ภักดี แจงมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งพิจารณาโฆษณาเหลือ 2-3 สัปดาห์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ภักดี มะนะเวศ ชี้แจงมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุกของ กสทช. ร่วมกับ อย., สคบ., สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา โดยเน้นการเตือนและชี้แจงก่อนลงโทษ ทำให้เวลาพิจารณาโฆษณาลดลงจากหลายเดือนเหลือเพียง 2-3 สัปดาห์ และพบการโฆษณาผิดกฎหมายลดลงอย่างชัดเจนในปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมทั้งอธิบายความคืบหน้าการเปลี่ยนผ่านกิจการกระจายเสียง การประมูลคลื่นความถี่วิทยุเอฟเอ็ม การปรับลดกำลังส่งเพื่อลดปัญหาสัญญาณรบกัน และแผนการทดลองวิทยุดิจิทัลและวิทยุผ่านอินเทอร์เน็ตในหลายจังหวัดเพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม สายงานกิจการกระจายเสียงวิทยุ และโทรทัศน์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. ขออนุญาต ตอบคำถามในเรื่องของการจัดสรรคลื่นวิทยุ ผมจะขอตอบรวม เนื่องจากได้มีท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้สอบถามร่วมกันหลายท่าน

ผมขอตอบคำถามของท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ก่อนนะครับ ซึ่งท่านถามในเรื่องของการเฝ้าระวังเชิงรุกในการกระทำความผิดและการคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับทางด้านอาหารและยา ก็ขอนำเรียนว่าในรายงานก็อาจจะไม่เป็นข้อมูลที่รวมทั้งหมด เนื่องจากว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากคอลเซ็นเตอร์ ๑๒๐๐ (Call Center 1200) ฉะนั้น ผมขอนำเรียนว่าในการทำงานเชิงรุกของ กสทช. เราประกอบด้วยหลายมาตรการนะครับ

มาตรการที่ ๑ ก็คือ เราได้มีการเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านอาหารและยา ได้แก่ สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ สคบ. แล้วก็ได้มีการสร้างเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในทั่ว ๆ ประเทศ นอกจากนี้ ทางสำนักงาน กสทช. เองก็จะมีระบบตรวจสอบเนื้อหารายการ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุกระจายเสียง ดาวเทียม หรือว่าโทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) รวมกันทั้งหมดนี้ก็จะทำให้เป็นมาตรการคุ้มครอง ผู้บริโภคเชิงรุก เนื่องจากในอดีตมีกฎหมายเฉพาะคือกฎหมายของ อย. ว่าการโฆษณานั้น จะได้รับอนุญาตหรือไม่ และถูกต้องตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยทางด้านอาหารและยา หรือไม่ ซึ่งในอดีตจะใช้เวลาประมาณ ๖ เดือนถึง ๑ ปีในการวินิจฉัยนะครับ แต่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน เพราะฉะนั้นการพิจารณาจะใช้เวลาค่อนข้างจะสั้นขึ้น ก็คือประมาณ ๒-๓ สัปดาห์เท่านั้นเอง สำหรับตัวเลขก็โดยคร่าว ๆ เราพบว่าในส่วนของวิทยุ ที่เราตรวจพบก็ประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ราย ในปี ๒๕๖๓ อย่างไรก็ตามในปี ๒๕๖๔ ก็ลดลง เป็นจำนวนมากเป็นหลักร้อย ส่วนทางด้านโทรทัศน์ ดาวเทียมก็มีประมาณสัก ๒๐-๓๐ ราย แล้วก็ลดลงตามลำดับเหลือเป็นหลัก ๑ ๒ ๓ รายเท่านั้นเองนะครับ ทำไมถึงลดลงขนาดนี้ ก็เนื่องจากว่าในการที่ตรวจพบเราไม่ได้ปรับเลยครั้งแรก เราจะมีการเตือน ขณะเดียวกันก็ได้ มีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบกิจการ ร่วมกับเครือข่ายที่เราได้เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ไม่ว่า จะเป็น อย. สคบ. เพื่อชี้แจงให้กับผู้ประกอบกิจการว่า การโฆษณาที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ควรจะทำอย่างไร สำหรับการปรับนี่นะครับก็เพิ่งจะเริ่มมีการปรับปี ๒๕๖๔ สำหรับการปรับ ก็จะมีอัตราที่แตกต่างกันนะครับ ขออนุญาตนะครับ สำหรับผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง การปรับทางปกครองก็ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาททันที แล้วค่าปรับรายวันประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนถ้าเป็นโทรทัศน์ก็จะเป็นแบ่งเป็นระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ ถ้าเป็นระดับท้องถิ่นกับภูมิภาคก็จะปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็รายวัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท กับ ๒๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ส่วนระดับชาตินี่จะปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับรายวัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับโทรทัศน์ที่เป็นระบบดิจิทัล (Digital) ก็จะปรับ ๑ ล้านบาท ทางปกครอง แล้วก็ค่าปรับรายวัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ที่มีความแตกต่างกันนะครับ

ส่วนปัจจุบันที่ได้มีการพูดถึงในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านกิจการกระจายเสียง ก่อนที่จะตอบว่าทำไมถึงได้มีหลักเกณฑ์ว่าจะเป็น ๕๐ วัตต์ โลว์ พาวเวอร์ (Low power) อย่างนี้นะครับ ผมขอนำเรียนในภาพรวมสักนิดหนึ่งว่า การเปลี่ยนผ่านกิจการกระจายเสียง ก็ได้ทำมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ก็จะแบ่งเป็นผู้ประกอบกิจการตามมาตรา ๘๓ ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งประกอบด้วยระบบเอฟเอ็ม (FM) ประมาณ ๓๑๓ สถานี เอเอ็ม (AM) ๑๙๖ สถานี ซึ่งจะสิ้นสุดในการถือครองตามคำสั่ง กสทช. ที่ ๗๖/๒๕๕๙ ในวันที่ ๓ เมษายน สำหรับผู้ทดลองประกอบกิจการก็จะเป็นธุรกิจประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าสถานี สาธารณะ ๗๐๐ กว่าสถานี แล้วก็ชุมชน ๒๖๔ สถานีนะครับ มติที่ของที่ประชุม กสทช. เมื่อเดือนพฤษภาคมก็จะให้สิ้นสุดลงในปี ๒๕๖๗ นะครับ โดยระหว่างนี้ได้มีการจัดทำประกาศขึ้นมา ประกอบด้วย ๖ ประกาศ ผมขอพูดสั้น ๆ ก็แล้วกันนะครับ ก็คือประกาศในเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตนะครับ ประกาศที่ ๒ คือหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการประมูล และแผงความถี่วิทยุกระจายเสียง ระบบเอฟเอ็ม (FM) ประกาศเรื่องมาตรฐานเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม (FM) และหลักเกณฑ์การป้องกันการรบกวนการใช้คลื่นความถี่ของสถานีวิทยุกระจายเสียง ต่อระบบวิทยุการบินนะครับ

สำหรับคำถามที่ว่า มีคลื่นที่จะเข้าสู่กระบวนการประมูลนี้ประมาณเท่าไร อันนี้ก็เกิดจากการที่เราได้มีการคืนคลื่นของผู้ประกอบกิจการทางด้านธุรกิจ รวมทั้งผู้ที่สมัครใจ ที่จะคืนคลื่นความถี่ สำหรับเอฟเอ็ม (FM) ก็ประมาณ ๗๔ สถานี การประมูลก็จะประมูล ประมาณช่วงต้นปี ๒๕๖๕ อย่างไรก็ตามในส่วนของประกาศที่อยู่ระหว่างการรับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะก็จะมีเรื่องของร่างประกาศมาตรฐานเทคนิคเครื่องส่ง วิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม (FM) กำลังต่ำ โดยในเบื้องต้นประกาศนี้ทาง กสทช. ก็เห็นชอบในหลักการว่าจะเหลือประมาณ จาก ๕๐ วัตต์ เป็น ๕๐๐ วัตต์ ก็รับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะ หลังจากที่รับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว ในเบื้องต้น ก็มีการปรับกำลังส่งจาก ๕๐ วัตต์ ขึ้นมาเป็น ๑๐๐ วัตต์ เหตุผลที่ทำไมจะต้องมีการปรับ กำลังลง อันนี้ก็ขอนำเรียนว่าเราก็ทราบถึงความจำเป็นที่อยากจะมีกำลังส่งที่ออกไปไกล ๆ แต่เนื่องจากทรัพยากรทางด้านกระจายเสียงค่อนข้างจะมีจำกัด ก็จะก่อให้เกิดปัญหา การรบกวนกันค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการปรับกำลังลงมา อย่างไรก็ตามความคิดเห็นจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้สะท้อนถึงความจำเป็น และที่ได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบกิจการ ผมก็จะขอนำกลับไปและนำเรียนท่านกรรมการ กสทช. ต่อไปนะครับ

นอกจากนี้ผมคิดว่าเราก็ได้มีการหาวิธีที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว ในเรื่องของเทคโนโลยี สิ่งที่ กสทช. ทำก็คือในเรื่องของการเปิดให้มีการทดลองการประกอบ กิจการ ทดลองในเรื่องของวิทยุดิจิทัล (Digital) ปัจจุบันก็ทำไปเป็นเฟส (Phase) ที่ ๒ และอาจจะเป็นวิทยุทางเลือกในอนาคตด้วย และอาจจะเป็นวิทยุที่ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ปัจจุบันเราได้มีการทดสอบไปเป็นระยะที่ ๒ ๑๐ สถานี ประกอบด้วย ๙ จังหวัด ทั่วประเทศ ผมขอนำเรียนสั้น ๆ ก็คือ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จะมี ๒ ที่ก็คือ พัทยาและศรีราชา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดภูเก็ต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดสงขลา ก็ขอนำเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ