ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายต่อพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ก่อนที่ผมจะอภิปรายถึงเนื้อหารายมาตราของพระราชกำหนดฉบับนี้ กระผม ขอกราบเรียนให้ท่านประธานทราบถึงข้อเท็จจริง แล้วก็ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก ความล่าช้าในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับวาดา (WADA) ท่านประธานครับ หน่วยงานที่เรียกว่า วาดา (WADA) นี่ครับ ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า เวิลด์ แอนตีดอปปิง เอเจนซี (World Anti-Doping Agency) เป็นหน่วยงานที่เขาแถลงผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่าจะไม่ให้การรับรอง ๓ ประเทศ ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานานาชาติเป็นระยะเวลา ๑ ปี ตั้งแต่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรี ความสง่างามของทัพนักกีฬาไทย เป็นศักดิ์ศรีและความสง่างามของคนไทยทั้งประเทศครับ เขาเปรียบอย่างนี้ว่าคนในแวดวงกีฬานานาชาติ เขาเปรียบว่าวาดา (WADA) กระชากคอ ประเทศไทยไปตบกลางสี่แยกวงการกีฬา เขาเปรียบถึงขนาดนั้นนะครับ ในปี ๒๕๓๙ ถ้าท่านประธานจำได้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่นครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศ สหรัฐอเมริกา เราได้ชมการถ่ายทอดสดพิธีรับเหรียญทองของสมรักษ์ คำสิงห์ ในกีฬามวย เชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา มีทำนองเพลงชาติ คนที่ชมที่ดูอยู่น้ำตาไหล น้ำตาซึมด้วยความ ภาคภูมิใจคนไทยมีความสามารถ เอาชนะประเทศมหาอำนาจได้ ได้เหรียญทอง แต่ภาพนั้น นี่ครับ ใน ๑ ปีจากนี้ไปเราจะไม่เห็น อันนี้เป็นแค่ ๑ กรณีที่ถูกแบน (Ban) จากวาดา (WADA) มันมีอยู่ ๔ ส่วนครับ ส่วนแรก เขาบอกว่าไม่ให้เป็นคณะกรรมการ แล้วก็ไม่ให้รับ ทุนจากวาดา (WADA) อันต่อมาก็คือ คนไทยที่ไปเป็นคณะกรรมการในสหพันธ์กีฬา นานาชาติ จะต้องถูกห้ามปฏิบัติหน้าที่ ๑ ปี ไม่สามารถจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติได้ และที่สำคัญก็คือไม่ให้ใช้ธงชาติไทยและเพลงชาติไทยในพิธีรับเหรียญรางวัล ตรงนี้ละครับ คือสิ่งที่ผมอยากเรียนว่ามันเป็นศักดิ์ศรีประเทศไทย ผมได้ฟังการตอบกระทู้ถามของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตอบท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรณีไทยถูกแบน (Ban) จากวาดา (WADA) เมื่อสัก ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีตอบว่าประเทศไทยมีอธิปไตยของตัวเอง จะให้ เอกชนมากดดันให้เราปฏิบัติตามใจชอบกับสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ ซึ่งผมอยากกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าท่านรัฐมนตรีเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยครับ แต่ท่านไม่ทราบหรือครับว่า ประเทศไทยได้มีการลงนามในสนธิสัญญาซึ่งเป็นภาคีกับองค์การต่อต้านสารต้องห้ามโลก หรือวาดา (WADA) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่นานาชาติให้การยอมรับ เขาต้องการที่จะไม่ให้มี การใช้สารต้องห้าม แล้วก็มีการประกาศครับที่โคเปนเฮเกน ว่าด้วยการต่อต้าน การโดป (Dope) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้การแข่งขันกีฬาปราศจากการ เอารัดเอาเปรียบด้วยการใช้สารต้องห้าม เพราะฉะนั้นไทยเราได้ไปเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เป็นระยะเวลานานแล้ว แล้วก็ทั่วทุกประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาในระดับ นานาชาติก็เซ็นสัญญาเช่นเดียวกัน แต่กลับกลายเป็นว่ามีเพียง ๓ ประเทศเท่านั้นในโลกนี้ ที่ถูกแบน (Ban) ก็คือไทย อินโดนีเซีย แล้วก็เกาหลีเหนือครับ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต ความผิดพลาด ความล้มเหลวของการบริหารจัดการด้านกีฬานะครับ คีย์แมน (Keyman) ของรัฐบาลท่านไปเป็นหัวหน้า ไปเป็นผู้นำทางองค์กรกีฬาหลายท่านนะครับ ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธานคณะกรรมการ โอลิมปิกแห่งประเทศไทย ท่านเป็นประธานกองทุนกีฬาชาติ ท่านรัฐมนตรีก็กำกับดูแล ด้านการกีฬา ทั้ง กกท. แล้วก็กรมพลศึกษา แต่กลับกลายเป็นว่าปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซัง มาเป็นปี ท่านทราบไหมครับว่า เรื่องนี้เกิดตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ ประธานของวาดา (WADA) เขาลงนามมาเตือนประเทศไทยแล้วครับว่า ควรจะต้องแก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมการใช้ สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ เพราะเห็นว่ามีเนื้อหาสาระที่ไม่สอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) หรือประมวลกฎการต่อต้านสารต้องห้ามโลก และให้ดำเนินการให้เสร็จ ภายในระยะเวลา ๓ เดือน นั่นละครับเป็นที่มาของการถูกแบน (Ban) เพราะใน ๓ เดือน ปรากฏว่าไม่มีปฏิกิริยาจากส่วนของรัฐบาลไทย จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราจะต้องถูกแบน (Ban) ตั้งแต่โอลิมปิกที่โตเกียวเสียด้วยซ้ำครับ ในโอลิมปิกโตเกียวนี้มีประเทศรัสเซียที่โดนแบน (Ban) จากวาดา (WADA) ไม่สามารถใช้ธงชาติของตัวเองได้ต้องใช้ธงโอลิมปิก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และความเสียหายที่เกิดขึ้น จนกระทั่งจำเป็นที่ท่านต้องมาออกพระราชกำหนดในครั้งนี้ ซึ่งผม อยากกราบเรียนว่า ในส่วนของพระราชกำหนดมันจะต้องออกด้วยความจำเป็นเร่งด่วน ท่านมีเวลาเป็นปีที่จะแก้ไข แต่ไม่นำเข้าสู่สภาเพื่อทำการแก้ไข แต่ผมยอมรับว่าผมก็ ไม่อยากเห็นประเทศไทยถูกลดทอนศักดิ์ศรีในวงการกีฬานานาชาติ มีความพร้อมที่จะผ่าน พระราชกำหนดฉบับนี้เพื่อให้ประกาศใช้ แล้วก็เอาไปแจ้งกับทางวาดา (WADA) แล้วให้เขา ปลดล็อก แต่ผมมีข้อสงสัยเพราะเขาแบน (Ban) เรานี้ ๑ ปีเต็มตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ เมื่อท่านแก้ไขแล้ว มั่นใจได้แค่ไหนว่าวาดา (WADA) จะปลดล็อกให้ทันที หรือต้องรอครบ ๑ ปีก่อนค่อยมาพิจารณาใหม่ นี่คือประเด็นที่ผมมีความสงสัยนะครับ
ในส่วนเรื่องของการแก้ไขในรายมาตรา เพื่อให้สอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) นั้น มีอยู่ประเด็นหลัก ๆ ๒ เรื่อง ก็คือการแก้ไขนิยาม เพื่อให้สอดคล้อง กับบทบัญญัติของวาดา (WADA) เดิมเขาบอกว่า สารที่เข้าร่างกายทำให้ได้เปรียบในการ แข่งขันถือเป็นสารกระตุ้น เราต้องแก้ให้เป็น สารที่เข้าสู่ร่างกายถือเป็นสารกระตุ้น และในมาตรา ๓ ของพระราชกำหนดฉบับนี้ได้มีการแก้ไขในประเด็นนี้ แล้วก็กำหนดนิยามไว้ ในประมวลนิยามของสารกระตุ้นว่า มีชนิดไหนบ้างไว้แนบท้าย อันนี้คือสิ่งที่ทางรัฐบาล ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ แล้วก็ประเด็นเรื่องของความเป็นอิสระในการทำงาน ของสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสารกระตุ้น ก็คือไม่ให้บุคคลหรือบุคลากรที่มี ความเกี่ยวข้องกันเข้าไปนั่งเป็นผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ ดังนั้นการแก้ไขครั้งนี้ ผมกราบเรียนว่ามีความจำเป็นที่ผม สมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความจำเป็นที่จะต้องผ่านให้ครับ เพื่อให้มีการแก้ไขในเรื่องของการแบน (Ban) ของวาดา (WADA) คืนศักดิ์ศรี คืนความสุข ให้กับคนเชียร์กีฬาและทัพนักกีฬาของไทยในการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ และที่สำคัญ มูลค่าของการจัดการแข่งขันกีฬา หรืออุตสาหกรรมกีฬาที่จะจัดการแข่งขันในระยะเวลา ๑ ปีนี้มูลค่ามหาศาลเราต้องดำเนินการต่อให้ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธาน เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ