กษิดิ์เดช หารือปรับฟอร์มจดทะเบียนบริคณห์สนธิ เปิดประเด็นแรงจูงใจร้องถือหุ้นสื่อ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

กษิดิ์เดช ชุติมันต์ หารือการปรับปรุงแบบฟอร์มจดทะเบียนบริคณห์สนธิ พร้อมตั้งคำถามถึงแรงจูงใจในการร้องเรียนกรณีถือหุ้นสื่อ โดยเห็นควรพิจารณาเจตนาของกฎหมายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน และได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้ประชาชนชาวไทยมีความสุข สมหวังในทุกประการและเดินทางปลอดภัย

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ พรรคพลังประชารัฐ หลายท่านได้อภิปราย แล้วผมเข้าใจว่าโดยเนื้อหาสาระครอบคลุมกับเหตุและผล สิ่งที่ทาง รายงานผลการพิจารณาการศึกษาญัตติ เรื่อง การปรับปรุงแบบฟอร์ม (Form) การจดทะเบียน ในหนังสือบริคณห์สนธิ หลายท่านก็สงสัยว่าการปรับปรุงแบบฟอร์ม (Form) การจดทะเบียน ในหนังสือบริคณห์สนธิ ต้นเหตุน่าจะเป็นเรื่องของการได้เปรียบเสียเปรียบกัน หรือวัตถุประสงค์ของผู้ประกอบการในการจดทะเบียนบริคณห์สนธิ หรือว่าในส่วนของ หน่วยงานราชการในการรับจดทะเบียนบริคณห์สนธิ แล้วเกิดเหตุว่าทั้ง ๒ ฝ่ายมีเหตุให้ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน ก็เลยมาแก้แบบฟอร์ม (Form) คือถ้าไม่มองเรื่องราวต้นเหตุของที่มาที่ไปนะครับ แต่พอมาอ่านถึงบทสรุปของ ผู้บริหาร สืบเนื่องจากกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติ การถือหุ้นสื่อ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๙๘ บัญญัติว่า บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลที่ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คือว่าเป็นบุคคลที่เป็นเจ้าของ หรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใด ๆ ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร้องว่าขาดคุณสมบัติ เพราะเป็นผู้ถือหุ้นนั้น ได้ต่อสู้อะไรก็ตามแต่ ต้นเหตุของมันก็คือว่าผู้ร้องนี่ละครับ ต้องไปโทษที่ต้นเหตุที่ผู้ร้องนะครับ ไม่ได้เป็นต้นเหตุของเนื้อหาของผู้ประกอบการที่ไปจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้ร้องต้องไปคิดก่อนว่าร้องในฐานะการเมืองหรือเปล่า ต้องมอง ย้อนกลับไปในยุคหนึ่งว่า เจตนารมณ์ของการออกกฎหมายฉบับนี้ออกมา เพราะว่าการใช้หุ้นสื่อ มีผลกับความได้เปรียบเสียเปรียบในยุคนั้นมาก พอไปย้อนดูในยุคที่มีแต่การร้องเรียนกันไป ร้องเรียนกันมา แน่นอนที่สุดครับ การที่ กกต. มีข้อบัญญัติอะไรต่าง ๆ ที่ว่าด้วยระเบียบ มากมายก่ายกอง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผมว่าจะมีการร้องมากกว่านี้อีกนะครับ มันหนีไม่พ้น ที่จะต้องมีเรื่องร้องเรียน ต้องไปโทษผู้ร้องว่าทำไมคุณถึงหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาร้อง ทั้ง ๆ ที่ หนังสือบริคณห์สนธินั้นมันก็เป็นเรื่องเจตนาของผู้ประกอบการ ไม่ได้เกิดขึ้นกับ การประกอบการจริงนะครับ เพราะฉะนั้นประกอบการจริงก็คือว่าคนที่ประกอบธุรกิจหุ้นสื่อ สื่อสิ่งพิมพ์ คุณสามารถใช้สื่อในการได้เปรียบ ไม่ว่าก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง ฉะนั้นจะย้อน ไปดูได้เลยว่าในยุคนั้นใครที่เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ใหญ่ ๆ ก็จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ อันนี้คือวัตถุประสงค์ของที่ออกกฎหมายมานะครับ แต่คนที่ร้องนี่สิไปใช้ช่องว่างตรงนี้มา ก่อให้เกิดประเด็นนี้ ผมก็คิดว่าไม่น่าจะเอามาตั้งเป็นเรื่องของการแก้ไขแบบฟอร์ม (Form) นะครับ แต่เอาเถอะครับ เมื่อมีการแก้ไขแล้ว ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ต้องกลั่นกรอง แล้วเกลาให้มันเกิดประโยชน์ทุกฝ่าย แล้วก็เรื่องที่ท่านอัครเดชได้ชี้แจงเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะประหยัดกระดาษ หรือว่ามีการเจาะจงในการประกอบกิจการจริง ๆ ให้มันตรงกับ วัตถุประสงค์ หรือใกล้เคียงอะไรอย่างนี้นะครับ ผมถือว่ามันก็ต้องเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ถามผมว่าของเก่าดีอยู่แล้วไหม ผมเชื่อว่าในส่วนของ ภาพรวม ๆ วัตถุประสงค์ ผู้ขอจดทะเบียนบริษัทแน่นอนที่สุดครับ ต้องการมีผลทางกฎหมายเป็นเรื่องของเขาเรียกว่า เป็นการขอจดทะเบียนเพื่อเป็นนิติบุคคลจะได้ไปค้าขายกับหน่วยงานของรัฐก็ดี โดยที่เหมือน มีสัญญาอีกฉบับหนึ่งเพื่อความมั่นคงในการทำหน้าที่ตรงนั้น พอได้เอกสารฉบับนี้มาแล้วคุณ จะไปในส่วนของการยื่นเสนอราคากับรัฐก็ดีกับเอกชนก็ดี มันก็มีวงเงินการรับผิดชอบ แล้วก็มีเป้าหมาย ผู้ประกอบการมีความเชี่ยวชาญทำอะไรเราก็จะดูตรงนั้นครับ แต่ก็ไม่สู้ เอกสารที่แนบเสนอราคา เอกสารที่แนบประวัติการทำงานว่าคุณทำงานให้เขาจบได้จริง รับผิดชอบในกฎหมายในฐานะเป็นบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด อันนี้ก็คือประสงค์ของ ผู้ขอจดทะเบียนประกอบการ ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐในลักษณะของการรับจดทะเบียน แน่นอนที่สุดก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย การตามเก็บภาษี การตามไปตรวจสอบที่มาของ รายได้อะไรต่าง ๆ นานา โอเค (OK) ที่ผ่านมามันไม่มีปัญหานะครับ อย่างที่ท่านจิรายุได้ อภิปรายไว้ ผมเชื่อว่าก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ถ้ามีการพิจารณาปรับปรุงใหม่ผมก็ยังเชื่อว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้กลั่นกรองอีกรอบแล้ว ก็ถือว่าภาพรวม ๆ เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แล้วก็ ยังเชื่อมั่นว่าในการปรับปรุงแบบฟอร์ม (Form) ครั้งนี้จะทำให้ผู้ที่ขอประกอบการสะดวก ยิ่งขึ้น แล้วหน่วยงานของรัฐก็สะดวกยิ่งขึ้นในการสนับสนุนให้เกิดการประกอบการในการ จดทะเบียนการทำนิติกรรมบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดลักษณะนี้นะครับ

สุดท้ายอะไรก็ไม่มีอะไรที่จะเพิ่มเติมนะครับ นอกจากจะขออวยพรในฝั่ง รัฐบาล เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ก็ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ขออะไรก็ขอให้สมความปรารถนา เดินทางไปเที่ยวไหนก็ขอให้ปลอดภัยครับ ขอบคุณครับ