วาโย แจงงบกองทุนปลอดภัยจราจรขาดทุน 300 ล้าน เหตุรายได้พึ่งทะเบียนประมูล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

วาโย อัศวรุ่งเรือง ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผลขาดทุนของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนจากปี 2562 ที่เพิ่งรายงานล่าช้า พร้อมวิพากษ์การใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายหนี้สินที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้เกือบ 1,000 ล้านบาท และการลงทุนในโครงการประชาสัมพันธ์หรือศึกษาวิจัยที่ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิผลต่อความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างแท้จริง

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตลุกขึ้นมาอภิปรายปรึกษาหารือกันว่า รายงาน ของผู้สอบบัญชี สตง. ในเรื่องของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ แล้วเพิ่งจะมารายงานตอนนี้ ต้องดูก่อนครับท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็น กรรมาธิการงบประมาณพอที่จะมีประสบการณ์ในการรู้เรื่องงบประมาณมาบ้าง หน้า ๗ ครับ ท่านประธาน หน้า ๗ เป็นการรวมรายได้กับรายจ่ายว่าอย่างนั้นเถอะซึ่งออกมาคือขาดทุน เอารายได้ก่อน รายได้ประมาณ ๑,๖๖๙ ล้านบาทเศษ รายจ่าย ๑,๙๗๘ ล้านบาทเศษ ออกมาแล้วถัว ๆ เลยแล้วกันตัวเลขกลม ๆ ง่าย ๆ กองทุนนี้ขาดทุนไปประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ มาดูก่อนว่ามันมีปัญหาตรงไหน ปัญหาตรงรายได้ว่ารายได้หลัก ผมตีถัว ๆ รายได้ ๑,๖๗๐ ล้านบาท รายได้ ๑,๖๔๓ ล้านบาท มาจากการประมูลหมายเลข ทะเบียนรถ นี่คือรายได้หลักของกองทุนนี้ถูกต้องไหมครับ เพราะฉะนั้นการจัดสรรในเรื่อง ของการใช้เงินที่มันได้จากการประมูลทะเบียนรถรวมถึงการเรียกเก็บหนี้ที่มันเกิดจากตรงนี้ มันมีความสำคัญอย่างมากกับประสิทธิภาพของกองทุน ส่วนค่าใช้จ่ายมีตรงไหนบ้างครับ หลัก ๆ ผมเอาท็อปทู (Top Two) แล้วกัน ๒ อัน ใน ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หลัก ๆ มีค่าจ้างเหมาบริการ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ค่าใช้จ่ายอื่นอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เดี๋ยวเราไปดูตรงนี้ว่ามันขาดทุนเพราะอะไร เอาค่าจ้างเหมา บริการก่อน ๔๐๐ กว่าล้านบาท ค่าจ้างเหมาบริการ ๔๐๐ กว่าล้านบาทนี้รวมถึงค่าจ้าง ที่ปรึกษาด้วย รายละเอียดบอกว่าอย่างนี้ครับ ค่าจ้างเหมาบริการจำนวน ๓๖๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารด้านความปลอดภัยและไฮไลต์ (Highlight) ตัวสำคัญครับว่า การประมูลหมายเลขทะเบียนรถก็คือการยิงแอด (Ads) การยิง โฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนมาประมูล ก็คือการลงทุนชนิดหนึ่ง ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็คือ การจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาวิจัยประมาณ ๕๐ ล้านบาทเศษ ไม่เยอะครับท่านประธาน จริง ๆ ส่วนนี้ควรจะเป็นส่วนที่สำคัญด้วยซ้ำ แล้วเดี๋ยวผมจะให้ท่านประธานดูครับว่า เขาเอาเงินบริหารจัดการกองทุนเอาเงินไปลงอะไรแทนที่จะเอามาวิจัยในสิ่งที่เดี๋ยวผม จะแนะนำต่อไป แต่เขาเอาไปจ้างที่ปรึกษาวิจัยศึกษาอะไรครับ ดูนี่ครับ ค่าจ้างที่ปรึกษา โครงการศึกษาออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเดินรถด้วยระบบจีพีเอส (GPS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมกำกับดูแล ลงทุนในเรื่องจีพีเอส (GPS) พวกนี้ ทีนี้รายจ่ายเมื่อสักครู่นี้ที่มันขาดทุนมันมีส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือค่าใช้จ่ายอื่นเป็นพันล้าน ในนี้ตรงหน้า ๒๐ ระบุไว้เลยว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ใน ๑,๑๐๐ กว่าล้านบาทเศษ เกือบ ๆ ๑,๐๐๐ ล้านบาทคือค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า หนี้สงสัยจะสูญครับ คือกันเอาไว้ครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่าเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วเรียกเก็บคืนไม่ได้ เรื่องอะไรครับ เรื่องหนี้สงสัยจะสูญ ของลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถจำนวน ๙๖๒ ล้านบาทเศษ และลูกหนี้อื่นอีกประมาณ ๖ ล้านกว่าบาทเศษ รวม ๆ ประมาณเกือบ ๆ ๑,๐๐๐ ล้านบาท คือให้คนเขามาประมูล ทะเบียนสวย แล้วให้เขาค้างชำระ ทำสภาพบังคับแล้วเรียกเก็บเงินไม่ได้ ตรงนี้เป็นข้อสังเกต อย่างหนึ่ง ถ้าท่านประธานเข้าไปดูในเว็บไซต์ (Website) เสิร์ช กูเกิล (Search Google) ไปก็ได้จะเห็นว่ามีพ่อค้าแม่ขายขายทะเบียนสวยเต็มไปหมดเลย มีเงินลงทุนจำนวนมาก มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้จำนวนมาก แต่ผู้ที่แบกรับภาระเงินลงทุนครับ คนเข้าไปประมูล ไปล็อก (Lock) เลขมา พ่อค้าไปประมูลมา เอาเลขมาสวมใส่ในรถอาจจะรถเก่า ๆ อะไรก็แล้วแต่ ไม่จ่ายสตางค์รัฐครับ ต๊ะเอาไว้เป็นเครดิต แล้วก็ขายให้ได้ก่อนแล้วค่อยจะมา จ่ายสตางค์ให้รัฐ โดยที่รัฐไม่มีประสิทธิภาพใด ๆ ในการไปเรียกเก็บเงินจากพ่อค้าเหล่านี้มา แล้วมาดูครับว่าโครงการนี้เขาทำอะไรบ้าง ปี ๒๕๕๗ นี้ยังไม่ค่อยตื่นตัวเท่าไรทำไปโครงการ เดียวครับ ๓๗๐,๐๐๐ เงินนิดหน่อย ปี ๒๕๕๘ เพิ่มเป็น ๒ โครงการ ปี ๒๕๕๙ เพิ่มเป็น ๓ โครงการ ปี ๒๕๖๐ เพิ่มเป็น ๔ โครงการ ปีละโครงการ ปี ๒๕๖๑ กระโดดครับท่านประธาน แทนที่จะเป็น ๕ โครงการ ทำไป ๒๑ โครงการ กับ ๑ กิจกรรม ปี ๒๕๖๒ ทำไป ๔๗ โครงการ กับอีก ๕ กิจกรรม ใช้เงินตอนปี ๒๕๖๑ กระโดดข้ามขั้นไม่รู้กี่พันเปอร์เซ็นต์ มาเป็น ๓๒๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ใช้เงินไปเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ถามว่าทำอะไร นี่ครับ โครงการยกระดับกระบวนการออกและต่อใบอนุญาต โครงการจัดตั้งศูนย์อบรมทดสอบ และโครงการเขตพื้นที่ ๒ เขตพื้นที่ ๔ เขตพื้นที่ ๕ โครงการสื่อสารสร้างจิตสำนึกปลอดภัย เสริมความใส่ใจบนท้องถนน ๔๐ กว่าล้านบาท แล้วสิ่งที่น่าทำจริง ๆ ก็คือตรงนี้ผมเปิดไป ผมไม่เห็นเลยว่ามันจะมีโครงการอะไรที่มัน จะสามารถทำให้คนไทยของเราปลอดภัยบนท้องถนนได้จริง ๆ มานั่งเสริมสร้างจิตสำนึก มานั่งสร้างคำขวัญ เอาเงินไปลงทุนกับอะไรก็ไม่รู้ แต่ไม่เคยรู้ว่าจริง ๆ แล้วปัญหาของการจราจร บนท้องถนนและอุบัติเหตุบนท้องถนนมันเกิดมาจากอะไร ไม่เคยมีโครงการที่จะลงทุน เพื่อศึกษาวิจัยในการเก็บข้อมูล แล้วเอาข้อมูลมาพูล (Pool) รวมกัน แล้วหาอย่างน้อย ไม่ใช่เวลามารายงาน แล้วขึ้นตารางแจกแจงความถี่ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนหลวงกี่ครั้ง บนถนนสายรองกี่ครั้ง ในเขตเมืองกี่ครั้ง ในกลางวัน กลางคืนกี่ครั้ง มาแต่ตารางแจกแจง ความถี่ ไม่เคยมีการเชื่อมโยงและศึกษาข้อมูลและลิสต์ (List) ปัญหาออกมาเป็นขั้นลำดับว่า อะไรคือปัญหาสำคัญที่ ๑ ไม่เคยมีการทำพาร์ท อะนาลิสิส (Part Analysis) ไม่เคยมีการทำ แฟกเตอร์ อะนาลิสิส (Factor Analysis) ไม่เคยรัน (Run) เลยว่าอันไหนที่มีอิมแพกต์ (Impact) มากที่สุด ไล่ลดลำดับลงมา เงินเรามีจำกัดท่านประธานครับ บริหารจัดการ ก็ยังได้ไม่ค่อยดี หนี้สงสัยจะสูญก็เยอะแยะมากมาย แถมยังมีเงินลงทุนในการโฆษณา อีกเป็นร้อย ๆ ล้านบาท ท่านประธานครับ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมคงจะต้องให้ท่านผู้ชี้แจงชี้แจงให้ผมและเพื่อนสมาชิก เข้าใจว่า สรุปค่าใช้จ่ายที่ค้างเป็นพัน ๆ ล้านบาท ในเรื่องหนี้สงสัยจะสูญในกลุ่มพ่อค้า ที่มาประมูลทะเบียนสวย ที่มันค้างเอาไว้ท่านจะจัดการอย่างไร และ ๒. ก็คือว่าโครงการ ต่าง ๆ เหล่านี้ท่านมีทำเรื่องประสิทธิภาพประสิทธิผลออกมาในแต่ละโครงการบ้างหรือเปล่า และโครงการที่มันควรจะทำที่ผมว่าไปก็คือ การทำการศึกษาวิจัยเชิงลึก อย่างน้อย ในเชิงทฤษฎีให้มันออกมาให้ชัดเจนว่าพร็อบเบล็ม ลิสต์ อิมแพกต์ (Problem List Impact) ของแต่ละแฟกเตอร์ (Factor) ที่มันมีปัญหาในเรื่องของการจราจรและอุบัติเหตุบนท้องถนน จริง ๆ มีอะไรบ้าง ท่านจะได้ทุ่มเงินเรียงลำดับไปเป็นขั้นเป็นตอน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ได้อย่าง ถูกต้อง ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ