อัครวัฒน์ อัศวเหม รายงานผลการพิจารณาญัตติเกี่ยวกับการปรับหลักสูตรอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานและนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หลังคณะกรรมาธิการได้ศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน ชี้ปัญหาหลักสูตรที่ไม่ทันสมัยและขาดทักษะจำเป็น พร้อมเรียกร้องการปฏิรูประบบการศึกษาและพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานเพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เรียนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามที่ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ในวันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภา ผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน (ศาสตราจารย์ กนก วงษ์ตระหง่าน เป็นผู้เสนอ) ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแนวทางในการวางแผนผลิตบัณฑิตในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงาน (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้เสนอ) และญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ (นายพิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นผู้เสนอ) และที่ประชุมมีมติให้คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้พิจารณา โดยกำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษา ๙๐ วัน และที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาพิจารณาตามที่คณะกรรมาธิการร้องขอ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาญัตติดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยได้เชิญผู้ชี้แจงแสดงความเห็น จากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคราชการและภาคเอกชน รวมทั้งผู้แทนจากนักศึกษาและนิสิต นอกจากนี้คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้เสนอญัตติทุกท่านเข้าร่วมฟังและแสดงความคิดเห็นในการ พิจารณาดังกล่าว พร้อมทั้งคณะกรรมาธิการยังได้เดินทางไปกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อหารือและร่วมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นการพิจารณาดังกล่าวด้วย
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวเสร็จ เรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณารายงาน รวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทราบ หรือควรปฏิบัติ ไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาด้วยแล้ว ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง สำหรับรายละเอียดรายงาน ขอนำเสนอเป็นข้อสังเขป ดังนี้
ความเป็นมาและสภาพปัญหา หลักสูตรในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดแรงงานของผู้เรียน รวมทั้งไม่ตอบโจทย์สมรรถนะที่เป็นที่ต้องการของ ผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม ทำให้บัณฑิตที่เรียนจบมาขาดทักษะและสมรรถนะ ที่ตลาดแรงงานต้องการ คุณภาพ ทักษะของบัณฑิตไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทำให้ไม่สามารถส่งมอบผลผลิตบัณฑิตได้ตามที่นายจ้างต้องการ รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษา ส่วนใหญ่ไม่ได้จัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาและประเมินสมรรถนะและทักษะของผู้เรียน หลักสูตรไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน เช่น เข้าเรียนประมาณ ๘ โมงเช้า ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา และกำหนดอายุตั้งแต่ ๑๘-๒๒ ปี ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เมื่อเทคโนโลยีปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้เกิดการเรียนการสอนที่เรียกว่า แอนนี เพลส (Any Place) แอนนีไทม์ (Any Time) แอนนีคอนดิชัน (Any Condition) เพื่อให้ ผู้เรียนได้เรียนทุกเวลา หลักสูตรไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และไม่ตอบ โจทย์ของสมรรถนะที่เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบัน ประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับปฏิบัติการ แรงงานกึ่งไร้ทักษะ ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยกลุ่มนี้เข้าสู่ตลาดแรงงานในปีหนึ่งเพียงร้อยละ ๑๖ ของจำนวนแรงงานทั้งหมด สัดส่วน ของแรงงานที่มีฝีมือของประเทศมีอยู่เพียงร้อยละ ๑๔ ของแรงงานทั้งหมดเท่านั้น จึงพอ อนุมานได้ว่าระบบการศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบันไม่อาจผลิตผู้ที่จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรีที่มีทักษะเพียงพอต่ออาชีพ ที่ต้องอาศัยทักษะแรงงานชั้นสูง ขั้นตอนของการ อนุมัติหลักสูตร ใช้ระยะเวลายาวนานทำให้หลักสูตรไม่ทันสมัย ขาดความยืดหยุ่นและ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันสถานการณ์โลกในปัจจุบันและในอนาคต วิธีการสอน โดยผู้เรียนจดจำวิธีการไม่อาจนำไปสู่การเรียนรู้ของผู้เรียนและผู้สอน ในส่วนผู้สอนขาด ทักษะและการเรียนด้านเทคโนโลยี ซึ่งวิธีการสอนดังกล่าวจึงไม่อาจนำไปสู่การพัฒนาวิธีการ แสวงหาและสังเคราะห์องค์ความรู้ได้ ระบบฐานข้อมูล ไม่มีระบบฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับ ข้อมูลสถิติความต้องการบัณฑิตของตลาดแรงงานในแต่ละสาขา ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษา หรือหน่วยงานกลางควรพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางให้เป็นฐานข้อมูลเช่นเดียวกัน พร้อมทั้ง เปิดเผยข้อมูลสถิติความต้องการบัณฑิตของตลาดแรงงานในแต่ละสาขา มีสาขาอะไรบ้าง มหาวิทยาลัยใดบ้างที่เปิดสอน มีจำนวนกี่แห่งที่เปิดสอน สำเร็จการศึกษาไปแล้วเท่าใด อัตรา การจ้างและรับเข้าทำงานรวมแล้วจำนวนเท่าใด ข้อมูลควรปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันด้วย การพึ่งพางบประมาณของรัฐ มหาวิทยาลัยพึ่งพางบประมาณของรัฐสูงถึงปีละร้อยละ ๘๐ ของรายได้ มหาวิทยาลัยในแต่ละปี หากได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลง อาจทำให้ขาด สภาพคล่อง ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักศึกษาที่กำลังจะเข้าสู่ระบบอุดมศึกษามีแนวโน้มลดลงไปด้วย ทำให้มหาวิทยาลัยต้องปิดกระบวนวิชาหรือปิดตัวลง ในส่วนของแนวคิดและหลักการในการ วางแผนผลิตบัณฑิต และการปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนข้อเสนอแนะ ขอเรียนเชิญท่าน ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน นำเสนอต่อไปครับ