ธีรัชย์ อัตนวานิช ชี้แจงการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยย้ำความโปร่งใสในการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน พร้อมยืนยันการปรับปรุงระบบเปิดข้อมูลให้ สตง. ตรวจสอบได้ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงระบบ e-Social Welfare ได้แล้ว รวมถึงการปรับปรุงการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตเพื่อป้องกันการจ่ายเงินผิดพลาด การร่วมมือกับกรมบัญชีกลางในการอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และการพิจารณาปรับหลักเกณฑ์การให้สิทธิและเงื่อนไขการจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมผู้มีความเปราะบางมากขึ้น พร้อมรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาเพื่อนำไปพิจารณาในกระบวนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการรอบใหม่
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากทางกระทรวงการคลังให้มาชี้แจงข้อมูล ในส่วนของกองทุนจัดสวัสดิการประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ก่อนอื่นผมต้องขอ กราบขอบพระคุณทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสนใจเกี่ยวกับ การดำเนินงานของกองทุนแล้วก็มีคอมเมนต์ (Comment) มีข้อคิดเห็น แล้วก็มีข้อสังเกต ที่ผมคิดว่าหลายประเด็นนี้เป็นประโยชน์กับการดำเนินงานของกองทุนก็จะขอรับข้อสังเกต แล้วก็ความเห็นของทางท่านสมาชิกทุกท่านไปพิจารณานะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดีมีประเด็น ที่ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านมีความไม่สบายใจนะครับ ที่ผมจะขออนุญาตชี้แจง เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกมีความสบายใจ โดยเฉพาะในเรื่องของความโปร่งใสในการดำเนินงานของกองทุน ซึ่งเงินหรือว่างบประมาณ ที่ใช้ของกองทุนนี้ก็เป็นเงินงบประมาณ ซึ่งก็เป็นเงินของพวกเราทุกคน
ประเด็นแรกที่ท่านสมาชิกหลายท่านที่ผมรับฟังมามีข้อห่วงใยแล้วก็ไม่สบายใจ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องความเห็นของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ งบการเงินของกองทุน มีความเห็นที่เป็นลักษณะของการไม่แสดงความเห็นในเรื่องของการใช้จ่าย ของกองทุน อันนี้ผมก็ขอเรียนว่าจากที่ท่านสมาชิกได้อ้างถึงว่า ในส่วนนี้ก็เป็นเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการคุ้มครอง แล้วก็ในส่วนของข้อมูลของกองทุน โดยเฉพาะ ข้อมูลในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่ว่าอย่างไรก็ดีผมขอเรียนว่าในขณะนี้ทางกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางก็ได้พิจารณาปรับปรุงการให้ข้อมูลในส่วนนี้แก่ทาง สตง. โดยเราก็ดู ให้สอดคล้องกับตัวกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอนุญาตให้ทางเจ้าของข้อมูลหรือว่า ผู้เก็บข้อมูลนี้สามารถให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่มีอำนาจในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลได้ ก็คือ สตง. ทางกรมบัญชีกลางก็เลยเปิดให้สิทธิกับทางเจ้าหน้าที่ สตง. ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบ งบการเงินของกองทุนให้สามารถที่จะเข้ามาตรวจสอบข้อมูลในระบบอีโซเชียล เวลแฟร์ (e-Social Welfare) ได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ของ สตง. เท่าที่ผมได้รับข้อมูลประมาณ ๓ ท่าน ที่สามารถที่จะได้รับสิทธิ แล้วก็เข้ามาตรวจสอบข้อมูลได้ ผมก็เชื่อว่าในการตรวจสอบ ข้อมูลของกองทุนในระยะต่อไปทาง สตง. ก็จะมีความสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้ แล้วก็จะทำให้การตรวจสอบงบการเงินของกองทุนนี้สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็มีความโปร่งใส อันนี้ก็เพื่อความสบายใจของท่านสมาชิกทุกท่าน
ประเด็นที่ ๒ ที่มีการพูดถึงก็คือในเรื่องของการจ่ายเงินให้กับผู้เสียชีวิต อันนี้ ผมก็ขอเรียนว่า เนื่องจากว่าปริมาณของผู้ถือบัตรมีถึง ๑๓-๑๔ ล้านราย เพราะฉะนั้นผมว่า โดยสถิติก็มีความเป็นไปได้ที่จะต้องมีผู้เสียชีวิตทุกเดือนหรือว่าอาจจะทุกวัน ซึ่งในกรณี ที่เราเคยทำทางกองทุนก็ได้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตกับทางกรมการปกครอง เดือนละครั้ง ก็พบว่าก็ยังมีปัญหาในเรื่องว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่ว่าข้อมูลที่เรามีเรายังไม่ได้ มีการอัปเดต (Update) ข้อมูล ก็อาจจะทำให้มีการจ่ายเงินในส่วนนี้กับผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งในปัจจุบันทางกรมบัญชีกลางก็ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในส่วนนี้โดยมีการ อัปเดต (Update) ข้อมูลเดือนละ ๒ ครั้ง ก็คือทุก ๑๔ วัน อันนี้ก็จะช่วยให้การดำเนินการ ในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น แล้วก็จะลดปัญหาในเรื่องของ การจ่ายเงินให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นต้นมาทางกรมบัญชีกลาง ก็ได้ดำเนินการเพิ่มรอบในการส่งข้อมูลผู้เสียชีวิตทุกวันทำการของเดือน แล้วก็มีการ ระงับสิทธิในวันถัดไป อันนี้ก็คือเพื่อความสบายใจของทางท่านสมาชิกว่า ทาง กระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการปรับปรุงแล้วก็แก้ไขตามที่ทาง สตง. ได้ให้ความเห็น แล้วก็ตรวจสอบมา แล้วก็มีการเปิดข้อมูลให้ทางผู้ตรวจสอบสามารถเข้าถึงข้อมูลได้
สำหรับข้อสังเกตอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น เรื่องของการปรับปรุงรายงานให้ มีความครบถ้วน แล้วก็ข้อมูลที่มีความผิดพลาดอันนี้ทางกระทรวงการคลังขอรับไปปรับปรุง ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุดในโอกาสต่อไป การแสดงที่มาของงบประมาณของกองทุน ซึ่งทั้งหมดก็ขอเรียนว่าก็เป็นงบประมาณที่เรา ได้รับจัดสรรจากทางสำนักงบประมาณ ก็จะรับไปปรับปรุงในเรื่องของการแสดงที่มาให้มี ความชัดเจน
เรื่องของการประเมินถึงผลกระทบของการคลังในระยะต่อไปอันนี้ก็เป็น ประเด็นที่จะรับไปพิจารณานะครับ
เรื่องภาระหน้าที่ในเรื่องของการจัดสวัสดิการที่ทางท่านสมาชิกหลายท่านก็ เห็นว่าน่าจะเป็นของทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อันนี้ก็เป็น เรื่องนโยบายนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดีทางกองทุนก็จะรับไปพิจารณานะครับ
เรื่องของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของผู้สมควรได้รับสิทธิให้มีความเหมาะสม มากยิ่งขึ้น แล้วก็ครอบคลุมประชาชนที่มีความเปราะบางให้มากขึ้น แล้วก็เงื่อนไขในเรื่องของการ จัดสวัสดิการที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน อันนี้ก็ ขอรับไปพิจารณานะครับ เพราะว่าอย่างที่ทุกท่านได้ทราบนะครับว่า ตอนนี้ทางรัฐบาลก็มี นโยบายที่จะมีการจัดลงทะเบียนในเรื่องของบัตรสวัสดิการรอบใหม่ ผมคิดว่าก็จะเป็นโอกาส ที่ดีที่เราได้มารับคอมเมนต์ (Comment) ของทางท่านสมาชิกก็จะขอรับกลับไปพิจารณา ขอขอบพระคุณครับ