ๗ เดือนธันวาคม กิโลละ ๑๙๗ บาท วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ๒๐๖ บาท วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๓๘ บาท แล้วก็ล่าสุดวันที่ ๔ ที่ผมได้บิล (Bill) มา วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕ บาท ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชน ผมยกแค่ในตัวอย่างพิษณุโลก แต่จริง ๆ แล้วเสียงร้องระงมแบบนี้เกิดขึ้น ทั่วประเทศไทย ราคาหมูที่เกิดขึ้นแพงได้ขนาดนี้คือประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีได้แค่ ๒ สาเหตุเท่านั้นเอง
๑. คือหมูขาดแคลนอย่างมากจากการตายจากโรคระบาดใหญ่ ๓ ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ตัวเลขกรมปศุสัตว์ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าหมูในประเทศเหลือเท่าไร ท่านรัฐมนตรี ก็บอกว่าตัวเลขยังไม่เสร็จ ผมไปทวงถามมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว นี่ผ่านมาจะ ๑๐ วันแล้ว กรมปศุสัตว์ไม่มีตัวเลขว่าสุกรในประเทศไทยเหลือเท่าไร ปี ๒๕๖๒ มีเท่าไร ปี ๒๕๖๓ เท่าไร ปี ๒๕๖๔ เท่าไร จนออกมาเป็นคำพูดของนายกรัฐมนตรีว่า สุกรเสียหายไปเพียงแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่แท้จริงแล้วในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันตกและ ภาคตะวันออก เกษตรกรประเมินว่า สุกรอาจจะเสียหายถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แบบนี้ไม่เรียก ปกปิด แล้วจะเรียกว่าอะไรครับ แม้แต่บอกว่าเสียหายเพราะโรคเพิร์ส (PRRS) ผมขอตัวเลข จากความเสียหายจากโรคเพิร์ส (PRRS) ยังไม่ยอมให้ผมเลยครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมฝากเรียนท่านรัฐมนตรี ขนาดยืนยันว่าตายเพราะโรคเพิร์ส (PRRS) ก็ยังไม่เปิดเผยว่าสุกร ที่ทำลายจากโรคเพิร์ส (PRRS) ทำลายไปกี่ตัว แบบนี้จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาข้าราชการกรมปศุสัตว์ในระดับจังหวัด พูดเป็นเสียง เดียวกันว่า เขาทำงานภายใต้ความกดดัน เพราะรายงานผลตามจริงไม่ได้ ถ้ารายงานผล ตามจริงว่า มี เอเอสเอฟ (ASF) ระวังนายจะเล่นงาน ผมไม่รู้นายระดับไหน ระดับอธิบดี หรือระดับรัฐมนตรี หรือระดับนายกรัฐมนตรี สิ่งนี้สร้างความอับอายให้กับวงการสัตวแพทย์ สิ่งนี้สร้างความเจ็บซ้ำให้กับเกษตรกร ท่านอาจจะคิดว่าแล้วทำไมเกษตรกรไม่ออกมา พูดเร็วกว่านี้ ทำไมคณะสัตวแพทย์ไม่ออกมาพูดเร็วกว่านี้ ท่านประธานครับ ระบบรัฐราชการรวมศูนย์ที่คุณประยุทธ์สถาปนาเอาไว้ พวกเขากลัวนาย มากกว่ากลัวประชาชน สิ่งเหล่านี้เองการปกปิดเหล่านี้ทำให้ความเสียหายนั้นรุนแรง ลุกลาม และกระทบไม่ว่าจะเป็นแหล่งโปรตีน ประเทศไทยของเราคนไทยของเรากินหมูเยอะที่สุด ในบรรดาแหล่งโปรตีนทั้งหมด และเมื่อไม่สามารถบริโภคหมูได้ได้ แน่นอนกลุ่มโปรตีนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นไก่ ไม่ว่าจะเป็นปลา ก็จะขึ้นจนไม่สามารถควบคุมราคาได้ ตอนนี้ ถึงแม้รัฐบาลจะพยายามควบคุมราคาไก่ แต่ผมอยากจะบอกว่าที่ท่านคุมไก่ได้ไม่ยาก เพราะว่าขายอยู่เจ้าเดียว ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๒ เมื่อเช้านี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าท่าน ไม่รู้จักโรคนี้มาก่อนเป็นโรคใหม่ ก็จริงนะครับ ตอนที่ผมเรียนคณะสัตวแพทย์โรคเอเอสเอฟ (ASF) เราแทบจะไม่ต้องอ่านเลยเพราะไม่ออกสอบ เพราะว่ามันเป็นโรคในทวีปแอฟริกา แต่ตอนนี้ถ้าประเทศไทยของเราไม่ได้ตั้งรับโรคอุบัติใหม่ ท่านประธานครับ ๓ ปีนี้เรามีโรค อุบัติใหม่ในสัตว์ไปแล้ว ๓ โรค แอฟริกัน ฮอส ดีซีส (African Horse Disease) ที่ทำให้ม้า ที่โคราชตายไปเป็นจำนวนมาก ก็เพราะเรานำเข้าสัตว์ป่าแน่นอนจากแอฟริกา ลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ก็ไม่เคยระบาดในประเทศไทย และแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (African Swine Fever) ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้กรมปศุสัตว์จะทำบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุไม่ได้ เพราะเราเห็นเทรนด์ (Trend) เรียบร้อย เราเห็นการระบาด เรียบร้อยแล้ว ทันทีที่ประเทศจีนคอนเนกต์ (Connect) เข้ากับยุโรป คอนเนกต์ (Connect) เข้ากับแอฟริกา และคอนเนกต์ (Connect) เข้ากับเซาท์ อีสต์ เอเชีย (South East Asia) อะไรที่เกิดกับจีน เกิดขึ้นที่ประเทศไทยได้ภายในปีถัดไป ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๒ ท่านประภัตรบอกเมื่อเช้านี้ว่าแล็บ (Lab) กรมปศุสัตว์ยืนยันใช่ไหมครับว่าหมูที่ตายที่ ชายแดนเป็นเอเอสเอฟ (ASF) และผมว่านี่คือที่มาที่ทำให้ปี ๒๕๖๒ เดือนตุลาคมเราตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาควบคุม และมีคำว่า กำจัด ด้วย ควบคุมและกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกา สุกร ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ และแน่นอนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านก่อน ในรัฐบาลของ คสช. ก็ได้ประกาศตั้งแต่เดือนเมษายนปี ๒๕๖๒ ว่า นี่คือวาระแห่งชาติ แต่ท่านกลับทำเหมือนเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รายงานการประชุมก็หายากเหลือเกิน ผมขอรายงานการประชุมไปทั่วเลย โดยเฉพาะในกรรมการควบคุมและกำจัดโรคแอฟริกาสุกร แทบจะไม่มีรายงานการประชุมที่เปิดเผยต่อสาธารณะ มีแต่คำพูดต่อ ๆ กันว่า ที่นั่นป่วย ที่นี่ป่วย ที่นั่นเกิดโรคแล้ว ที่นี่หมูตายแล้ว หาหลักฐานไม่ได้ ผมขอหลักฐานการชันสูตรไปที่ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็บอกว่ามี มีโรคเอเอสเอฟ (ASF) ในประเทศไทย ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ แล้ว แต่รายงานที่เป็นเอกสารหาไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือข้อสงสัยของเราว่ามันมีการปกปิดข้อมูล และเหมือนที่ท่านวิสุทธิ์ได้อภิปรายไป นี่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชนแน่ ๆ การปกปิดแบบนี้ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชน แน่ ๆ ปี ๒๕๖๓ โรคระบาดจากภาคเหนือลงมาที่ภาคกลาง แน่นอนครับยังเป็นพื้นที่ ที่มีการผลิตสุกรไม่มาก แต่เมื่อปี ๒๕๖๔ เข้าไปแอทแทค (Attack) ที่ฟาร์มที่ภาคตะวันออก คือ ฉะเชิงเทราและชลบุรี แล้วก็ลามมาที่เมืองหลวงของการเลี้ยงสุกรของประเทศไทย ก็คือนครปฐมและราชบุรี อันนี้ละครับหายนะของปริมาณ ท่านประธานครับ ตั้งแต่เดือน เมษายน พิก บอร์ด (Pig Board) คุยเรื่องหมูตายกันมาตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์สุกร ที่ด่านขุนทด ก็ยืนยันว่าจำเป็นที่จะต้องป้องกันเรื่องนี้ แล้วก็กำจัดหมูปริมาณมาก แต่สิ่งที่พวกเขาต้องทำคืออะไรครับ ลงขันกันเอง เพราะรัฐบาลไม่ได้เปิดเผยว่ามันมีโรคนี้ เกิดขึ้น และเกษตรกรก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผย เพราะกลัวอย่างไรครับ กลัวมีเรื่องกับกรมปศุสัตว์ ท่านประธาน อันนี้คือคำพูดที่ติดปากเกษตรกรทุกคนตอนนี้ กลัวมีเรื่องกับกรมปศุสัตว์ ไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล และเกษตรกรท่านหนึ่งที่ออกมาเปิดเผยว่าสุกรของเขาตายเพราะ เอเอสเอฟ (ASF) ตั้งแต่ปีที่แล้ว ออกข่าวทันทีครับว่าถูกขู่ฆ่าเรียบร้อยแล้วท่านประธานครับ ทำไมไม่แจ้ง ๑. ก็คือว่าฟาร์มต่าง ๆ ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้ ที่ผมพูดถึง ลุงน้อย บุญมี แล้วป้าแป๊ด ชดเชยกันหลักแสน แต่ฟาร์มที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ชดเชยกันรายละเป็นร้อยล้านบาท ไม่มีใครเชื่อว่ารัฐบาลจะมีเงิน เพราะรัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ที่ฟาร์ม ไม่ยอมเปิดเผย เพราะกลัวว่าจะกระทบฟาร์มข้างเคียงครับ เมื่อรัฐบาลปล่อยเรื่องนี้ลอยตัว ประชาชนก็เลยต้องดิ้นรนกันเอง และขัดแย้งกันเองว่าถ้าฟาร์มนี้ประกาศ ฟาร์มอื่นก็จะขาย หมูไม่ได้ ถ้าที่นี่ประกาศราคาหมูก็จะตก เพราะฉะนั้นจึงเป็นความขัดแย้งรุนแรงในระหว่าง ฟาร์มต่าง ๆ และสิ่งนี้อยู่บนความนิ่งเฉยของรัฐบาล แล้วก็กลัวกรมปศุสัตว์โดยเฉพาะอธิบดี ท่านนี้น่ากลัวจริง ๆท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๕ กรมปศุสัตว์ยอมรับว่ามีโรคระบาดนี้ แต่เป็นการยอมรับแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก น้ำท่วมปาก เพราะหลักฐานมันเต็มไปหมด ภาคีคณะสัตวแพทย์ ๑๔ มหาวิทยาลัยออกจดหมายเปิดผนึกถึงกรมปศุสัตว์ ตอนนี้ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้อยู่ กรมปศุสัตว์แทนที่จะยอมรับและแสดงความเสียใจ ตอนนี้ตั้งกรรมการสอบสวนว่าจดหมายนี้มาได้อย่างไรและทำไมกรมปศุสัตว์ไม่ได้รับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่รู้ราคาหมูขึ้นได้อย่างไร เป็นฝีมือใครทำ แล้วบอกว่าหมูหายไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ วันที่ ๑๑ มกราคม ผมเข้ากรมปศุสัตว์ไปขอข้อมูล และเมื่อวันก่อน ผมไปที่ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐมก็เหมือนกัน คือไม่มีข้อมูล ท่านประธานครับ การที่เรา ไม่ยอมรับในอดีตตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ว่าปริมาณหมูที่หายไปนั้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ ทุกประเทศเจอเอเอสเอฟ (ASF) หมด ในทวีปเอเชีย (Asia) และเซาท์อีสต์ เอเชีย (Southeast Asia) แต่มีแค่ประเทศเราประเทศเดียวที่ไม่ยอมรับ ประเทศจีนเสียหายหนัก หมูของเขาเสียหายทุกมณฑลรวมกัน ๒๐๐ ล้านตัว ปริมาณมหาศาล แต่ตอนนี้ เขาฟื้นกลับมาได้แล้ว เพราะเขายอมรับตรงไปตรงมาว่ามันมีเอเอสเอฟ (ASF) และภายใน อีกไม่กี่ปี เขาจะกลับมาเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล เพราะเทคโนโลยีการผลิตของเขาสูงขึ้น แต่ประเทศไทยไม่ยอมรับจนเป็นที่น่าอับอายไปทั่วโลก ไต้หวันตรวจเจอกุนเชียงที่ปนเปื้อน มาเลเซียเจอหมูที่ปนเปื้อน เวียดนามรีเจกต์ (Reject) หมูของเรา แต่ประเทศไทยไม่ยอมรับ ว่าเรามีเอเอสเอฟ (ASF) ท่านประธานครับ ผมไม่ได้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อันนั้น เดี๋ยวเจอกันตอนเดือนกุมภาพันธ์ แต่ตอนนี้เราต้องแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เราไม่สามารถปิดเรื่องนี้ไว้ได้แล้วครับ เราต้องแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ในอดีต ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ใครจะต้องรับผิดชอบบ้าง และการชดเชย จะต้องทำอย่างไรบ้าง นี่คือเรื่องที่ต้องทำเพื่อให้อดีตได้รับความเป็นธรรม ปัจจุบันก็ต้องทำ เพราะมาตรการที่ออกมาในตอนนี้มันออกราวกับว่า ไม่มีเอเอสเอฟ (ASF) มันก็เลยทำให้ มาตรการปัจจุบันนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาได้ เดี๋ยวผมจะพูดให้ท่านรัฐมนตรีฟัง และอนาคตของผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ตอนนี้พวกเขานั่งน้ำตาไหลทุกวัน เพราะมองไม่เห็นว่า จะกลับมาเลี้ยงสุกรได้อย่างไร นอกจากไปเป็นฟาร์มลูกเล้า ท่านประธานครับ ในท่ามกลาง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในท่ามกลางความเดือดร้อนของภาวะที่ของแพง ทั้งแผ่นดินแบบนี้ การปกปิดในช่วงที่ผ่านมามีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความมั่งคั่งขึ้น ท่านประธานครับ ฟาร์มต่าง ๆ เผชิญชะตากรรมเดียวกัน ก็คือต้นทุนวัตถุดิบอาหารสูงขึ้น เพราะฉะนั้นนี่คือโอกาสที่โบรกเกอร์ (Broker) ต่าง ๆ เข้าไปกดราคาที่หน้าฟาร์ม ถ้าไม่ยอม ขายหมูก็ไม่ยอมจับ ปล่อยให้กินฟรีไป สุดท้ายก็ต้องเทขาย เกษตรกรที่จังหวัดนครปฐมขาย กิโลกรัมละ ๑๐ บาทครับท่านรัฐมนตรี ตอนที่มีข่าวระบาดหนัก ๆ และฟาร์มของเขาติดเชื้อ เขาขายกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ในหมูที่ไม่ป่วย ถ้าท่านรัฐมนตรีบอกว่าท่านรู้สูตรการคำนวณ ราคาขายหน้าฟาร์ม ๑๐ บาท คูณ ๒ บวก ๒ หมูจะต้องราคากิโลกรัมละ ๒๒ บาท แต่เราไม่เคยมีหมูต่ำกว่า ๑๐๐ บาทมาตลอด ๔ ปีนี้ เพราะส่วนต่างราคาเหล่านี้ครับ โบรกเกอร์ (Broker) เอาไปกินหมด ท่านประธานครับ แต่ถามว่าเขาผิดไหมก็ไม่เชิง เพราะนี่คือการค้าเสรี แต่มันผิดที่ทำเรื่องนี้ภายใต้การปกปิดของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ว่าไม่มีโรค อาศัยช่องว่างของความกลัว อาศัยช่องว่างของโรคระบาดตักตวง ผลประโยชน์ นี่เป็นเรื่องที่เรายอมรับไม่ได้ และถ้าท่านรัฐมนตรีไม่จัดการเรื่องนี้ ภาวะที่เกษตรกรเจอการกดขี่แบบนี้ เราก็ไม่รู้จะมีรัฐบาลไปทำไม ท่านประธานครับ อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ได้ผลประโยชน์มากมายมหาศาลเลย ก็คือด่านกักสัตว์ ถ้าจะเคลื่อนย้ายสุกรจากพื้นที่ ที่มีการติดโรค ไปในพื้นที่ที่ไม่มีการติดโรค ด่านกักสัตว์จะต้องเจาะเลือดและให้หมูอยู่ที่ ด่านนั้นก่อน จนกว่าจะมีผลเลือดยืนยันว่ามีเชื้อหรือไม่มีเชื้อ แต่ท่านประธานครับ ของจริงรอแค่ ๑๐ นาที ไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีเคยได้ยินเรื่องนี้หรือเปล่า จ่ายกันตั้งแต่คันละ ๑,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ๓ ปี ด่านกักสัตว์เหล่านี้ก็คือใครล่ะครับ ก็คือเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดที่ประจำอยู่ในด่านต่าง ๆ ทั้งด่านชายแดน และด่านระหว่าง จังหวัด นี่กลายเป็นต้นทุนที่ผู้เลี้ยงสุกร และพ่อค้าจะต้องจ่ายเป็นประจำ เพื่อจะส่งหมูได้ โดยปลอดโรค และนี่คือปัจจัยที่ทำให้โรคแพร่กระจายเร็วที่สุด หมูราคาถูกอยู่ที่หน้าฟาร์ม ที่เกษตรกรอยากจะปล่อย ชำแหละเรียบร้อยอยากจะส่งผ่านให้เร็วขึ้นก็จ่ายเงินใต้โต๊ะ แล้วก็มาที่หน้าเขียงขายแพงเหมือนเดิม ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบนความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ของเกษตรกร ของเขียงหมูและของพี่น้องที่บริโภค สุกรทุกคน ท่านประธานครับ การตักตวงผลประโยชน์แบบนี้ ผมกำลังพูดถึงผลประโยชน์ ที่อาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้ครับถ้าคุณมีหมูอยู่ในห้องเย็นเหมือนเล่นหุ้น เลยครับ ตอนนี้คุณปั่นราคาได้ตามใจชอบ ปกติราคาหมูจะขึ้นทุกวันพระ วันโกนก็จะมี การประชุมกัน และเมื่อก่อนราคามันขึ้นไม่ได้ตามใจชอบ เพราะกลุ่มต่าง ๆ มันคานกัน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรราชบุรีก็คานกัน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรตะวันออกก็คานกัน กลุ่มบริษัทใหญ่ก็ คานกัน ไม่มีใครกล้าขึ้นราคามากจนเกินไป เร็วจนเกินไป ประชุมกันทุกวันพระ แต่วันนี้ขึ้น ราคาได้ทุกวัน เพราะเหลือแค่กลุ่มเดียวแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ตรงนี้ เรื่องนี้การกักตุนจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นแน่นอน ผมยังไม่เชื่อเรื่องนี้เพราะผมไม่สามารถ บุกเขาไปในห้องเย็นต่าง ๆ ได้ แต่เช้านี้ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา แค่ห้องเย็นห้องเย็น เดียวเจอ ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ตุนไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหมูจะถูกหลังตรุษจีน ผมก็ไม่แปลกใจ เพราะช่วงปีใหม่กับช่วงตรุษจีนโกยไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็จะปล่อยหมู ออกมา อันนี้ยังไม่รวมหมูที่นำเข้านะครับ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์เหล่านี้เองเป็นข้อสงสัย ของสภาแห่งนี้ ของพรรคก้าวไกลว่า นี่หรือเปล่าผลประโยชน์ที่ทำให้ปกปิดข้อมูลการระบาด เอาไว้ถึง ๓ ปี จนตอนนี้สถานการณ์อาจจะสายเกินแก้ไปแล้ว ตอนนี้ไปควานหาโรคระบาด ไม่ทันแล้วครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ตรวจ ๓๐๙ ตัวอย่างที่นครปฐมเป็นการ ไปสวอป (Swab) ที่ข้างหน้า เป็นเซอร์เฟซ สวอป (Surface Swab) ไม่ได้ตรวจเลือดหมูแล้ว ไม่มีหมูให้ตรวจ หมูหมดแล้วครับท่านประธาน ในฟาร์มเล็ก ฟาร์มกลาง ฟาร์มย่อย เหลือแต่ หมูในบริษัทใหญ่ ท่านประธานครับ แนวทางแก้ปัญหา กรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นมานี้ มีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลทั้งหมดมันมหาศาลที่เราจะต้องเรียกเข้ามาพิจารณาร่วมกัน คุณจะสามารถวางแนวทางแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างไร ถ้าคุณยังไม่ยอมรับว่ามันเกิดอะไร ขึ้นในอดีตอย่างตรงไปตรงมา และข้อมูลเราเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีก็บอก เมื่อเช้าว่าข้อมูลเรามันคนละชุดกัน ก็ใช่สิครับ มันขอข้อมูลยากอย่างไรครับ เราเลยต้องตั้ง กรรมาธิการ และผมว่าอย่าหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเลยครับ มันต้องมีการรับผิดชอบ เกิดขึ้น เพราะว่าความเสียหายที่มันเกิดขึ้นในอดีตมันมหาศาลจริง ๆ มีคนล้มตาย มีคน กลับมาเลี้ยงไม่ได้ มีคนล้มละลาย ตอนนี้รอแบงก์ยึดกันเป็นแถว คนที่ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในตลอด ๓ ปีนี้ลอยตัวไม่ได้ ในขณะเดียวกันมาตรการที่ออกมาในปีนี้ ผมยกตัวอย่างให้ ท่านประธานฟัง ล้มเหลวทั้งสิ้น พอหมูแพงเกิดอะไรขึ้นครับ กระทรวงพาณิชย์ตั้งร้านธงฟ้า ขายหมูราคาถูก อันนี้ฟังเหมือนจะดีนะครับ แต่คุณทำลายกลไกราคาที่มันแย่อยู่แล้วให้แย่ลง ไปอีก เขียงหมูเขาก็ขายไม่ได้สิครับ ปกติเขียงหมูรับมาตอนนี้เขียงหมูที่เคยขายวันละ ๕ ตัว ๑๐ ตัว ขายวันละ ๑ ตัวยังไม่หมดเลยท่านประธาน เพราะลูกค้าต้องไปซื้อในห้างใหญ่เพราะมันถูกกว่า ตอนนี้ต้องแข่งกับอีก ๒ เจ้า กระทรวง พาณิชย์กับทหาร ทหารเอาหมูไปเร่ขายเองครับท่านประธาน เอาหมูมาจากไหนผมยังไม่รู้ เลยนะ แต่ถ้าดูบิล (Bill) ดี ๆ ผมว่าบริษัทเดียวกันหมด ทหารเอาหมูไปขายสร้างความนิยม ให้พวกทหารด้วยกันเอง นี่มันใช่หน้าที่ทหารหรือครับขายหมู จะขายตั้งแต่ผักชีจนถึงหมูเลย หรือครับ ต่อไปจะขายอะไรอีก ขายไข่ไหมครับ ขายนมไหมครับ สุดท้ายนี่คือการแก้ปัญหา ของรัฐบาลที่ผิดจุด เพราะมันทำลายโครงสร้างราคา ทำลายผู้ขายรายย่อย ทำลายแผงหมู ในจังหวัดพิษณุโลกจนพวกเขาแทบจะเลิกกิจการกันหมดแล้ว ตอนนี้ขาดทุนอย่างน้อยวันละ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ขออีกเดือนเดียว เลยตรุษจีนไปถ้าราคายังเป็นแบบนี้ขออีก เดือนเดียวผู้ขายหมูจังหวัดพิษณุโลกเจ๊งหมด เพราะฉะนั้นมาตรการที่ออกมาในเรื่องของ ธงฟ้าและทหาร ต่อให้บอกว่าไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล แต่ยังจะเอาใจนายหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ไปทำแบบนี้ทำให้สถานการณ์แย่ลง เงินกู้ ธ.ก.ส. ครับท่านประธาน จะปล่อยเงินกู้ให้ เกษตรกรรายย่อยกู้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เอากลับมาเลี้ยงใหม่ ท่านประธานครับ นี่คือกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ที่ล้มเหลวที่สุดเท่าที่ผมเกิดมาเคยเห็น การกลับมาเลี้ยงใหม่ ในวันที่โรคระบาดไม่สงบ คือการขุดหลุมฝังรอบที่ ๒ ที่คราวนี้ตายสนิท คุณจะเอาหมูเข้า ได้อย่างไร ๑๐๐,๐๐๐ บาท เลี้ยงไม่กี่ตัวในระบบฟาร์มแบบเดิมที่เป็นฟาร์มระบบเปิด อันนี้หายนะท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นแทนที่เกษตรกรจะฟื้นตัวได้จากการพักหนี้ จากการ ช่วยเขาจากโดนแบงก์ยึด จากการที่ช่วยให้เขามีรายได้อื่นในช่วงนี้ ท่านกลับไปให้เขาเลี้ยงหมู ในสภาวะที่โรคยังไม่สงบและไม่มีวัคซีน เรื่องนี้ฆ่าตัวตาย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งความหวังไว้ที่วัคซีน โรคนี้มีมาเป็น ๑๐๐ ปีแล้วครับท่านประธาน ยุโรปยังไม่มีวัคซีนเลย จีนก้าวหน้ากว่าเราอีกกี่เท่าก็ยังไม่เจอวัคซีน ไวรัสตัวนี้ขนาดมันใหญ่มากท่านประธาน เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะตัดต่อยีน (Gene) อย่างไรเพื่อให้มันสร้างภูมิคุ้มกันโดยที่ไม่ก่อโรค และวัคซีนที่ใช้กันในประเทศจีนนั้นฟาร์มเจ๊งเป็นอีกมหาศาลเลยเพราะวัคซีนเถื่อนเต็มไปหมด ถ้าตอนนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่าให้มีความหวังในวัคซีน สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เกษตรกรที่อยากกลับมาเลี้ยงใหม่จะวิ่งหาวัคซีนเถื่อนเต็มไปหมดเลยตอนนี้ ท่านรัฐมนตรี วัคซีนเถื่อนเหล่านี้ละครับคือตัวการสำคัญในการแพร่โรคอีกแบบหนึ่ง ผมไม่ได้ บอกว่าเราไม่ต้องพัฒนาวัคซีน แต่ประเทศไทยลำพังโรคสไวน์ฟีเวอร์ (Swine Fever) เราก็นำเข้าอยู่แล้วใช่ไหมครับ โรคเพิร์ส (PRRS) เราก็นำเข้าวัคซีนอยู่แล้ว แต่โรคที่ยากที่สุด ที่โลกนี้ยังไม่มีวัคซีน เราตั้งตัวว่าเราจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ผลิตวัคซีน ท่านประธาน เกษตรกรฟังแล้วน้ำตาไหล เขาอยากได้วัคซีน แต่เขามองหน้ารัฐบาลแล้ว แบบนี้ นี่คือหายนะต่อไปจริง ๆ ว่าเขาต้องวิ่งหาวัคซีนเถื่อน ท่านประธานครับ การตั้งกรรมาธิการ เท่านั้นเราจะสามารถหาข้อมูลในอดีตเจอว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้คณะสัตวแพทย์ต่าง ๆ ทำระบาดวิทยาไม่ได้เพราะตัวเลขมันไม่มี ทุกคนต้องปกปิดหมด เพราะกลัวรัฐบาล กลัวกรมปศุสัตว์ ไม่อยากจะมีเรื่องกับบริษัทใหญ่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ที่เป็นมูลค่าของ อุตสาหกรรมสุกรในประเทศไทย ส่งออกแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านเองครับท่านรัฐมนตรี เห็นแก่ คนในประเทศเถอะครับ อย่าเห็นแก่บางบริษัทเลย ๒๐,๐๐๐ ล้านจากที่เขามี มันเสี้ยวเดียว กับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่ป้าแป๊ดมีทั้งชีวิตเขา เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับตรงไปตรงมาได้แล้ว และเผชิญโรคระบาดนี้อย่างจริงจัง ถ้าเราเผชิญโรคระบาดนี้อย่างจริงจัง เราจะถอด ความสำเร็จจากประเทศอื่นได้ เราจะสามารถทำวัคซีนตรงไปตรงมาได้ เพราะเรามีกฎหมาย และงบประมาณที่เพียงพอไม่ใช่จำกัดจำเขี่ยแบบนี้ ท่านคิดว่าทำวัคซีน ๑ ตัว ใช้งบประมาณ เท่าไรครับ ประเทศอื่นเขาใช้กันเป็นแสนล้าน ท่านมีเงินให้จุฬาลงกรณ์เท่าไร ท่านมีเงินให้ เกษตรศาสตร์เท่าไรที่จะทำวัคซีน ต้องยอมรับว่าการระบาดมันรุนแรงแค่ไหน เชื้อในประเทศไทย เป็นอย่างไร รูปแบบของระบาดวิทยาในประเทศไทยเป็นอย่างไร นี่คือกุญแจของการทำ วัคซีน ไม่ใช่ไปแอบทำกันอยู่ในห้องแล็บ (Lab) ถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการเราจะไม่สามารถ ตรวจสอบรัฐบาลได้ว่า มาตรการระยะสั้นที่ออกมามันดีต่อประชาชนจริงหรือเปล่า มันจะมีมาตรการสะเปะสะปะ เต็มไปหมดครับ กระทรวงการคลังก็ออกมาตรการหนึ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ออก มาตรการหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์ก็ออกมาตรการหนึ่ง ในรัฐบาลผสมที่ทะเลาะกันทุกวัน แบบนี้ ถ้าเราตั้งกรรมาธิการเราจะมีข้อเสนอที่แข็งแรง เราจะสามารถรวมเอาทุกภาคส่วน ภาควิชาการทุกพรรคการเมือง ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม มาทำข้อเสนอได้ แล้วผมว่านี่คือความจริงใจในการแก้ปัญหา ไม่ใช่เป็นการที่เราแค่ส่งรายงานให้กับรัฐบาล ในรัฐบาลที่ไม่มี ส.ส. นั่งประชุมแบบนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ยอมให้ตั้งกรรมาธิการ นี่คือโรคระบาดในสัตว์ที่ส่งผลแค่เศรษฐกิจ ๓ ปีนี้เจอไป ๓ โรคอุบัติใหม่เต็ม ๆ ปีนี้ถ้ากรมปศุสัตว์ยังเป็นแบบนี้ รัฐบาลยังปกปิดแบบนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเป็น แบบนี้ ท่านเตรียมเจอไข้หวัดนกครับ เอชไฟว์เอนซิกส์ (H5N6) ติดเชื้อแล้ว ๕ ราย ที่ประเทศจีน ๒ ราย เสียชีวิต ซูโนซิส (Zoonosis) ครับท่าน ถ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังเป็นแบบนี้ ท่านจะทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนตกอยู่ในอันตรายถึงที่สุด หวัดนก ที่ประเทศจีนผมหลับตามองแล้วหลักเดือน หลักเดือนจริง ๆ ถ้าเราเจอนกอพยพ ถ้าเราเจอการขนส่งจากรถไฟความเร็วสูง ถ้าเราเจอนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาสารพัด ผมไม่ได้ รังเกียจคนจีน ไม่ใช่ แต่มันหมายความว่าในโกลบัลไลเซชัน (Globalization) แบบนี้ ในการ ติดต่อกับโลกภายนอกแบบนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องเผชิญกับโรคอุบัติใหม่ แต่การเผชิญ โรคอุบัติใหม่อย่างตรงไปตรงมา กล้าหาญ และยืนอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนเท่านั้นจึงจะสามารถช่วยเหลือประเทศได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับยังมีเวลา ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ตอนนี้เรากำลังพูดถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ เรากำลังพูดถึงความเสียหายทางสังคมที่พี่น้องเกษตรกรรายย่อยพวกเขาสูญสลาย ไปหมดแล้ว เรากำลังพูดถึงต้นทุนอาหาร กระทรวงศึกษาธิการจะเอาอย่างไร ขึ้นค่าอาหาร กลางวันมาบาทเดียวจาก ๒๐ บาท เป็น ๒๑ บาท แต่เนื้อหมู ๑๖๐ บาท กลายเป็น ๒๖๐ บาท ๒๑ บาท ก็เป็นวิญญาณหมูอยู่แล้ว แล้ววันนี้จะมีหมูให้นักเรียนกินหรือเปล่า ในวันที่พวกเขาเปิดเรียนเข้าไปเรียนแล้ว เด็กไทยจะขาดโปรตีนแน่นอน ผมฟันธง ไข่ก็แพง ไก่ก็แพง ผักก็แพง สุดท้ายกินอะไรกันครับ เรื่องนี้มันต้องแก้ไขในระดับนโยบายของรัฐบาล ให้มันสมกับเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่ไปแบกท่านประภัตรคนเดียว เรื่องนี้จำเป็นต้อง ตั้งกรรมาธิการ และข้อเสนอนั้นจะต้องทำให้เรื่องของการแก้ไขโรคระบาด การแก้ไข ภาวการณ์ขาดแคลนหมู การขาดแคลนโปรตีน เรื่องการช่วยเหลือประเทศนี้ไว้จากภาวะ วิกฤติแบบนี้เกิดขึ้นได้ ท่านประธานครับ ผมกังวลมากในเรื่องของอนาคต ถ้าเราปล่อยให้ ฟาร์มต้องดิ้นรนแก้ไขปัญหากันเอง ถ้าเราปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องดิ้นรนแก้ไขปัญหา กันเองโดยที่สภาแห่งนี้ไม่เอาจริงเอาจังในการตั้งกรรมาธิการ หรือรัฐบาลไม่เอาจริงเอาจัง กว่านี้ในการทำงานเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย หมูจะเป็นโปรตีนอันสุดท้าย แล้วครับที่ทุนใหญ่เอาไปได้ แล้วต่อไปนี้ไม่ว่าจะมีการเลี้ยงสัตว์ในประเทศนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีอนาคตเหลือสำหรับฟาร์มรายย่อยแล้ว เพราะว่าการจะเลี้ยงหมูในประเทศที่มีเอเอสเอฟ (ASF) จะต้องลงทุนเพิ่มอีกมหาศาลด้วยระบบไฮ ไบโอซีเคียวริตี (High Biosecurity) เพราะ เขาไม่ได้พึ่งพาวัคซีน ประเทศจีนก็ไม่พึ่ง รัฐบาลลงทุนมหาศาลให้ฟาร์มในประเทศจีนเกิด ใหม่ไปสร้างบนภูเขาเลย ไม่ได้ใช้แหล่งน้ำร่วมกับใครเลย เป็นฟาร์มปิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นั่นต้องเป็นฟาร์มขนาดใหญ่จริง ๆ เท่านั้น และเป็นการลงทุนร่วมจากภาครัฐ แต่ถ้าเรา ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ปล่อยให้เป็นตามยถากรรม ตอนนี้เรายังมีส่วนแบ่งการตลาด ของฟาร์มกลาง ฟาร์มเล็ก และฟาร์มย่อยอยู่ที่ประมาณ ๓๐-๔๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ารัฐบาล ไม่ทำอะไรสักอย่างหนึ่งจากเรื่องของอหิวาต์แอฟริกาสุกร สุดท้ายฟาร์มกลาง ฟาร์มย่อย อาจจะเหลือแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศ และ ๙๐ เปอร์เซ็นต์จะอยู่ในมือของบริษัทใหญ่ เท่านั้น เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเรื่องเล่น ๆ นะครับท่านประธาน เรากำลังเอาอนาคตของลูกหลาน ของเรา อนาคตของตัวเรา อนาคตของประเทศไปฝากไว้กับการปกปิดข้อมูลของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้เรามาทำงานร่วมกันดีไหมครับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ เผชิญปัญหาตรงไปตรงมาเลย มาทำงานร่วมกันเลย ใครผิดก็ต้องรับผิดชอบ เดินหน้าต่อไป ให้ได้ เพื่อให้มาตรการที่มันดีกว่านี้มันเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เกิดความยั่งยืน และแก้ปัญหาโค้งนี้ ปีนี้จะเป็นโค้งที่สำคัญที่สุดเลยของโอมิครอน (Omicron) การขาดแคลน โปรตีน ภาวะข้าวยากหมากแพง ผมขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้กระทรวงได้ไหมครับ มาทำงานร่วมกันหน่อยเพื่อที่เราจะสามารถแก้ไขปัญหาสุกรได้ และทำให้ประเทศไทย สามารถพ้นวิกฤติได้ ผมหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเพียงพอที่ทำให้สภาแห่งนี้ยอมให้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และถ้ายังไม่ยอมอีก ผมก็คิดว่า เรื่องที่ท่านบอกว่าไม่ได้ปกปิดนั้นคงจะเป็นคำโกหกที่ประชาชนทุกคนหัวเราะในวันนี้ ขอบคุณครับ