สมศักดิ์ ยื่นข้อเสนอรัฐสวัสดิการ แก้ช่องโหว่บัตร 200-300 บาท

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

สมศักดิ์ คุณเงิน ตั้งข้อสังเกตต่อการทำงานของกองทุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำและช่องโหว่ในการคัดกรองผู้รับสิทธิ รวมถึงเสนอให้ปรับปรุงประสิทธิภาพและการขยายสิทธิประโยชน์เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนยากจนและผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมเป็นกรรมาธิการสวัสดิการสังคม ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เฝ้าติดตามตรวจสอบและศึกษาเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก แรกเกิด มาถึงค่าครองชีพ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนกระทั่งถึงผู้สูงวัย ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพ หลายเรื่องครับที่เราคิดว่าสภาแห่งนี้ในฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ควรจะได้พูดได้หาทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นความเหลื่อมล ้า สิ่งที่เป็นช่องว่าง ช่องโหว่ กระผมต้องขออนุญาตว่าเรื่องสวัสดิการนั้นเป็นเรื่องจำเป็นในสังคม เราปรารถนา ที่จะเห็นสังคมเราอยู่เย็นเป็นสุข ปรารถนาที่จะเห็นเราก้าวสู่ความเป็นรัฐสวัสดิการ เราต้อง ยอมรับว่าพี่น้องเรายากจนเยอะ เราต้องยอมรับว่าเรามีปัญหาความเหลื่อมล ้าสูงมาก เพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับกติกาข้อนี้ครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าเอกสาร ๒ ชิ้นอยู่ในมือ ของกระทรวงการคลังนั้นจะเหมือนคำตอบให้พวกเราได้พิจารณา เรามีกองทุนหมุนเวียน เยอะแยะ ผมคิดว่าไม่มีกองทุนใดที่พูดถึงคนจำนวน ๑๘ ล้านคนขึ้นทะเบียน แต่ผ่านการคัดกรองแล้วเหลือเพียง ๑๔ ล้านคน เพื่อที่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพียง ๒๐๐ บาท คนที่มีคุณสมบัติ มีรายได้ต ่ากว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๓๐๐ บาท ถ้าเฉลี่ยเป็นรายได้ต่อวัน ท่านประธานครับ เอา ๒๐๐ หรือ ๓๐๐ ตั้ง หารด้วย ๓๐ มัน ๑๐ บาทเอง ท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องยอมรับความจริงว่ากองทุนนี้สมเหตุสมผลไหม สมควรที่พิจารณาปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ นั่นจะเป็นประเด็นที่ผมให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นเอกสารที่มีอยู่ในมือของท่าน ผมคิดว่ากระทรวงการคลังได้ดำเนินการ ได้นำเสนอด้วยเหตุด้วยผล และพยายามที่จะเข้าสู่ระบบ สิ่งที่เกิดใหม่มันอาจจะมีความ ไม่เรียบร้อยในเริ่มต้น ผมคิดว่าเราต้องยอมรับกัน แต่ถามว่าประชาชนได้ประโยชน์ไหม คุ้มค่าไหม การโอนเงินลงไปสู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซื้อสินค้ายังชีพที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ แล้วตอนนี้วันนี้พัฒนาไปถึงมีค่าแก๊สขึ้นมา มีค่าน ้า ค่าไฟ มีค่าขนส่งอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผมคิดว่าเป็นการที่กระจายเงินลงไปถึงมือประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้ให้ตัวเลขว่าเรามีเส้นแบ่งของความยากจนอยู่ ๒,๗๖๓ บาท ผมคิดว่า นี่คือตัวเลขพื้นฐานที่เราจะต้องคุยกัน ผมไม่อยากเห็นพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา ติดแต่เพียงว่ามันชื่ออะไรกองทุนนี้ แต่ผมอยากให้ดูที่เนื้อหาสาระว่าสภาเราได้ทำ เราได้อนุมัติงบประมาณนี้ผ่านมาที่กองทุน แล้วเราคิดว่ากองทุนนี้เป็นประโยชน์กับ คนยากจนผู้มีรายได้น้อยของประเทศนี้หรือไม่ กระผมขอตั้งข้อสังเกตครับท่านประธาน ผมอยากเห็นการให้กำลังใจ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศว่าคนจนเรามีอยู่จริง แล้วคนมีรายได้น้อยสมควรที่จะเกื้อกูลจริง ถ้าเป็นเช่นนี้ กองทุนที่เราเรียกว่ากองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมนั้นจะเปลี่ยนชื่อ หรือไม่เปลี่ยนชื่อผมไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ เพราะถึงอย่างไรคนที่อนุมัติให้มีกฎหมายฉบับนี้ ก็คือสภาเรา อนุมัติเงินแต่ละปีก็คือสภาเรา เพราะฉะนั้นขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและเป็น ข้อเสนอแนะเลยครับ ควรจะปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไหม ขยายสิทธิให้คนได้รับ มากกว่านี้ไหม คนที่มาขึ้นทะเบียน ๑๘ ล้านคนเศษ แต่ผ่านการคัดกรอง ๑๔.๖ แล้วหายไปไหน อีก ๔ ล้านคน คน ๔ ล้านคนจะดำเนินการอย่างไร นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ วงเงินที่ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ท่านประธานครับ เฉลี่ยแล้ว ๑๐ บาทต่อวัน ขอขยายเป็นอีกสักเท่าหนึ่งได้ไหมครับ เป็น ๒๐ บาท ได้ไหม ถ้าเป็น ๒๐ บาท ยังมีเหตุผลว่าผ่านมา ๒ ปี ๓ ปี เราได้พัฒนากองทุนนี้ ร่วมกันโดยสภาผู้แทนราษฎรของเรา เพิ่มไปเถอะครับ ๖๐๐ บาท ก็ยังดี เพราะว่าเด็กแรกเกิด เราก็ให้ ๖๐๐ บาท แล้วเราก็ให้ไปจนกว่าอายุ ๖ ปี ในขณะผู้ที่อายุมากผู้สูงวัยเรามี เบี้ยยังชีพเริ่มต้น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท เราอยากจะพัฒนาไป ถามว่าพัฒนาไปสู่ บำนาญพื้นฐานของประชาชน เอาเส้นแบ่งความยากจนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินี่ละครับมาเป็นตัววัด เราก็อยากจะฝันเห็นว่าสักวันพี่น้องประชาชน ของเราที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยมีบำนาญประชาชน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน เราอาจจะ ใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ไม่เป็นอะไรหรอกครับ เพราะเป็นเงินของ ประชาชนด้วยกัน เราจ่ายเงินเป็นกองทุน เป็นบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เรามีความรู้สึกอะไร เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่จะให้ประชาชน เราได้สิทธินั้นด้วย เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพนะครับ ผมอยากจะให้ขยายทั้งสิทธิเพิ่มขึ้น ขยายฐาน ขยายจำนวนเงินให้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุด อยากจะขยายไปสู่ความยั่งยืน เติมสวัสดิการอื่น ๆ เข้ามาอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรามี ทั้งเด็ก เรามีทั้งผู้สูงอายุ เรามีทั้งหลายเรื่องที่สมควรที่จะนำมารวมเป็นบัตรที่ประชาชน อาจจะถือบัตรนี้ใบเดียว เป็นสวัสดิการของประเทศนี้ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบคุณครับ