มานพ ชี้ปัญหาขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐานในโรงเรียนห่างไกล โดยเฉพาะด้านไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์ ซึ่งส่งผลให้เด็กยากจนจำนวน 1.4 เปอร์เซ็นต์หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสนอให้รัฐเร่งบูรณาการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการพาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริงเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ ว่ารัฐจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่รูปที่ผมนำเสนอ เมื่อสักครู่คือท่านไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายครับ ท่านกำลังให้เด็กและผู้ปกครองออกค่าใช้จ่ายเอง อันนี้คือเป็นประเด็น ข้อมูลที่พี่น้องประชาชนส่งถึงผม ท่านประธานครับ เรามีโรงเรียน ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ๒๙๑ โรงเรียน ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ๔๓๕ โรงเรียน ทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. โรงเรียน ตชด. ในเพจ (Page) ผมก็ส่งมา การเรียนการสอนเมื่อมันไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการสื่อสารตรงนี้ มันมีปัญหาไปทั้งหมดละครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ผมไปที่ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ติดกับอำเภออมก๋อย ผอ. โรงเรียนบอกว่าแก้ปัญหาโดยการใช้ เครื่องปั่นไฟ ใช้โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ปัญหาก็คือว่าต้องเปิดใช้เป็นช่วงเวลาในช่วงที่เรียน คอมพิวเตอร์เพราะว่าไฟฟ้าไม่พอ ผมก็ถามว่าค่าน้ำมันเท่าไรครับท่าน ผอ. เดือนหนึ่งประมาณ ๘,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญก็คือว่าบุคลากรเหล่านี้ ผมพูดในสภาแห่งนี้ตลอดครับ ท่านประธานว่า ทำไมโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ในชุมชน ชอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเราส่งข้าราชการของเรา เราส่งบุคลากรของเราไปทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพของ พี่น้องประชาชน ชอบด้วยกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าหมู่บ้านนี้มีบ้านเลขที่ มีกำนัน มีผู้ใหญ่บ้าน แต่ว่าท่านก็บอกว่าเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เฉพาะป่าสงวนนะครับท่านประธาน ในเขตป่าอุทยานด้วย อยู่ ในลุ่มน้ำชั้น ๑ ชั้น ๒ ผมถามว่าประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ฝ่ายบริหารไม่ประสานกันหรือครับว่า อันนี้คือบุคลากรของเราที่เราส่งไปลงพื้นที่เพื่อพัฒนาคุณภาพของพี่น้องประชาชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่คุยกันหรือครับ เพราะฉะนั้นคือผมคิดว่า เรื่องจำเป็นที่ฝ่ายบริหาร และผมก็เชื่อว่าศักยภาพของผู้บริหารถ้าจะทำเรื่องนี้ไม่เกิน ความสามารถที่จะแก้ปัญหาครับ จะเป็นระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่แล้ว หรือจะเป็นระบบไฟฟ้าทางเลือก จะเป็นโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) โซลาร์โฮม (Solar Home) โซลาร์เฮ้าส์ (Solar House) ก็แล้วแต่ ก็เป็นไปได้หมด แต่ว่าขอให้มันมีประสิทธิภาพและคุณภาพ สิ่งที่ผมอยากจะนำ คำถามตรงนี้ ผมขอภาพสุดท้ายในรูปที่อยากจะนำเรียน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้คือข้อมูลที่ยูนิเซฟ (UNICEF) ได้สำรวจไว้ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เราพบว่า ๑.๔ ของเด็กนักเรียนที่ยากจน จะต้องออกจากระบบ และเราพบว่าถึงแม้ว่าเด็กยากจนจะเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ เครื่องมือใหม่ แต่ว่าไม่สามารถที่จะเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) และคอมพิวเตอร์ได้ เพราะฉะนั้นเป็นเหตุเป็นผลทั้งหมดที่ทำให้ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ของคนจนเหล่านี้ไม่มีโอกาส ได้เรียนต่อที่หลุดออกจากนอกระบบ และเราจะไปถึงเป้าหมายที่เราบอกว่าเตรียมคนไว้ ไปในศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน กับท่านรัฐมนตรีในคำถามสุดท้ายอย่างนี้ครับ คือผมคิดว่าเราเห็นปัญหาแล้วว่า อย่างภาพที่เห็นซึ่งเป็นแค่ภาพตัวอย่างในพื้นที่เล็ก ๆ ถ้าท่านอยากจะลงพื้นที่กับผม ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่โรงเรียนมัธยมพยายามแก้ไขปัญหา หรือว่าโรงเรียน ตชด. หรือรูปแบบการศึกษา กศน. อื่น ๆ ผมยินดีที่จะพารัฐมนตรีไปดู ผมยินดีที่จะพา บุคลากรในความรับผิดชอบของท่านไปดู เรื่องที่เกี่ยวข้องผมได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต (Internet) ประชารัฐในพื้นที่ชายขอบต่าง ๆ ก็ดีตั้งไว้อย่างนั้น ตั้งไว้และมีการตรวจรับเรียบร้อย แต่ว่าไม่สามารถที่จะเปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ กสทช. กับท่านก็ต้องมาคุยกัน เพราะว่าเขาบอกว่าตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน ไม่สามารถที่จะเปิดได้ แต่ว่าตอนที่คุณไปติดตั้ง ทำไมคุณติดตั้งได้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่ไม่มีเครื่องมือ แต่ว่าท่านจะต้องประสานงานกันในระดับ ฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นโดยคำถามสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ในเฉพาะหน้านี้ตอนนี้ดูท่าทีแล้วว่าไม่สามารถที่จะเปิดโรงเรียนได้ และภาพที่ผมฉายให้กับ ท่านเห็นเมื่อสักครู่ก็ยังจะเกิดขึ้น และถ้าหากว่าท่านไม่แก้ปัญหา ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ที่ผมบอกว่า ต้องหลุดออกจากการศึกษา ผมคิดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเฉพาะหน้านี้ การแก้ปัญหาที่ท่านว่านี้ จะทำอย่างไรเพื่อที่จะบรรเทาปัญหาได้จริง ๆ ในเชิงรูปธรรมเลยนะ ครับ อาจจะเป็นมติ ครม. อาจจะเป็นคำสั่งรัฐมนตรี อาจจะเป็นนโยบายที่เร่งด่วนนี้ เพราะว่า สถานการณ์ในภาพที่เราเห็นเมื่อสักครู่นี้ก็จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะว่าสถานการณ์โควิด (COVID) และในระยะยาวผมอยากจะเห็นแผนของท่านรัฐมนตรีที่จะมีการบูรณาการ ๓ กระทรวงที่ผมได้กล่าวมานี้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราไม่ได้บูรณาการ ไม่มีการทำงานเป็นทีมในแง่ของการจัดหาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นบริการขั้นพื้นฐาน มันเป็นนโยบายของรัฐที่จะต้องดูแล พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนท่านจะดำเนินการอย่างไร ภายใน ๒-๓ เดือนนี้ที่โควิด (COVID) ยังมีปัญหาอยู่ ขอบคุณมากครับท่านประธาน