จิรัฏฐ์ ชี้ด่วนปรับกฎหมายควบคุมสารต้องห้ามในกีฬาตามมาตรฐานสากล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ หารือความจำเป็นเร่งด่วนในการออกพระราชกำหนดปรับปรุงกฎหมายการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในกีฬาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ WADA เพื่อป้องกันการถูกแบนที่ส่งผลต่อชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเสนอให้จัดตั้งองค์กรกำกับดูแลอย่างอิสระและวิพากษ์ความล่าช้าของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่เพิกเฉยต่อคำเตือน จนต้องมาดำเนินการในภาวะวิกฤต ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารที่ขาดความรับผิดชอบและไม่เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่ผ่านมา

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราเห็นความสำเร็จของนักกีฬาไทยเยอะนะครับ เมื่อ ๒ วันก่อนคุณมิงค์ สระบุรี นักสนุกเกอร์หญิงก็เอาชนะมือหนึ่งของโลกได้แชมป์ วีเมนส บริติช โอเพน (Champ Women’s British Open) ไป เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับท่าน พระราชกำหนดคือ อะไรครับท่านประธาน พระราชกำหนดคืออำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ พูดง่าย ๆ คือเป็นอำนาจพิเศษที่ให้นายกรัฐมนตรี ครม. สามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติได้ พูดง่าย ๆ คือ ออกกฎหมายได้โดยไม่ต้องผ่านสภา มันก็รวดเร็วครับ เพราะว่าเงื่อนไขก็คือจะต้องใช้ในกรณี ฉุกเฉินเท่านั้น กรณีที่จำเป็นเร่งด่วนจะใช้แบบตามอำเภอใจก็คงจะไม่ได้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ มีหลักการและเหตุผลที่แนบท้ายมาตามนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่า วาดา (WADA) หรือว่าองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของโลก ซึ่งแต่ละประเทศก็มีสัญญาร่วมกันในการ แข่งขันกีฬา เขาบอกว่ากฎหมายที่เรามีอยู่ทุกวันนี้มันไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เลยแจ้งมาให้เรามีการแก้ไขปรับปรุง ไม่อย่างนั้นจะถูกแบน (Ban) ซึ่งก็ถูกแบน (Ban) ไปแล้วอย่างที่เป็นข่าวกัน มันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจต่อประเทศ อย่างร้ายแรง โดยทางตรงและทางอ้อมประเทศไทยจะไม่สามารถเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันในระดับชาติหรือนานาชาติได้ อะไรก็ตามที่มีผลประโยชน์ตอบแทนต่อระบบ เศรษฐกิจของประเทศก็จะถูกกำจัดหายไป การส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันก็มีปัญหา ซึ่งรวมถึง การใช้สิทธิที่จะใช้ธงชาติในการแข่งขันกีฬาด้วย ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิของประเทศ และความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งมวล จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ นี่ข้อความตามพระราชกำหนดนะครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วยตามนั้น ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ไม่มีใคร คัดค้านครับ ทุกคนเห็นด้วย เพราะมันจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ มันสร้างความเสียหายให้กับ ประเทศได้มากจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกของคนไทย และยิ่งไปกว่านั้นความรู้สึก ของนักกีฬาที่ซ้อมมาเป็นปี ๆ กว่าจะเอาชนะคู่แข่งทั่วโลกได้ แล้วก็คงจะไม่มีใครจินตนาการ ได้ว่าทั้ง ๒ คน ทั้งคุณบาสและคุณปอป้อรู้สึกอย่างไรที่ซ้อมมาเป็นปี ๆ และไม่มีธงชาติขึ้น ในวันนั้น คือถ้าความเสียหายจะมากขนาดนี้ครับท่านประธาน คำถามคือวาดา (WADA) ใหญ่มาจากไหนครับ วาดา (WADA) เป็นใคร ทำไมไม่รู้หรือว่าถ้าแบน (Ban) มันจะสร้าง ความเสียหายให้กับประเทศที่ถูกแบน (Ban) ผมก็ต้องบอกว่าผมคิดว่าเขาน่าจะรู้นะครับว่า มันจะเสียหายขนาดไหน เขาถึงลงโทษอย่างไรครับ เพราะว่าเราไม่ได้ทำตามเขา วาดา (WADA) เป็นองค์กรระหว่างประเทศครับ ซึ่งทุกประเทศเขายอมรับ ๒๐๐ กว่าประเทศเขาก็ ทำกันได้ มีแค่ไม่กี่ประเทศที่ทำไม่ได้ วาดา (WADA) ล่าสุดแบน (Ban) ไป ๓ ประเทศครับ อินโดนีเซีย เกาหลีเหนือ แล้วก็ไทย อินโดนีเซียกับเกาหลีเหนือถูกแบน (Ban) ในเรื่องของ ความไม่มีมาตรฐาน แล้วก็เรื่องคุณภาพของการตรวจสอบสารกระตุ้น รวมถึงกระบวนการ หน่วยงานด้วยที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ของเราเรื่องนี้เราไม่มีปัญหาครับ กกท. กับมหิดลทำงาน ร่วมกัน แล้วก็เคยปรับปรุงเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วก็ผ่านมาตรฐานของวาดา (WADA) ไปแล้ว แต่ประเด็นที่เราโดนแบน (Ban) ก็คือเรื่องของกฎหมาย พูดง่าย ๆ คือมันต่ำกว่ามาตรฐานมาก ไม่เป็นหลักสากล แล้วก็ล้าหลัง ต่ำกว่ามาตรฐานนี่คืออย่างไรครับ คือเราดูได้จาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็ได้ว่าเขาแก้อะไรบ้าง ผมสรุปประเด็นสำคัญ ๓ ประเด็นที่เป็นประเด็นหลัก ในการแก้ไข

ประเด็นที่ ๑ คือแก้ไขบทนิยามให้มันสอดคล้องกับหลักสากล อย่างเช่น คำว่า สารต้องห้าม คำว่า วิธีการต้องห้าม คำว่า นักกีฬา อะไรก็ว่าไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก ๆ สำหรับการใช้กฎหมาย มันก็ต้องมีการปรับปรุงอยู่แล้ว

ประเด็นที่ ๒ ทำให้คณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้าม รวมถึง สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามเป็นอิสระจากรัฐ เช่น ตัดอำนาจรัฐมนตรีออก ตัดอำนาจการกีฬาแห่งประเทศไทยออก ให้เป็นองค์กรอิสระมากขึ้น รวมถึงการที่จะเพิ่ม โอกาสที่จะโต้แย้ง แล้วก็แสดงหลักฐานในกระบวนการพิจารณาให้เป็นธรรมมากขึ้น อันนี้ ก็ไม่แปลกใจครับ เพราะว่ากฎหมายบ้านเราก็รวมศูนย์กันแทบจะทุกฉบับ ก็รวมศูนย์กันจน มาตรฐานมันไม่ตรงกับมาตรฐานโลก ก็ต้องแก้ครับมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร

ประเด็นที่ ๓ กำหนดให้โทษทางกีฬาไม่ใช่โทษอาญา รวมถึงแก้ให้มาตรการ ลงโทษเป็นหลักสากลสอดคล้องไปกับที่ทั่วโลกเขายอมรับ ฟังแล้วก็เฉย ๆ ปกติครับทั้ง ๓ ข้อ ไม่ได้มีอะไรแปลก ไม่ได้มีอะไรคอขาดบาดตาย แก้แค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย ไม่แปลกที่ ๒๐๐ กว่าประเทศเขาทำกันได้ ประเด็นแค่นี้ทำได้อยู่แล้ว แก้เมื่อไรก็ได้ หรือว่า วาดา (WADA) เขากลั่นแกล้งเราครับ เขาถึงต้องแบน (Ban) เรา ผมว่าก็ไม่ครับ วาดา (WADA) เขาแจ้งกับเรามาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ แจ้งต่อเนื่องมาโดยตลอด ตามที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตอบกระทู้ของท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้ตอบไว้ครับ ท่านบอกว่ามีการติดต่อมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ จนกระทั่งกรกฎาคมปีที่แล้ว วาดา (WADA) แจ้งว่าถ้าไม่แก้ภายในตุลาคมจะแบน (Ban) แล้วนะ แล้วก็ถูกแบน (Ban) วันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ตามคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าเราตอบหนังสือกลับไปเมื่อไร ทราบไหมครับ เราตอบกลับไปวันที่ ๑ พฤศจิกายน ตามด้วยฉบับที่ ๒ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน แล้วก็ฉบับที่ ๓ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน หลังจากโดน แบน (Ban) ไปแล้วเกือบ ๒ เดือน จากนั้นเข้า ครม. วันที่ ๒๘ พฤศจิกายนแล้วก็ให้รัฐมนตรี ใช้อำนาจออกพระราชกำหนด จนออกพระราชกำหนดในวันที่ ๓๐ ที่ผ่านมา สรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน วาดา (WADA) เตือนมาเป็นปี ๆ แล้วเราก็ไม่แก้ เขาอัปเดต (Update) กฎหมายล่าสุดในวันที่ ๑ มกราคมวันแรกของปี เรามาออก พ.ร.ก. แก้กฎหมาย วันที่ ๓๐ ธันวาคมเกือบวันสุดท้ายของปี พอเกิดข่าวดัง คำชี้แจงจากรัฐบาลว่าอย่างไรครับ ความล่าช้านี้ทำให้ประเทศเสียหาย ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรื่องนี้ต้องนำเข้าสู่สภาถ้าเป็น พ.ร.บ. จะเกิดความล่าช้า เพราะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ วาระ วุฒิสภาทั้ง ๓ วาระ ซึ่งลักษณะของการเมืองไทยตอนนี้ทั้งเกมการเมือง ในสภาองค์ประชุมก็ล่มประจำ ส.ส. ก็ไม่มาประชุม แล้วจะลงมติอย่างไร เกมการเมืองจะทำให้ไม่ผ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ พิจารณา แล้วสมควรให้ออกเป็นพระราชกำหนด ท่านประธานครับ มันโทษสภาไม่ได้เรื่องสำคัญ ๆ ๓ วาระรวด วันหนึ่งเราก็ผ่านมาแล้ว แล้วประเด็นทั้ง ๓ ประเด็นก็เป็นประเด็นธรรมดา ๆ ที่มันแก้ได้อยู่แล้ว อย่ามาอ้างว่าสภาช้านะครับ ท่านยังไม่ยื่นเข้า ครม. เลย ท่านเพิ่งยื่นเข้า ครม. วันที่ ๒๘ พฤศจิกายนหลังจากถูกแบน (Ban) ไปแล้ว ถ้ายื่นเข้ามาแล้วรอนานหรือว่า ยื่นเข้ามาแล้วเราตีตก ผมก็จะไม่ว่าเลย ท่านยังไม่ได้ยื่นเลยด้วยซ้ำ ท่านปล่อยปละละเลย ไม่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางตรงของตัวท่านเองด้วย ปล่อยเวลาผ่านไปเป็นปี ๆ พอโดนแบน (Ban) มาโทษการเมืองไทย โทษรัฐสภา โทษองค์ประชุมล่มบ่อย ท่านโบ้ย ความผิดให้นักการเมืองผมว่ามันง่ายเกินไป จนสุดท้ายต้องมาแก้ปัญหาด้วยการออก พระราชกำหนด ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษครับ เรามีไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ได้มีไว้ใช้ แก้ปัญหาให้หน่วยงานราชการที่ทำผิดพลาด เหตุนี้มันเลยเข้าเงื่อนไขว่ามันฉุกเฉิน วันนี้มัน ฉุกเฉินครับ แต่ก่อนหน้านี้มันยังไม่ฉุกเฉินท่านไม่ทำ มันมาฉุกเฉินวันนี้มันเลยต้องเป็น พระราชกำหนด ผมทวนอีกครั้งนะครับท่านประธาน พ.ร.ก. ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้มี ความจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ ครับ ซึ่งมันทำให้เกิดความเสียหายมากถ้าเกิดไม่สำเร็จ วาดา (WADA) เองก็รู้ครับว่ามันร้ายแรงขนาดไหน มันจะสร้างความเสียหายขนาดไหน เราเอง รัฐสภาก็รู้ครับมันจะเสียหายขนาดไหน ผมเชื่อว่าวันนี้เราก็ให้ผ่านง่าย ๆ ประเด็นก็คือ ทำไมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทยไม่รู้ว่ามันจะเสียหาย ขนาดนี้ เป็นปี ๆ แล้วท่านไม่รู้หรือครับว่ามันจะเสียหายขนาดไหน ท่านทำอะไรอยู่ครับ ปล่อยปละละเลย ทิ้งปัญหาไว้ข้ามปีไม่ยอมแก้กฎหมายให้เสร็จ สุดท้ายก็ต้องมาออก พระราชกำหนด ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องใช้พระราชกำหนด อำนาจพิเศษแบบนี้ไม่ควรจะมาใช้ ในกรณีแบบนี้ ไม่มีคำว่า ขอโทษ ผมเชื่อว่าก็ไม่มีสำนึกความผิด ไม่รู้สึกสำนึกความผิดมันก็ ไม่เกิดการแก้ไข ไม่เกิดการปรับปรุงตัว คำถามของผมคือรัฐบาลเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ หรือยัง ผมไม่ได้ยินคำขอโทษ หรือความรับผิดชอบใด ๆ ปรากฏให้เห็นเลย