นิยม เวชกามา หารือเรื่องการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมและการค้าปลีก และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐให้มีการควบคุมและกำกับดูแลให้เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติทั้ง ๙ ญัตติ โดยเฉพาะญัตติด่วน ของท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาถึงผลกระทบต่อประชาชนจากการรวมกิจการโทรคมนาคมและการค้าปลีก ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบต่อชาวบ้าน ซึ่งเป็นทุน ขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนผู้บริโภค ท่านประธานครับ เป็นประเด็น ที่ผมจะพูดในมุมของชาวบ้านครับท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะมีการควบรวม แม้ผมจะไม่มีอำนาจอะไรก็ตาม แต่ต้องคำอภิปรายเพื่อยืนยันว่าถ้าหากมีการควบรวม ในการลงทุนของดีแทค และทรู ซึ่งเมื่อควบคุมแล้วเป็นหนึ่งเดียวจะเหลือแค่เอไอเอส ทำไมผมจึงบอกว่าการควบรวมแล้วผลประโยชน์ของชาวบ้านมันจะหายไป ส่วนธุรกิจของท่านนักธุรกิจท่านจะยิ่งใหญ่ร ่ารวยก็เรื่องของท่านเรื่องของบริษัท แต่ชาวบ้าน ไม่ร ่ารวยด้วย มีแต่ยากจนลง ยากจนลง หัวโต ท่านประธาน ที่ผมบอกอย่างนี้เพราะเป็น เครื่องยืนยันว่าเคยมีมาก่อนหน้านี้แล้ว การควบรวมของการค้าขนาดใหญ่คือแม็คโครกับโลตัส ซึ่งไม่ได้นำเข้ามาความเห็นในสภาแห่งนี้ คณะกรรมการควบคุมกำกับการแข่งขันการค้า มีมติให้ควบรวมทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วย เพราะตราบใดยังปล่อยให้ กลุ่มทุน กลุ่มการค้ามีอำนาจโตขึ้นทำได้ทุกอย่าง ประชาชนหัวโต ที่ว่าหัวโตหมายความว่า ร้านค้าปลีกในหมู่บ้านหรือที่เรียกว่าโชห่วย วันนี้เป็นอย่างไรท่าน ไปกันไม่ได้แล้ว หมดแล้ว เพราะกลุ่มทุนเขาเอาไปหมด ธุรกิจเจ๊งระเนระนาด อันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ามันลำบาก สำหรับประชาชน ที่ผมต้องพูดเลยในวันนี้คือถ้าหากเหลือเอไอเอส ที่เดียว ทรู และดีแทค มารวมกัน ปัญหาใหญ่ทุกวันนี้ก็รู้กันอยู่ว่าระบบไอที (IT) หมายความว่าคลื่นความถี่ทั้งหลาย มันอยู่ในมือของธุรกิจใหญ่ ๓ ธุรกิจอันนี้ เพราะเรื่องโซเชียล (Social) เป็นเรื่องใหญ่ ทุกคน ในประเทศไทย เกือบ ๗๐ ล้าน ถ้าหากระบบไอที (IT) ล้มละลายไปหรืออย่างไรก็ตาม ประชาชนลำบาก ทุกคนอยู่ด้วยระบบกันทั้งนั้น แม้กระทั่งไม่เหมือนโทรศัพท์ทั่วไป ในปัจจุบันท่านประธาน เพราะว่าแม้กระทั่งการเดินทางก็ต้องใช้ระบบไอที (IT) นี่ละครับ จีพีเอส (GPS) ไม่อย่างนั้นไปไหนไม่เป็นผมนี่ซึ่งต้องขับรถตัวเอง ผมจึงบอกว่าผมไม่เห็นด้วย และต้องฝาก กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแล แต่วันนี้ท่านทำหน้าที่ขนาดไหน เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้ต้องแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจุดบกพร่องคืออะไร ประชาชน เสียประโยชน์อย่างไร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าหากปล่อยให้การแข่งขันการค้า ทางเสรีไม่ว่าดีแทค ไม่ว่าทรู ไม่ว่าเอไอเอส แค่ ๓ บริษัทนี้ประชาชนก็ลำบากมากอยู่แล้ว เพราะไม่มีตัวเลือกอื่น แต่ก็ยังดีก็ยังมี ๓ บริษัทนี้ จาก ๓ เหลือ ๒ ถ้าอนาคตต่อไป ถ้าเกิด วันดีคืนดีบอกเอาละเหลืออันเดียว ทีนี้ประชาชนเจ๊งหมด คือการบริการทุกวันนี้ก็ห่วยแตก อยู่แล้วท่านประธาน นี่ความจริงที่ประชาชนเขายืนยันตอบได้ แต่ถ้ายิ่งไม่มีการแข่งขัน ปล่อยให้ธุรกิจมีเจ้าเดียวหรือ ๒ เจ้า ประชาชนลำบากอย่างแท้จริง แต่คนที่จ่ายสตางค์ คือประชาชนนะท่านประธาน เพราะฉะนั้นการรวบรวมธุรกิจ กสทช. เองมีบทบาทกำกับดูแล ที่สำคัญ แต่ กทสช. ทำหน้าที่ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงไม่เห็นด้วยในการให้มีระบบ การผูกขาดแบบเบ็ดเสร็จ คือระบบที่จะทำเดี๋ยวนี้ละครับ การผูกขาดแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วการรวบรวมของโลตัส แม็คโคร เจ๊งระเนระนาดสลับโชห่วย ผมยืนยันว่า ผมยังอยากให้มีการค้าแบบเสรี โดยการแข่งขันในธุรกิจ เพื่อการบริการค่าใช้จ่าย ถ้ามีการแข่งขันกันการบริการดีขึ้นค่าใช้จ่ายก็อาจจะไม่ต้องขึ้น แต่ถ้าเขามีอยู่อันเดียว เขาจะขึ้นอย่างไรก็ได้ บริการอย่างไรก็ได้ และที่สำคัญต้องกลับไปมองดูด้วยว่าประเทศไทย มีพระราชบัญญัติการผูกขาด การแข่งขัน ระบบการป้องกัน พ.ร.บ. ผูกขาด การป้องกัน การผูกขาด เพราะฉะนั้น กสทช. เองต้องไปดูข้อกฎหมายด้วย จริงอยู่เขาทำได้ทุกอย่าง ถ้าหากรัฐจะทำ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าชาวบ้านจะอยู่แบบด้วยความยากลำบาก คุณทำมาแล้ว แล้วคุณจะทำต่อไป แล้วคุณให้คำนึงถึงด้วยว่าเด็กนักเรียนซึ่งต้องเรียนในระบบภาวการณ์ที่ลำบากโควิด (COVID) นอกจากเขาไม่มีเครื่องแล้ว มีเครื่องยังลำบาก ยังไม่สามารถ เพราะระบบคลื่นของคุณ ทำตามชอบใจ นี่ผมฝากกรรมาธิการ ฝากท่านประธานไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ