ศิริกัญญา เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ตรวจสอบควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

ศิริกัญญา ตันสกุล ผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบผลกระทบจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและค้าปลีก โดยเน้นความจำเป็นในการกำกับดูแลองค์กรอิสระและปกป้องประชาชนจากการผูกขาดและขาดความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการและข้อมูล พร้อมเสนอให้เชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมงานเพื่อเสริมความรอบด้าน และเรียกร้องให้มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อความต่อเนื่องและเป็นธรรม โดยเฉพาะภายหลังการแต่งตั้ง กสทช. ชุดใหม่

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะตัวแทนของผู้เสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบกรณี การควบรวมกิจการโทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วก็วันนี้ เราก็ได้รับฟังเหตุและผลจากหลากหลายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเรามีญัตติร่วมถึง ๙ ญัตติที่เป็นไปในทำนองเดียวกันว่า สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ศึกษาเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการควบรวมในธุรกิจโทรคมนาคม และยังมีการ ขยายผลไปถึงการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการในธุรกิจค้าปลีก เช่นเดียวกัน ซึ่งดิฉันก็เห็นว่าเป็นนิมิตหมายอันดี ดิฉันขอสรุปอย่างสั้น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการ เสียเวลาของสภาในที่นี้ว่า ขอย ้าถึงเหตุผลที่เราจำเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็จะขอเสียงสนับสนุนจากทุกท่าน ซึ่งก็อภิปรายไปในแนวทางเดียวกันว่าเราสมควร ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เหตุผลข้อที่ ๑ เพราะว่ากรรมาธิการวิสามัญแทบจะเป็น เครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ในการทำหน้าที่กำกับแล้วก็ตรวจสอบองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ผ่านมา เราปล่อยให้มีองค์กรอิสระมากมาย ด้วยความที่เราไม่เชื่อมั่นในกลไกทางการเมืองและไม่เชื่อมั่น ในนักการเมือง แต่ว่าระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าเราไม่สามารถที่จะปล่อยให้องค์กรอิสระนั้นมีอิสระ อยู่เหนือการตรวจสอบได้ เพราะดิฉันพยายามศึกษากลไกการตรวจสอบองค์กรอิสระ ในต่างประเทศก็พบว่ากลไกของคณะกรรมาธิการนี่ละที่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำหน้าที่ ตรวจสอบและกำกับการทำงานขององค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบรวมในครั้งนี้จะส่งผลสั่นสะเทือนต่อผลประโยชน์ของประชาชน อย่างมหาศาล ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของราคา เรื่องของค่าบริการที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาต่าง ๆ ในต่างประเทศก็มีสนับสนุนแนวคิดนี้อยู่ว่าการควบรวมแม้แต่กระทั่ง การควบรวมจาก ๔ เจ้าเหลือ ๓ เจ้า ก็จะส่งผลต่อราคาและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่ว่านอกเหนือไปจากนั้นยังเป็นเรื่องของความเป็นธรรมในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนด้วยค่ะ เมื่อค่าบริการที่มีราคาแพงขึ้น หรือเป็นระดับที่คนไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ นั่นก็จะเป็นเหตุผลที่จะทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ทุกวันนี้ต้องใช้ สื่อกลางจากอินเทอร์เน็ต (Internet) ในการเข้าถึง และยังเป็นไปในเรื่องของความเป็นธรรม ทางการเข้าถึงทางอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือว่าเน็ต นิวทราลิตี (Net Neutrality) อย่างที่ ท่านพิธาได้กล่าวถึงไปแล้ว การที่เรามีแพล็ตฟอร์ม (Platform) ขนาดใหญ่เพียงแค่ ๒ เจ้า อาจจะทำให้เกิดการกีดกันการเข้าถึงข้อมูล หรือว่าเว็บไซต์ (Website) หรือว่าแอปพลิเคชัน (Application) บางแอปพลิเคชัน (Application) ได้ รวมไปถึงการที่จะสนับสนุนให้เกิดการ เข้าถึงบางเว็บไซต์ (Website) หรือบางแอปพลิเคชัน (Application) ในโอกาสที่มากกว่า เว็บไซต์ (Website) อื่น ๆ ก็จะเกิดความไม่เป็นธรรมอีกเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพคะ เราได้มีบทเรียนมาแล้วเมื่อครั้งที่มีการควบรวมธุรกิจค้าปลีกซีพีและเทสโก้ เราเคยได้ปล่อยปละ ละเลย แล้วก็รอจนกระทั่งมีการตัดสินมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าแล้ว ค่อยเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ต่อผู้บริโภคอย่างมหาศาล แม้ตอนนี้ผลกระทบนั้นอาจจะยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่ว่าหากเกิดขึ้นแล้วเราแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าการแยกกิจการหลังการควบรวมนี่มันเป็นสิ่งที่มีต้นทุนมหาศาล แล้วก็ไม่มีที่ใดทำกัน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการอนุมัติอนุญาต แล้วก็ควบคุมตั้งแต่ก่อนที่จะมีการควบรวม ดังนั้นครั้งนี้ เราได้บทเรียนมาแล้วและเราก็จำเป็นที่จะต้องมอนิเตอร์ (Monitor) หรือว่าติดตามตรวจสอบ หลังจากที่มีการควบรวมแล้วสำหรับกรณีธุรกิจค้าปลีกด้วยนะคะ ดิฉันก็อยากจะขอให้ทาง คณะกรรมาธิการที่เรากำลังจะตั้งขึ้นนี้ ซึ่งดิฉันก็จะเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้วยนะคะ ก็จะขอให้คณะกรรมาธิการปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ เพราะว่าในทางที่เราต้องการที่จะ ไปตรวจสอบ แล้วก็กำกับการทำงานขององค์กรอิสระก็อาจจะเป็นที่ครหาได้ว่าเราพยายาม ที่จะแทรกแซง ดังนั้นการทำงานบนข้อมูลพื้นฐานข้อเท็จจริงและด้วยเหตุด้วยผลก็จะเป็น เกราะกำบังที่จะทำให้กรรมาธิการชุดนี้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่นนะคะ

เหตุผลข้อ ๒ ที่เราต้องใช้กลไกของคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ใช่ คณะกรรมาธิการสามัญตามปกตินะคะ ก็เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเชิงเทคนิคที่เราต้องการ ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งในเรื่องระเบียบของการกำกับดูแลธุรกิจที่มีความซับซ้อน อย่างธุรกิจโทรคมนาคม เพียงแค่เริ่มต้นก็มีการตีความกฎหมายไปต่าง ๆ นานาของทั้ง นักวิชาการ แล้วก็ทั้งสำนักงานกฎหมายเองของสำนักงานคณะกรรมการ กสทช. ในทางที่ ไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งอาจจะอยู่บนผลประโยชน์หรือไม่อยู่บนผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องรวบรวมผู้รู้ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านธุรกิจ โทรคมนาคม ทั้งในเรื่องของกฎกติกา เรื่องของการแข่งขันทางการค้า ทั้งในเชิงเศรษฐศาสตร์ แล้วก็ในเชิงกฎหมายเพื่อมาทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ค่ะ ซึ่งอาจจำเป็น ที่จะต้องมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาเป็นกรรมาธิการวิสามัญด้วยเพื่อทำให้ กรรมาธิการสามารถปฏิบัติงานได้อย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น

เหตุผลข้อสุดท้ายที่ดิฉันเคยพูดไว้เมื่อตอนเปิดญัตติ ก็เรื่องของความไม่เชื่อใจ ในกลไกและองค์กรที่มีอยู่เดิม อันเนื่องมาจากว่าประวัติการทำงาน ผลของการวินิจฉัย มติต่าง ๆ ที่เคยออกมา หรือแม้กระทั่งผลงานในการกำกับดูแลนะคะ เรื่องง่าย ๆ อย่างเรื่องของการคิดค่าโทรเป็นวินาทีแทนที่จะเป็นนาทีก็ยังเป็นเรื่องที่คาราคาซัง แล้วก็ใช้ระยะเวลานานมากที่ กสทช. สมควรที่จะต้องกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรม กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้ ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามีกรณีใหญ่ ๆ หลาย ๆ กรณีที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. อย่างที่ ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยืดหนี้ ๔ จี (4G) การประมูล ๓ จี (3G) หรือว่าการมีมติ เกี่ยวกับบริษัทบีเอฟเคที (BFKT) ในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันก็ยังมีเรื่องของการคลุมเครือ ว่าตกลงแล้วหน่วยงานใดกันแน่ที่จะมีอำนาจในการกำกับดูแลในการพิจารณาอนุญาต ในครั้งนี้ รวมถึงการตีความว่ามาตรการต่าง ๆ นี้จะต้องมีมาตรการอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้เกิด ผลกระทบถ้าหากการควบรวมเกิดขึ้นจริงนะคะ ดิฉันคิดว่าหนึ่งในหน้าที่ของกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้นอกจากจะเป็นการกำกับการตรวจสอบแล้วยังควรที่จะต้องผลักดันให้ คณะกรรมการทั้ง ๒ ชุด ไม่ว่าจะเป็น กสทช. หรือว่า กขค. หรือว่าคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้าเกิดความร่วมมือกันในการกำกับดูแล แล้วก็พยายามทำให้เกิดความเป็นธรรม กับทุกฝ่าย รวมไปถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนด้วย แล้วนี่ก็จะเป็นหนึ่งในภารกิจของ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ค่ะ และล่าสุดหลังจากที่เราได้อภิปรายกันไปเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา วุฒิสภาเมื่อไม่กี่วันมานี้ก็ได้รับรองบอร์ด (Board) กสทช. ชุดใหม่ ๕ ท่านแรก ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อมีบอร์ด (Board) ใหม่ก็จำเป็นที่จะต้องทำให้การเปลี่ยนผ่านระหว่าง บอร์ด (Board) ชุดเก่ากับชุดใหม่นี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น และดิฉันคิดว่าการที่เราตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ คอยติดตามการทำงานของบอร์ด (Board) ชุดเก่า และช่วย ในการส่งผ่านข้อมูลแล้วก็การตัดสินใจต่าง ๆ ไปยังบอร์ด (Board) ชุดใหม่ก็จะทำให้เกิด ความราบรื่นยิ่งขึ้นค่ะ

สุดท้ายนี้ก็ขอการสนับสนุนจากทุกท่านที่จะเห็นด้วยกับการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในกรณีการควบรวมธุรกิจ โทรคมนาคมในครั้งนี้ ก็ขอเสียงของสมาชิกทุกท่านในที่นี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ