ณัฐวุฒิ ยัน กยศ. คือสิทธิ ไม่ใช่เงินสงเคราะห์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้แจงจุดยืนของพรรคต่อสิทธิการศึกษาและร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาอย่างรอบด้านเพื่อความเสมอภาค พร้อมย้ำว่ากองทุน กยศ. เป็นหลักประกันสิทธิในการเข้าถึงการศึกษา ไม่ใช่เงินสงเคราะห์ และเรียกร้องให้ทบทวนมาตรา 23 ที่อาจขัดหลักนิติธรรม รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้และเยียวยาเบี้ยปรับอย่างเป็นธรรม โดยสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ตามหลักการเพื่อส่งเสริมสิทธิพื้นฐานในการศึกษาและพัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายและมีส่วนร่วมในการอภิปราย ขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไม่ว่าจะเป็นในส่วนที่มีการเสนอโดยรัฐบาล และส่วนที่มีการเสนอโดยเพื่อนสมาชิกจาก พรรคการเมืองต่าง ๆ แต่ก่อนที่จะลงในเนื้อหาและรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ. กยศ. เป็นการเฉพาะครับ ผมอาจจะต้องย้ำจุดยืนของพรรคก้าวไกลต่อประเด็นเรื่องของหลัก ประกันเรื่องสิทธิทางการศึกษาของเด็กทุกคนในประเทศไทย และกรณีของ กยศ. นั้นเป็นแค่ องค์ประกอบหรือส่วนประกอบหนึ่งของเรื่องของการมองการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ เรายังมีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครับ เรายังมีร่างพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติที่ขณะนี้กำลังมีการพิจารณา เรายังมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ ไม่กี่วันมานี้น้อง ๆ นักเรียนเลว ซึ่งเป็นชื่อกลุ่มเฉพาะของน้อง ๆ นักเรียนที่ทำกิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน ก็มีการยกร่างพระราชบัญญัติสวัสดิภาพของผู้เรียน ซึ่งขณะนี้กำลัง มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นการเข้าสู่องค์ประกอบของการเรียน การศึกษาว่า อย่างน้อยที่สุดต้องมีหลักประกันว่าหากคนใดที่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ เขาควรเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาตามศักยภาพในทุก ๆ ระดับที่รัฐต้องเป็นผู้ประกันสิทธิ ทางการศึกษาให้กับเขา และในขณะเดียวกันก็ต้องมีหลักประกันว่าตลอดระยะเวลา การศึกษาหรือแม้กระทั่งเมื่อหลังจบจากการศึกษานั้น จะเป็นการศึกษาที่นำพาเขาไปสู่ เส้นทางที่ดีกว่าในชีวิต มิใช่ไปตัดตอนความฝัน ไปกำหนด ไปขีดเส้น ไปละเมิดต่อสิทธิ ของความเป็นผู้เรียนของพวกเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในระบบการศึกษาไทย ท่านประธานครับ ผมเองมีเป้าหมายที่จะอภิปรายอยู่ทั้งหมด ๔ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ผมอยากจะย้ำว่าผมเองก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ได้รับโอกาส จากโครงการที่เรียกว่า โครงการช้างเผือก หรือโครงการนักศึกษาเรียนดีจากชนบทของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ทำให้เข้าเรียน และศึกษาจนจบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แน่นอนครับ ยังมีชื่อคล้ายกันแบบนี้ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังมีชื่อคล้ายกันแบบนี้ในโครงการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในขณะเดียวกันผมพูดได้เต็มปากในสภาแห่งนี้ครับว่า ภรรยาผมเองก็เป็นศิษย์เก่า ของกองทุน กยศ. แต่เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อผมแสดงบัญชีทรัพย์สิน ของผมและภรรยา กลับถูกสื่อมวลชนบางสื่อไปใช้ข้อความในลักษณะว่า ผมมีทรัพย์สินอยู่ จำนวนหนึ่ง แต่ทำไมไม่ใช้เงิน กยศ. ที่ค้างอยู่แค่ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งแน่นอนครับ เขาจ่ายหนี้มาครบทุกปี เป็นข้าราชการที่ถูกหักอยู่ทุกเดือน แต่เพราะบังเอิญเป็นภรรยาของ นักการเมืองที่อยู่ในฝ่ายค้านที่ถูกระบบของสื่อมวลชนตรวจสอบ นั่นเป็นปรัชญา ที่ผมอยากจะตั้งคำถามแล้วก็ชวนให้ท่านคิดว่าเราต้องเปลี่ยนมายด์เซ็ต (Mindset) หรือวิธีในการมองใหม่ครับว่า กองทุน กยศ. มิใช่เงินเพื่อการให้การสงเคราะห์ แต่กองทุน กยศ. เป็นหลักประกันสิทธิและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ท่านไม่ต้องมองนักเรียนว่า เขามารอคอยการสงเคราะห์ ท่านอย่ามองนักเรียนว่าเขามารอคอยการกู้เงิน ท่านอย่าลืมว่า การที่เคยมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่บอกว่าคนที่จะต้องกู้กองทุน กยศ. นั้นต้องมีจิตอาสา นี่ก็ผิดคอนเซ็ปต์ (Concept) และไม่ควรจะเกิดขึ้นในเงื่อนไขของ กยศ. แล้วครับ แต่ท่านจะ มีเงินทุนตัวอื่น ท่านจะมีกองทุนตัวอื่น ท่านจะมีเงินทุนใด ๆ ต่าง ๆ ที่จะมีเงื่อนไขแบบนั้น ท่านสามารถทำได้ แต่ต้องมิใช่เงินที่เกิดขึ้นจากกองทุน กยศ. ที่เป็นหลักประกันสิทธิและ เสรีภาพของโอกาสในการเรียนอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคนในประเทศไทย นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ มีความคล้ายคลึงกันในประเด็นที่ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม เพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ ผมเองมีความไม่มั่นใจแล้วมีความคลาดแคลงใจในมาตรา ๒๓ ของร่างพระราชบัญญัติ กองทุน กยศ. ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี มาตรา ๒๓ ดูเป็นการกำหนดบทเฉพาะกาลว่า ต่อไปนี้ในกรณีคดีใด ๆ ก็แล้วแต่ที่มีข้อพิพาทกันอยู่ในชั้นศาล หรือแม้กระทั่งศาลมี คำพิพากษาแล้วที่จะนำไปสู่ชั้นบังคับคดีนั้น สามารถใช้เงื่อนไขยกเว้นที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไขที่ศาลเป็นผู้กำหนดได้ นั่นคือความโดยสรุปที่ผมอยากจะนำเสนอ ผมไม่มั่นใจว่า กรณีดังกล่าวนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหามาตราใด ๆ นั้น หากเราจะยืนยันว่าต่อไปนี้ในทุก ๆ เคส (Case) ที่เกิดขึ้นในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะได้รับการทบทวน จะได้รับการปรับปรุง จะได้รับ การแก้ไข จะมีโอกาสมาปรับโครงสร้างหนี้ จะมีโอกาสมาชะลอ มีโอกาสแม้กระทั่งการยกหนี้ ให้ในคดีที่อยู่ในชั้นศาล ท่านได้ยืนยันได้หรือไม่ว่าท่านเคยปรึกษาเรื่องเหล่านี้กับศาลยุติธรรม แล้ว สามารถทำได้จริงให้นักเรียนและผู้ปกครองทุกคน มีความสบายใจในการแก้ไขปัญหา หนี้ที่เกิดขึ้นจากกองทุน กยศ. นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนสอบถามในขั้นรับหลักการ เป็นประการที่ ๒ ครับ

ประการที่ ๓ ก็คือกรณีของเบี้ยปรับ เรามีการสอบถามกันเยอะว่า สถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมา กยศ. ทำอะไร แน่นอนท่านอาจจะพูดกรณีของ เบี้ยปรับที่อยู่ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑ ซึ่งสามารถขยายหรือทำไปได้มากกว่าร้อยละ ๑ แต่ท่านไม่ได้พูดไปมากกว่านั้น สิ่งที่เราอยากจะได้เห็นคือการเยียวยา ในสถานการณ์โควิด (COVID) เกือบทุกคนได้รับผลกระทบมากน้อยต่างกัน นักเรียนและนักศึกษาจำนวนหนึ่งนั้น เรียนออนไลน์ (Online) มิได้ไปใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย แต่มิใช่เขาไม่มีค่าใช้จ่าย ต่างล้วนมี ค่าใช้จ่าย ผมเองไม่มั่นใจว่า เพราะเหตุใดการยกร่างกฎหมายหรือในเชิงนโยบาย ถึงไม่สามารถยกประเด็นเรื่องของเบี้ยปรับออกไปได้ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ

ประการที่ ๔ ขออนุญาตสั้นที่สุดเป็นประการสุดท้าย เพื่อไม่ให้รบกวน เวลาครับ อย่างไรก็ตามผมเห็นด้วยในหลักการ และผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. กยศ. ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาล หรือพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้นเป็นร่างที่มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น สำหรับในเชิงรายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็คงจะไปนำเสนอหรือพูดคุยกันในวาระ ๒ ต่อไป ฉะนั้นในภาพรวมพวกเราพรรคก้าวไกลยืนยันและเห็นด้วยในขั้นรับหลักการ แต่ขอให้ยืนยัน หลักให้มั่นว่า พ.ร.บ. กยศ. เป็นหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับเด็กทุกคน ในการเข้าถึง โอกาสทางการศึกษา วุฒิการศึกษาอาจจะไม่ได้วัดความเป็นคน ความเป็นคนที่มีค่าความเป็น มนุษย์ทั้งหมด แต่การศึกษาอาจจะช่วยทำให้ประเทศชาตินั้นมีความเคารพ และตระหนักถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน