ชวน แจงความคืบหน้าการพิจารณากรรมาธิการ-แผนปฏิรูปประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ชวน หลีกภัย แจ้งที่ประชุมรับทราบผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐในรอบปีงบประมาณ พร้อมแถลงการขยายเวลาการพิจารณาเรื่องต่างๆ ของกรรมาธิการหลายคณะเพื่อให้การศึกษาและพิจารณายังความรอบคอบ รวมถึงการถอนวาระการตั้งกรรมาธิการวิสามัญหลังกฎหมายผ่านแล้ว และเสนอแนวทางการประชุมเพื่อเร่งรัดกระบวนการภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19 โดยขอความร่วมมือสมาชิกให้พิจารณาอย่างมีประสิทธิภาพและจำกัดเวลาการอภิปราย

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม

ขอเรียนท่านสมาชิกครับ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ก่อนที่ที่ประชุม จะรับทราบเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระ ผมขอแจ้งเรื่องที่ไม่ปรากฏ ในวาระ คือ

รับทราบผลการพิจารณากรณีประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ เป็นผู้ร้อง ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ว่าสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นายสำลี รักสุทธี ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๑ (๑๐) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีมติ เอกฉันท์รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมี คำวินิจฉัย ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะนี้ จึงมีจำนวน ๔๗๕ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๘ คน ขอแจ้งที่ประชุมรับทราบนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไปเป็นเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระ

๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๑๕ เรื่อง ขอเรียน พวกเราว่าเสียเวลาเล็กน้อย แต่มันเป็นระเบียบปฏิบัติที่เมื่อเราพิจารณาไปอย่างไร ทางวุฒิสภาเขาก็ต้องแจ้งในวุฒิสภาทราบ เช่นเดียวกับเมื่อวุฒิสภาเขาพิจารณาของเขา เป็นอย่างไร สภาเราก็ต้องรับทราบในสิ่งนั้นด้วย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือ แจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคาร ที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๘ เรื่อง ดังนี้

๑. รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตาม มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๔

๒. รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒

๓. รายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๒

๔. รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และ พ.ศ. ๒๕๖๒

๕. รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

๖. รายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓

๗. รายงานผลการเตรียมความพร้อมในการตราพระราชกฤษฎีกาตาม มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

๘. รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑

ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๑ เรื่อง คือรายงานประจำปี ๒๕๖๒ สถาบันพระปกเกล้า

ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๖ เรื่อง ดังนี้

๑. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓

๒. รายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

๓. รายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย

๔. รายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓

๕. รายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒

๖. รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๓ จึงขอแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๒ รับทราบ เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้กรรมาธิการขยายเวลาพิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อที่ ๑๐๖ วรรคสอง จำนวน ๑๐ คณะ เป็นเรื่องที่กรรมาธิการได้ขอในระหว่างปิดสมัยประชุมนะครับ โดยได้รับหนังสือจากประธาน กรรมาธิการและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อขอขยายเวลาในการพิจารณาศึกษา นอกสมัยประชุม ได้พิจารณาเห็นควรอนุญาตให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาตามข้อบังคับ ดังกล่าว ดังนี้

๑. คณะกรรมาธิการการพลังงาน ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และกองทุนน้ำมันให้เป็นระบบ และยั่งยืนออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๕

๒. ให้คณะกรรมาธิการการศึกษาขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง

๒.๑ ญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและผลกระทบ จากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นการขยายครั้งที่ ๕

๒.๒ กลุ่มญัตติเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาขอขยายระยะเวลาศึกษาออกไป อีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๓

๓. ให้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง

๓.๑ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาที่ดินหมดสัญญาสัมปทานใน พื้นที่ภาคใต้ ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการ ขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๓

๓.๒ ญัตติเรื่องพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการ ขอขยายครั้งที่ ๓

๔. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการ สาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้าน การพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๓

๕. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายเวลาเป็นครั้งที่ ๔

๗. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออก เอกสารสิทธิในที่ดินขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๙

๘. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๕

๙. ให้คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมแก้ไขปัญหาและพัฒนาการท่องเที่ยว ของประเทศไทยออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ระยะเวลาครั้งที่ ๕

๑๐. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการ ปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วันนับแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๕ จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบ

มีข้อสังเกตก็คือ บางคณะได้ขยายระยะเวลาหลายครั้งมากนะครับ ก็เรียนเตือนเพื่อกรรมาธิการแต่ละชุดจะได้ดำเนินการเพื่อให้เสร็จ อย่างน้อยเสร็จ ในสมัยประชุมนะครับ

อนึ่ง ขอแจ้งให้ทราบนอกวาระครับว่า ได้อนุญาตให้คณะกรรมการจริยธรรม ขยายเวลาการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนกล่าวหา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ระยะเวลาครั้งที่ ๑ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ข้อ ๒๗ จึงขอแจ้งที่ประชุม รับทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เนื่องจากว่ามีเรื่อง ขยายเวลาใหม่อีกคณะหนึ่งนะครับ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ทั้งประเทศ กรรมาธิการชุดนี้ได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องออกไปอีก ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๓ ครับ รวมทั้งหมด ที่ได้รายงานให้ทราบนะครับ

ก่อนที่จะไปวาระที่ ๒.๓ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ขอเรียนว่า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา แล้วก็ไม่ให้วาระของเรามีปัญหานะครับ เรียนขออนุญาต ท่านสมาชิกว่าเนื่องจากระเบียบวาระที่ ๓ เป็นเรื่องรับรองรายงานการประชุมนะครับ และวาระที่ ๗.๔ เรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ขออนุญาตที่ประชุมว่าขอนำเรื่อง ดังกล่าวขึ้นมาขออนุมัติที่ประชุมก่อนนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม

ขอเรียนที่ประชุมนะครับว่ามีระเบียบวาระรายงานการประชุมที่ขอให้รับรอง คือรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) รวม ๙ ครั้ง คือ

- ครั้งที่ ๑๑ วันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

- ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔

- ครั้งที่ ๑๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

- ครั้งที่ ๑๔ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

- ครั้งที่ ๑๕ วันพุธที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔

- ครั้งที่ ๑๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔

- ครั้งที่ ๑๗ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔

- ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

- ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งได้วางให้สมาชิกได้ตรวจแล้วนะครับ ถ้าท่านสมาชิกผู้ใดไม่มีเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่า ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๙ ครั้งดังกล่าวนะครับ

ขออนุญาตอีกเรื่องหนึ่งตามที่ได้กล่าวไปแล้วก็คือ กรณีตั้งกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง คือเรื่องนี้ประธานกรรมาธิการ คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้มีหนังสือแจ้งขอให้มีการแต่งตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เรื่องนี้จึงบรรจุอยู่ในระเบียบวาระที่ ๗.๔ แต่โดยที่ร่าง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้ผ่านการพิจารณาไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้ เพราะฉะนั้นวาระนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งกรรมาธิการใหม่แล้ว แต่ว่าเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้ว ไม่อาจจะถอนไปได้ ยกเว้นได้รับอนุมัติได้จากที่ประชุม ก็ขออนุมัติจากที่ประชุมว่าจะถอนระเบียบวาระ ๗.๔ ไปนะครับ เพื่อไม่ให้อยู่ในเรื่อง ซึ่งหมดความจำเป็นแล้วครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ก็เรียนที่ประชุม ได้รับทราบลำดับทั้งหมด ขออภัยด้วยเสียเวลาเล็กน้อย เนื่องจากในช่วงปิดสมัยประชุม จะมีเรื่องที่ค้างอยู่อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ

ต่อไป ๒.๓ รับทราบรายงานผลการเตรียมความพร้อมในการตรา พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ขอเรียนที่ประชุมว่าในวาระนี้เป็นวาระเพื่อทราบ โดยหน่วยงานได้ขออนุญาต ให้เจ้าหน้าที่ ๓ ท่านดังต่อไปนี้นะครับ นางสุพินญา จำปี นายสมบัติ ลีลาพตะ นายปรัชพัฒน์ วงษ์เนติศิลป์ เข้ามามีส่วนร่วมในการชี้แจงวาระนี้

ขออนุญาตทำความเข้าใจกับพวกเราว่าในการหารือกรรมการประสานงาน ๒ ฝ่ายว่า วาระเพื่อทราบค้างอยู่มาก เนื่องจากเราติดภาระโควิด-๑๙ (COVID-19) ในช่วง สมัยประชุมที่แล้วไปถึง ๑ เดือน ดังนั้นเรื่องเพื่อทราบถ้าปกติจะไม่ค้างอย่างนี้ครับ ค้างมาก ถ้าเราจะไม่กำหนดว่าวันหนึ่งควรจะมีกี่เรื่อง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลวาวะเพื่อทราบเหล่านี้ จะต้องมานั่งรอ ๒ อาทิตย์ ๓ อาทิตย์ โดยสูญเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ ก็เลยหารือกัน อย่างสมัยประชุมที่แล้วว่าเราให้ผ่านไปทีละ ๕ เรื่อง แต่บัดนี้ได้มีการตกลงกันในที่ประชุม เมื่อวันจันทร์ที่แล้วว่าเราจะให้ผ่านไปครั้งละ ๗ เรื่อง เพียงแต่ขอความร่วมมือว่ามันเป็นวาระ เพื่อทราบ ขอท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิในการสอบถามตามสมควรนะครับ ไม่ใช่อภิปราย เป็นญัตติใหญ่แล้วกลายเป็นปัญหายืดเยื้อ แล้วได้พูดกันถึงว่าอะไรที่ไม่จำเป็นก็กรุณาอย่าพูด ทุกเรื่องนะครับ แล้วจะลดเวลาของพวกเราลงไปในการพิจารณา ในครั้งนี้จึงได้กำหนดเอาไว้ ๗ เรื่อง โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาชี้แจง ในการพิจารณานั้นก็จะให้พวกเราที่มีความประสงค์ จะอภิปรายในแต่ละวาระเสนอชื่อขึ้นมา เมื่อถึงประเด็นที่จะต้องชี้แจงก็จะให้เจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบชี้แจงครับ

ขออนุญาตไปวาระ ๒.๓ เจ้าหน้าที่มาพร้อมแล้วนะครับ พวกเราที่มี ความประสงค์อภิปรายเชิญครับ

วาระที่ ๒.๓ ไม่มีการเสนอชื่อเพื่อซักถามนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบ ในวาระ ๒.๓ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่นะครับ

วาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการ ปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๓

เรื่องนี้ขอเรียนท่านสมาชิก ว่าเนื่องจากว่ามันจะมีเรื่องที่อยู่ในวาระ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง แต่มัน คนละวาระกัน คือระเบียบวาระที่ ๒.๖ เป็นรายงานความคืบหน้าช่วงเดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคม ๒๕๖๔ และระเบียบวาระที่ ๒.๓๐ เป็นรายงานความคืบหน้าช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ ผมขออนุญาตที่ประชุมว่าเพื่อประหยัดเวลาและเป็นประโยชน์ กับพวกเราในการพิจารณาพร้อมกันไป ขออนุญาตนำทั้ง ๓ เรื่องนี้มาแจ้งเพื่อทราบ พร้อมกันไปนะครับ โดยสมาชิกมีสิทธิที่จะสอบถามในแต่ละเรื่องได้นะครับ ถ้าสมาชิก ไม่ขัดข้องขออนุญาตนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เรื่องนี้ก็จะมีท่านสมาชิก ขออภิปรายได้แจ้งรายชื่อมาแล้ว ผมขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งได้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจง ทั้งหมดนะครับ มี ๑๒ ท่าน คุณอนุชา นาคาศัย ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณดนุชา พิชยนันท์ นายวรากรณ์ สามโกเศศ นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ นายสุรพงษ์ มาลี นายไมตรี อินทุสุต พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ นายวิชญ์พิมล ติวะตันสกุล นายปุณณลักขิ์ สุรัสวดี นางสาวภัทรพร หล้าวงค์ นายธงธน เพิ่มบถศรี นายนาทวุฒิ ตรีเพ็ชร์ อนุญาตให้เข้ามาได้ครับ

(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)

ขอเชิญท่านสมาชิก ที่มีความประสงค์จะสอบถามเชิญนะครับ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน