สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

สาธิต ปิตุเตชะ พูดถึงการผลิตวัคซีนในประเทศไทย โดยระบุว่าประเทศไทยต้องผลิตวัคซีนเองในประเทศและใช้เองในอนาคต อย่างไรก็ตาม การผลิตวัคซีนเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างละเอียดอ่อนและต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องวัคซีนไขว้และสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณในการรักษาโควิด-19 และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการวิจัยและยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขตอบคำถามเพื่อนสมาชิกท่านธีรภัทรสั้น ๆ ว่า สำหรับกรณีที่เราจะเป็นประเทศที่ผลิตวัคซีนได้เองนั้น นั่นคือเป้าหมายสูงสุดที่รัฐบาลนี้กำลัง ดำเนินการ การให้ทุนเราได้ดำเนินการให้ทุนทั้งที่จุฬา แล้วก็องค์การเภสัชซึ่งกำลังทำวิจัย แต่เรียนว่าการทำวิจัยวัคซีนเป็นเรื่องที่เป็นงานวิชาการ แล้วก็ต้องมีความละเอียดอ่อนในการ ที่จะบันทึกข้อมูล ขณะนี้ทั้ง ๒ ส่วนกำลังดำเนินการอยู่ในสเตป (Step) ที่ ๒ คือการทดลอง กับคนกลุ่มแรก ซึ่งสำเร็จแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในเฟส (Phase) ที่ ๓ ซึ่งต้องทดลองในผู้ติดเชื้อ ซึ่งใช้จำนวนคนจำนวนมาก ขณะนี้มีการหารือกันทั้งผู้ทำวิจัย ผมได้ดำเนินการสั่งการให้ อย. ได้มีการหารือกันว่าทำอย่างไรจะได้มีการทำวิจัยให้ครบสมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตามจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องทำวิจัยให้ครบถ้วนตามหลักวิชาการ และต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ด้วย เพราะการผลิตวัคซีนมีความจำเป็นว่าสุดท้ายนอกจากเราจะผลิตวัคซีนได้เองแล้ว นำมา ใช้ได้เอง มันจะต้องมีการตรวจสอบว่าวัคซีนที่ใช้จะต้องปลอดภัยและมีคุณภาพเพียงพอ ซึ่งผมมั่นใจว่าในอนาคตในส่วนนี้ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน วัคซีนของประเทศไทยจะได้ใช้ใน สถานการณ์ต่อไป แต่ว่าในสถานการณ์การระบาดในรอบนี้ก็ต้องเรียนกันตามตรงว่าวัคซีนที่ เราผลิตได้เองคงจะมาใช้ไม่ทันในแง่ของการทดลองวิจัย เพราะว่าขณะนี้ทางองค์การเภสัชก็ได้ เริ่มวิจัยในประเทศ ลงพื้นที่กับผู้ติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้มันเป็นโอกาสของผู้ทำวิจัย เพราะว่าการมีผู้ติดเชื้อ มากการเก็บข้อมูลก็ทำได้ง่าย ผู้ผลิตวัคซีนต่าง ๆ บางผู้ผลิตก็ต้องไปเก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อใน ประเทศที่มีการติดเชื้อมาก เพราะว่าประเทศตัวเองอาจจะมีการติดเชื้อน้อย เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี้กำลังเดินหน้าเต็มที่ แต่เป้าหมายก็ตรงกับที่ท่านเพื่อนสมาชิกว่า ก็คือว่าต่อไปใน อนาคตประเทศไทยจะต้องมีการผลิตวัคซีน ในสถานการณ์โรคระบาดหรือโรคอุบัติใหม่ขึ้น แล้วก็ใช้เองในประเทศในอนาคตได้ อันนี้ก็เป็นการส่งเสริมจากรัฐบาลนี้

ส่วนเรื่องของวัคซีนไขว้ อันนั้นก็ต้องเรียนว่าเป็นความสามารถของบุคลากร ทางการแพทย์ของประเทศไทยที่เก็บข้อมูลในระยะสั้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วก็นำไปใช้ เพื่อเป็นการป้องกัน เป็นเครื่องมือที่สำคัญในสถานการณ์โควิด (COVID) ที่เรากำลังต้องการ ที่ขาดวัคซีน แต่เราก็ไปทดลองวิจัยจนได้วัคซีนสูตรไขว้มา จะเป็นไขว้เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) หรือไวรัสเชื้อตาย ก็เรียนว่าได้มีการทดลองวิจัย แล้วก็ทดสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัยแล้ว ส่วนวัคซีนไวรัสเชื้อตายอีกมุมหนึ่งที่ท่านพูดถึงว่าไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่ว่าก็มีความนิยมขึ้นมา สำหรับผู้ปกครองของเด็กวัย ๕-๑๑ปี ซึ่งขณะนี้เราก็กำลังรอว่าในส่วนนี้เราไม่ได้ปิดกั้นไวรัส เชื้อตายที่จะส่งข้อมูลมาที่ประเทศไทย ที่ อย. จะทำการทดลองค้นคว้าว่าสิ่งที่เขาไปฉีด มันมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพดีมากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็ยังรองานวิจัยที่จะส่งข้อมูล จากบริษัทต้นทางอยู่

ส่วนสุดท้าย ลอง โควิด (Long COVID) แน่นอนครับ ผมเพิ่งประกาศกับ อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สมุนไพรไทยจะต้องถูกยกระดับขึ้นมาโดยการใช้ โปรดักต์ แชมเปียน (Product Champion) หลายตัวที่มีความต้องการของตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟ้าทะลายโจร ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกว่ารักษาโควิด (COVID) ได้ และเราก็ใช้สำหรับผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน โฮม ไอโซเลชัน (Home Isolation) เรามีฟ้าทะลายโจรแจกไป รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ ๒๔๘ ล้านบาท เพื่อให้สมุนไพรไทย ไปยังผู้ที่ติดเชื้อและไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ซึ่งอันนี้เดินหน้าอย่างเต็มตัว รวมทั้ง งานวิจัยต่าง ๆ ที่ผมมีการประชุมร่วมกับกระทรวง อว. ที่จะทำวิจัยสมุนไพรไทยอีกหลายตัว ที่จะได้รับการยอมรับว่ามีสรรพคุณหรือมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ทั้งเรื่องอาหารเป็นยา เรากินอาหารที่มีสมุนไพรไทยทุกวันจะสะสมภูมิป้องกันภาพรวมได้ด้วย และตัวไหนที่รักษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควิด (COVID) ก็ตามหรือรักษาโรคอื่นด้วยก็ตามก็จะสามารถใช้ สมุนไพรไทย แต่สมุนไพรไทยต้องเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นของคนไทยกันเองก่อน แล้วก็ มีงานวิจัยรองรับที่มีความน่าเชื่อถือ ผมได้สั่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้สนับสนุนการ ทำวิจัยสมุนไพรไทยว่ามีสรรพคุณหรือมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ในร่างกายสร้างภูมิป้องกัน อะไรได้บ้าง จะได้สร้างความเชื่อมั่นและได้ยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนคนไทยในอนาคตครับ ขอบพระคุณมากครับ