รงค์ บุญสวยขวัญ หารือการผลิตบัณฑิตอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานและนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเสนอปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากโครงสร้างแบบดั้งเดิมไปสู่ศูนย์ความเป็นเลิศที่เน้นการบูรณาการศาสตร์ข้ามสาขา และเรียกร้องการปฏิรูปมาตรฐานการจ้างงานในภาครัฐให้เน้นทักษะที่แท้จริงแทนการยึดติดกับปริญญาและสาขาวิชาเดิมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตเสนอความคิด ๒ ประการ เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เรื่องของ การผลิตบัณฑิตหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน และนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ นะครับ มีอยู่ ๒ ประการ และมีข้อเสนอแนะเล็ก ๆ ๓ ประการ
ก่อนอื่นก็ต้องชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ได้จัดทำรายงานที่มีเนื้อหาสาระ ครอบคลุม ละเอียด รวมถึงวิธีวิทยา หมายถึงการเก็บข้อมูล การแสวงหาข้อมูลจาก ผู้ทรงคุณวุฒิ จากผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตบัณฑิตคือ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นเป็นประการที่ ๑ เพียงแต่ว่าความครอบคลุม อันนั้นท่านประธานครับ เวลานำเสนอผมคิดว่าในเอกสารฉบับนี้ยังเป็นแบบธรรมเนียมนิยม หรือเป็นแบบเทรดดิชันนัล (Traditional) มีเป็นชั้น ๆ เป็นหัวข้อที่มีความครอบคลุมชัดเจน อ่านแล้วลื่น รื่น แล้วก็เห็นความเชื่อมโยง ความสอดคล้อง มีองค์ประกอบ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิด ว่าเวลานำไปปฏิบัติ อันนี้ผมเชิงวิจารณ์วิพากษ์ด้วยความเคารพท่านคณะกรรมการนะครับ ท่านพูดถึงคณะวิชา ท่านพูดถึงสภามหาวิทยาลัย ท่านพูดถึงคณาจารย์ ท่านพูดถึงหลักสูตร ท่านพูดไว้ครอบคลุมมาก แต่นั่นที่ผมบอกว่าเป็นแบบเทรดดิชันนัล (Traditional) หรือ ธรรมเนียมนิยม มันจะมีความท้าทายที่จะนำไปสู่การที่จะทำให้ผลิตบัณฑิตเพื่อไปสอดรับกับ ตลาดแรงงานและนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ ค่อนข้างยากครับท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า อยากเสนอแนะมาในตัวรายงานฉบับนี้ก็คือว่า คณะกรรมการชุดนี้พูดถึงภาควิชา ผมเอาว่า ภาควิชาเป็นตัวสำคัญ เป็นหัวใจ เป็นเอนทรีพอยต์ (Entry point) ในการผลิตบัณฑิต เพื่อไปสู่ตลาดแรงงานหรือไทยแลนด์ ๔.๐ ถ้าพูดถึงการศึกษาในประถมศึกษาก็คือโรงเรียน แต่พูดในมหาวิทยาลัยก็คือภาควิชา วันนี้เอาภาควิชาเดินไม่ได้แล้วครับ สิ่งที่สำคัญมากที่สุด ที่ผมคิดว่าอยากเสนอแนะก็คือว่า น่าจะปรับเปลี่ยนจากภาควิชาไปสู่ศูนย์ความเป็นเลิศ เซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of excellence) ศูนย์ความเป็นเลิศก็คือการรวมคน หลาย ๆ สาขาวิชา รวมวิศวะ รวมแพทย์ รวมสังคมวิทยา รวมศิลปะ รวมโน้น รวมนี้เข้ามาเพื่อ ตั้งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ แล้วให้ศูนย์ความเป็นเลิศทำหน้าที่รีเสิร์ช (Research) ซึ่งก็อยู่ที่ ภาควิชาเดิม แล้วก็ผลิตหลักสูตรออกมาด้วย ศูนย์ความเป็นเลิศ จึงเป็นตัวขับเคลื่อนบัณฑิต แบบใหม่ที่บูรณาการศาสตร์หลาย ๆ ตัว ผมยกตัวอย่างก็ได้ครับ ศูนย์ความเป็นเลิศมีอยู่หลายมหาวิทยาลัยครับ ที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย คณะเศรษฐศาสตร์ ศูนย์ความเป็นเลิศเรื่องศึกษาปัญหาการพนัน อยู่ใน เศรษฐศาสตร์การเมือง เอานักสังคมวิทยา นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ หลาย ๆ คนเข้ามา รวมกัน แล้วสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่ศูนย์เศรษฐศาสตร์การเมืองทำวิจัยก็ทำวิจัยไป ความรู้จากองค์วิจัย ที่ขาดไปก็คือยังไม่ได้ไปทำหลักสูตร แล้วหลักสูตรเหล่านั้นจะไปรองรับเรื่องการบริหารจัดการ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) ที่มันจะเกิดขึ้นผมสมมุติ หรือไปเรื่องของการจัดการอย่างอื่น ๆ เซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนี้ประมาณ ๒๐ กว่า เซ็นเตอร์ (Center) แต่ไม่ใช่ภาควิชา เซ็นเตอร์ (Center) เหล่านี้ ผมยกตัวอย่าง เซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) ว่าด้วยการบริหารจัดการเมืองและท้องถิ่น ประกอบไปด้วยนักเศรษฐศาสตร์ สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ วิศวกรรมโยธาแหล่งน้ำ ซึ่งในการดูแลเรื่องการบริหารจัดการเมือง มันจะต้องรวบรวม หลักสูตรเหล่านั้น หลักสูตรองค์ความรู้เหล่านั้นมาใช้ใน เซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) ทำวิจัยไปด้วย แล้วก็เปิดหลักสูตรไปด้วย เพื่อที่จะให้เขารับ ปริญญาไปรองรับการบริหารจัดการเมือง ท้องถิ่นหรือเมือง เพราะฉะนั้นตัวเซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) จึงทำหน้าที่ในการทำ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือ หลักสูตร ในเอกสารเล่มนี้ได้พูดถึงหลักสูตรไว้ค่อนข้างดี แต่ผมนำเรียนแล้วว่าเป็น เทรดดิชันนัล (Traditional) เป็นแบบธรรมเนียมนิยม หลักสูตรยุคใหม่ที่จะให้รองรับกับ ตลาด ให้รองรับกับไทยแลนด์ ๔.๐ มันไม่ใช่หลักสูตรที่มาจากภาควิชา ที่บอกว่าวิศวโยธา ก็ทำแต่โยธา โดยไม่รู้สังคมวิทยาเมือง โดยไม่รู้จิตวิทยา โดยไม่รู้เรื่องวิศวกรรมด้านอื่น โดยไม่รู้ทางด้านเฮลท์ (Health) ทางด้านคอมไซนซ์ (ComScience) อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ตัวหลักสูตรที่เป็นดีกรี (Degree) ๔ ปี พวกเหล่านี้มันจะต้องมาจากเซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) ซึ่งมีบูรณาการจากอาจารย์ที่มีการบริหารจัดการการเรียนการสอน และหลักสูตรในเซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) ที่ไมใช่ภาควิชา เพราะฉะนั้นตัวหลักสูตรในเซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) มาจาก ดีกรี (Degree) แล้วอีกอันหนึ่ง ซึ่งในโลกของชาวอุดมศึกษาพูดมาตลอด ปัจจุบันนี้ก็คือว่า หลักสูตรนอน-ดีกรี (Non-Degree) ในเล่มนี้ก็ได้เสนอไว้ หลักสูตรนอน-ดีกรี (Non-Degree) เป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นเรื่องที่คิดว่าในทศวรรษนี้มีความสำคัญเทียบเท่ากับหลักสูตรดีกรี (Degree) หลักสูตรนอน-ดีกรี (Non-Degree) เสียดายในเล่มนี้ไม่ได้บอกไว้ว่า ผู้เรียนควรจะ ประกอบไปด้วยอะไร แล้วรัฐหรือมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนคนที่เข้าไปเรียนหลักสูตร นอน-ดีกรี (Non-Degree) อย่างไร ความชอบธรรมของตัวเล่มก็คือว่า พูดแต่หลักสูตร นอน-ดีกรี (Non-Degree) แต่ไม่ได้ฮาวทู (How to) ว่า เราจะทำอย่างไรกับหลักสูตร นอน-ดีกรี (Non-Degree) ซึ่งจะเป็นทางออกสำคัญในไทยแลนด์ ๔.๐ หรือในตลาดแรงงาน ที่จะเกิดขึ้นในทศวรรษนี้ อันนี้เสียดาย ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร หลายมหาวิทยาลัยทำเซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่วิทยาเขตป่าพะยอม พัทลุง อาจารย์อมรรัตน์รวมกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ นักเคมี นักโน้น นักนี้มาทำเรื่องข้าวสังข์ หยด ข้าวสังข์หยดจะทำอย่างไร จะแปลงออกมาเป็น ไอศกรีมอย่างไร จะแปลงออกไปเป็น ยาที่เสริมเพื่อทำแอนตี-เอจจิง (Anti-Aging) อย่างไร สิ่งเหล่านี้มันจะต้องใช้ เซ็นเตอร์ ออฟ เอกซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) หรือศูนย์ความเลิศในการบ่มเพาะงานวิจัยมาแล้ว สร้างหลักสูตรทั้งดีกรี (Degree) และนอน-ดีกรี (Non-Degree) ผมคิดว่าหน่วยตรงนี้เป็น เรื่องสำคัญนี่คือสิ่งที่ผมอยากเสนอ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เกษตร อุตสาหกรรมปาล์มเป็นอย่างไร ปาล์มของพี่น้องชาวใต้ ยางเป็นอย่างไร ประมงริมฝั่งอย่างไร หลักสูตรเหล่านี้ควรจะเสนอแนะแบบเชิงหลักการออกไปให้มหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ได้ทำ มหาวิทยาลัยก็แบ่งเป็นหลายแบบครับ มหาวิทยาลัยรีเสิร์ช ยูนิเวอร์ซิตี (Research University) มหาวิทยาลัยวิจัยควรจะทำอย่างไร มหาวิทยาลัยสอนผลิตบัณฑิตหรือทิชชิง ยูนิเวอร์ซิตี (Teaching University) ควรทำอย่างไร มหาวิทยาลัยที่บริการวิชาการควรจะ เน้นอะไร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ยกตัวอย่าง เขามีนโยบายที่จะลดการรับนักศึกษานะครับ ท่านประธาน แต่เขาต้องการที่จะผลิตการเรือน ผลิตขนมเค้ก ผลิตอะไรของเขาไป เขาไม่เน้น เรื่องการแข่งขันที่จะแย่งคนมาเรียนแล้ว แต่เขาเน้นที่จะทำเรื่องที่เป็นเรื่องเขาถนัด นี่มหาวิทยาลัยอย่างไร มหาวิทยาลัยบริการชุมชนเหล่านี้ นั่นอันที่ ๑ นะครับ
ข้อเสนอแนะอีกอันหนึ่งนะครับท่านประธาน อย่าลืมเวลาเราพูดถึงการจ้างงาน กับไทยแลนด์ ๔.๐ สังคมไทยเทรดิชันนัล (Traditional) ธรรมเนียมนิยมก็คือการตีค่า ก.พ. วันนี้ยังเป็นโครงสร้างอำนาจหลักที่ตีค่าปริญญา วันนี้มาตรฐานกำหนดตำแหน่งในเล่มนี้ เสียดายไม่ได้พูด เวลาพูดถึงมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง หรือเวลาพูดถึงการจ้างงาน การจ้างงาน ภาครัฐมันจะนำไปสู่การจ้างงานภาคเอกชน การจ้างงานเหล่านี้มันจะต้องไม่บอกว่า ตำแหน่ง ที่เราจะรับคนจบรัฐศาสตร์ ตำแหน่งนี้จบรัฐประศาสนศาสตร์ ตำแหน่งนี้จบเคมี ปกติแล้วจะ ประกาศอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการกำหนดมาตรฐานการจ้างงาน มันเกินไกลไปกว่าที่ผม นำเรียนข้างต้น มันจะต้องออกเป็นมาตรฐานการจ้างงานแบบใหม่ ที่ไม่ใช่บอกว่าจบนิติศาสตร์ จบเคมี จบชีวะนะครับ