จิตสถา แจงความคืบหน้า 5G-เน็ตประชารัฐ ยันคุ้มครองผู้บริโภค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

จิตสถา ศรีประเสริฐสุข ชี้แจงความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการขยายบริการ 5G ในพื้นที่ EEC และ Smart City พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของโครงการสาธารณสุขที่ใช้เทคโนโลยี 5G และปัญญาประดิษฐ์ เช่น โครงการโรงพยาบาลอัจฉริยะร่วมกับคณะแพทย์ศิริราชที่ได้รับงบสนับสนุนเกือบ 200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังรายงานความก้าวหน้าของโครงการเน็ตประชารัฐในการขยายอินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ห่างไกล ซึ่งใกล้แล้วเสร็จเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต้องสำรวจเพิ่มเติมในบางพื้นที่ที่สัญญาณเข้าไม่ถึง พร้อมยืนยันถึงความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการสนับสนุนการเรียนออนไลน์และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตช่วงวิกฤตโควิด-19 และชี้แจงถึงระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่มีการจัดการร้องเรียนอย่างเป็นระบบ รวมถึงความครอบคลุมบริการอินเทอร์เน็ตมือถือที่อยู่ที่ 93% ของประชากร และการปรับปรุงรายงานเพื่อความชัดเจนในอนาคต

นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ขออนุญาตตอบคำถามตามลำดับดังนี้

ในประเด็นแรก ที่เป็นประเด็นคำถามและข้อสังเกตของท่านสุพิศาล ในเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาอีอีซี (EEC) ว่าด้วยเรื่อง ๕ จี (5G) และเรื่องของการให้บริการ สาธารณสุข ในแง่ของการกำกับดูแลและการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ๕ จี (5G) ทาง กสทช. เองก็ได้มีการพยายามผลักดันเร่งรัดโดยที่มีการเริ่มประมูลคลื่นความถี่ ๕ จี (5G) มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ในกรณีดังกล่าวได้กำหนดให้มีการเหมือนเป็นกฎข้อบังคับอย่างหนึ่ง ให้ผู้ที่ได้ชนะการประมูลมีการเร่งรัดในการวางโครงสร้างพื้นฐาน ๕ จี (5G) ให้โดยเร็วที่สุด โดยมีลำดับความสำคัญในแง่ของการให้บริการในพื้นที่เศรษฐกิจเป็นสำคัญ ดังนั้นข้อกำหนด ตรงนี้ได้มีการกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการขยายโครงข่าย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี (EEC) แล้วก็ในสมาร์ต ซิตี (Smart city) โดยในอีอีซี (EEC) กำหนดว่าในระยะเวลา ๑ ปี ทางผู้ประกอบการจะต้องมีการขยายโครงข่ายให้ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของบริเวณพื้นที่นั้น ๆ แต่ว่าผลตอบรับก็ดีมากก็คือว่าภายใน ๑ ปีสามารถที่ดำเนินการได้ถึงประมาณ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ สำหรับในกรณีของการมอบหมายให้ขยายโครงข่ายที่เน้นไปลักษณะของสมาร์ต ซิตี (Smart city) ก็มีข้อกำหนดว่า ๔ ปีจะต้องวางโครงข่ายให้เสร็จ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันก็ได้ ดำเนินการไปเรียบร้อยดีเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว นอกจากนั้นในแง่ที่ว่าในเรื่องการ ดำเนินการเรื่อง ๕ จี (5G) ดังกล่าว มันก็มีลักษณะที่เราพยายามที่จะผลักดันยูสเคส (Use case) ต่าง ๆ หรือว่าโครงการที่มีความสำคัญที่ควรจะเกิดขึ้นมากมาย แต่ว่าการให้บริการ ในเชิงด้านการสาธารณสุขจะเป็นบริการที่ทาง กสทช. ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ โดยปัจจุบันได้มีการวางแผนที่จะดำเนินการโครงการสำคัญรวมทั้งสิ้นประมาณ ๑๕ โครงการ โดยโครงการสำคัญระดับต้น ๆ อันหนึ่งก็คือว่า เป็นโครงการด้านการสาธารณสุขก็คือ โครงการเรื่องการสร้างระบบต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย ๕ จี (5G) และระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นการร่วมกันดำเนินงานกับคณะแพทย์ศิริราช ในกรณีนี้เอง ก็ได้มีการสนับสนุนเงินลงทุน เพื่อให้การบริการทางด้านการแพทย์เป็นลักษณะต้นแบบ ของประเทศไทยที่เป็นระบบชั้นนำ ได้มีการสนับสนุนการดำเนินงานไปกว่าเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท

สำหรับประเด็นที่ ๒ ที่ท่านมานพและท่านอนุรักษ์ได้กล่าวถึงนิดหน่อย ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) เพราะในแง่ของ กสทช. เอง มีเป้าหมายที่จะจัดบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่จะให้ครอบคลุมในพื้นที่ที่ทั่วถึง ในพื้นที่ห่างไกล โดยโครงการดังกล่าวนี้จะมีการแบ่งพื้นที่ในการให้บริการระหว่าง กสทช. แล้วก็กระทรวงดีอีเอส (DES) โดยโครงการที่ชื่อว่าเน็ตประชารัฐตรงนี้เป็นโครงการ ที่ดำเนินการของกระทรวงดีอีเอส (DES) จากการตรวจสอบข้อมูลในปัจจุบันเองบริเวณที่เกิด ปัญหาไม่ว่าในเรื่องสัญญาณหรือการใช้งาน ก็ยังไม่ใช่เป็นพื้นที่ของทาง กสทช. แต่อย่างใด แล้วก็จากการตรวจสอบของเรื่องข่าวที่เด็กมีการเดินหาสัญญาณโทรศัพท์ในจังหวัดตาก ก็เช่นเดียวกัน อันนี้ไม่ใช่เป็นพื้นที่ของทาง กสทช. สำหรับในเรื่องของความก้าวหน้าในการ ดำเนินงานในเรื่องนี้ ปัจจุบันเรามีแผนการดำเนินงานพยายามที่จะขยายการให้บริการ ทั้งหมด ๑๙,๖๕๒ หมู่บ้าน ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ ๓๐,๘๔๑ จุดให้บริการ เราเน้นจุดที่เป็น คอมมูนิตี (Community) เป็นจุดให้บริการที่ประชาชนในบริเวณแถวนั้นในพื้นที่ห่างไกล สามารถมาใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet) ร่วมกันได้ ยกตัวอย่างเช่น เป็นวายฟาย (Wi-Fi) หมู่บ้าน วายฟาย (Wi-Fi) โรงเรียน แล้วก็วายฟาย (Wi-Fi) ตามโรงพยาบาลระดับตำบล ปัจจุบันได้มีการติดตั้งครบถ้วนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว อย่างไรก็ตามมันอาจจะยังมี ในลักษณะพื้นที่ที่เราจำเป็นต้องมีการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อที่จะไปเติมเต็มในส่วนที่สัญญาณนั้น อาจจะยังไม่ครบถ้วนไปในบางจุดแอเรีย (Area) ที่อาจจะยังขาดการดำเนินการสำรวจ ด้วยนะคะ

สำหรับประเด็นสืบเนื่องจากเรื่องนี้ ซึ่งท่านมานพได้กล่าวสืบเนื่องไปถึง เรื่องของมาตรการที่ว่าจะช่วยเหลือในเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้อย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียนออนไลน์ (Online) นั้น สำนักงาน กสทช. ตั้งแต่มีการเกิด วิกฤตโควิด-๑๙ (COVID-19) มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบันเองก็ได้พยายามที่จะดำเนิน มาตรการ แล้วก็ร่วมมือโดยผู้ประกอบการช่วยเหลือประชาชนในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการให้บริการฟรีอินเทอร์เน็ต (Internet) ๑๐ กิกะบิต ของประชาชนที่ร้องขอรับสิทธิ การที่จะอัป สปีด (Up speed) อินเทอร์เน็ต (Internet) บ้านให้ถึงระดับ ๑๐๐ เมกะบิต เปอร์ เซคันด์ (Per second) การโทรฟรี ๑๐๐ นาที และที่สำคัญในช่วงปี ๒๕๖๔ ก็ได้มีการ ให้บริการช่วยเหลือทางด้านการสาธารณสุข ที่ว่าหน่วยงานแพทย์ที่บริหารจัดการช่วยเหลือ ในด้านของเอชไอ (HI) ซีไอ (CI) ในเรื่องคอลเซ็นเตอร์ (Call center) ต่าง ๆ ในการช่วยเหลือ ของผู้ป่วย โดยสำนักงาน กสทช. เองก็ร่วมกับผู้ประกอบการในการที่จัดหาอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องทางด้านไอซีที (ICT) แล้วก็เรื่องของการสื่อสาร รวมทั้งการส่งข้อความสั้น ที่อันเป็นประโยชน์ในเรื่องของการบริหารจัดการของศูนย์ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน และที่สำคัญยิ่งก็เป็นสืบเนื่องจากเรื่องของการเรียนการสอน ในเรื่องของการสนับสนุน เรื่องการเรียนออนไลน์ (Online) ในช่วงปลายเทอมที่ผ่านมา มีการจัดให้ฟรี การเรียน ออนไลน์ (Online) ฟรีกับนักเรียน ๒ เดือน แล้วก็จะมีให้ฟรีการใช้งานเรื่องอินเทอร์เน็ต ดาต้า (Internet Data) ๒ กิกะไบต์ แล้วนอกจากนั้นมาตรการเรื่องลดค่าใช้จ่ายเน็ต (Net) บ้านเป็นระยะเวลา ๒ เดือนด้วย ซึ่งการสนับสนุนตรงนี้ก็แพร่หลายครอบคลุมไปทั้งโรงเรียน ในระดับกระทรวงศึกษาธิการก็ดี อว. ตชด. แล้วก็มหาดไทย

สำหรับประเด็นของท่านนิยม ในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการคุ้มครอง ผู้บริโภค อันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านมากที่ให้กรณีตัวอย่างของเรื่องที่เป็นปัญหา ซึ่งปัญหา ตรงนี้ทางสำนักงาน กสทช. จะรับไปแก้ไขปัญหาและตรวจสอบ แต่ปัจจุบันในแง่ของ การคุ้มครองผู้ใช้บริการเอง สำนักงาน กสทช. โดย กสทช. เองมีการออกกฎเกณฑ์ในทุกมิติ เพื่อที่จะให้มีการคุ้มครองผู้ใช้บริการโดยให้มีบริการที่มีคุณภาพ แล้วก็ให้มีบริการที่เป็นธรรม อันนี้เราก็จะรับไว้พิจารณา และปัจจุบันเรามีระบบกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน และมี กระบวนการแก้ไขปัญหา แล้วก็วินิจฉัยปัญหาในทุกเคส (Case) ที่ประชาชนแจ้งเรื่อง ร้องเรียนเข้ามา เพื่อที่จะได้สั่งการให้ผู้ประกอบการแก้ไขปัญหา แล้วก็เยียวยาตาม ความเหมาะสม

สำหรับประเด็นคำถามของท่านพิสิฐ ในรายงานการศึกษาเมื่อสักครู่นี้ ได้ตรวจสอบแล้วลองดูเรื่องตัวเลข ตอนนี้เรื่องของการให้บริการเรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) เราแบ่งออกเป็น ๒ ช่องทาง ก็คือว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) บนโทรศัพท์มือถือ กับอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เราใช้งานตามบ้าน ในรายงานนั้นได้มีการระบุเรื่องของการใช้ บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือเป็นการให้อินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ (Internet broadband) แบบหนึ่ง เชื่อว่ารายงานตรงนี้เป็นการรีพอร์ต (Report) เหมือนกับเชิงของการใช้งานหรือการครอบคลุมของการใช้งาน เพราะว่า ในปัจจุบันการให้บริการบนโครงข่าย ๓ จี (3G) แล้วก็โครงข่าย ๔ จี (4G) สามารถครอบคลุม ได้ถึง ๙๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรประเทศไทย แต่ว่าในการวัดดังกล่าวตรงนี้จะไม่ใช่ เป็นการวัดในเชิงพื้นที่ แต่เป็นการวัดในเชิงเหมือนประชากร ตัวเลขของการใช้งาน ๓ จี (3G) และ ๔ จี (4G) ในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นมากก็เป็นไปตามรายงานที่ได้แสดงไว้ อย่างไรก็ตามในรายงานฉบับถัดไปก็อาจจะมีการปรับปรุงเพื่อเขียนข้อความ หรือการแสดง ข้อมูลหรืออธิบายให้ชัดเจนขึ้น ขอบคุณค่ะ