ศรัณย์ ทิมสุวรรณ อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. การช่วยเหลือทางการเงินต่อวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยชี้ให้เห็นปัญหาที่ประชาชนและธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ซอฟต์โลนได้ เนื่องจากเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์ที่ทำให้การอนุมัติล่าช้าและไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงวิธีการบริหารเงินเพื่อให้ธุรกิจที่ยังคงอยู่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจได้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายในญัตติ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการช่วยเหลือทางด้านการเงิน ต่อผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) จริง ๆ เราก็คง จะคุ้นชื่อกันในเรื่องของซอฟต์โลน (Soft Loan) ใช่ไหมครับท่านประธาน เพราะว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดแล้วว่าปัญหาจริง ๆ คือตั้งแต่ที่เรามีการพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ หลังจากที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก. กู้เงิน ไม่ว่าจะวงเงิน ๑ ล้านล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออะไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตอนที่รัฐบาลมาขอ เรามีความหวังเหมือนกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนข้างนอกว่า เงินก้อนนี้ที่รัฐบาลขอไปจะทำให้เขาสามารถรักษาธุรกิจของเขา แล้วก็รอจนถึงวันหนึ่งที่ประเทศจะกลับมาปกติ หรือรัฐบาลจะสามารถแก้ไขหรือทำอะไรสักอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรค จนทำให้เขาสามารถกลับมาเปิดธุรกิจได้อีกครั้ง นี่คือความหวังที่ประชาชนและพวกเราในสภาแห่งนี้เห็นพ้องต้องกันในวันนั้น วันที่เรายอมให้ ทางรัฐบาลกู้เงินเพื่อไปช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ แต่มาจนถึงวันนี้ครับท่านประธาน จากวันนั้น ที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายย่อย ปิดร้าน เพื่อที่จะรอถึงโอกาสที่เราจะได้กลับมาเปิดอีก ตอนนี้ป้ายปิดร้าน เปลี่ยนเป็นป้ายเซ้ง เกือบหมดแล้วนะครับท่านประธาน เพราะว่าเขาไม่สามารถเข้าถึงเงินก้อนนี้ได้ เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ไม่มีโอกาส ที่จะเข้าถึงเงินก้อนนี้ที่รัฐบาลพูดในวันนั้นว่าจะช่วยเหลือพวกเขาทำให้ธุรกิจของพวกเขา ยังอยู่ได้ ตอนนี้กลายเป็นเงินที่พวกเขาได้แต่มอง แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะด้วย ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากรัฐบาลปล่อยให้เงินเป็นหน้าที่ในการอนุมัติของธนาคาร พาณิชย์ ซึ่งเราก็คงจะไม่ได้โทษธนาคารพาณิชย์ว่าทำไมไม่ปล่อย จริง ๆ มันควรจะเป็น ความชัดเจนที่รัฐบาลต้องทำตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า นี่คือเงินที่รัฐบาลจะนำไปเพื่อช่วยเหลือ และรักษาธุรกิจของประชาชนไว้ ไม่ใช่เงินที่จะปล่อย เพื่อที่จะหากำไรเข้ามา ซึ่งถ้าเราชัดเจน ตั้งแต่ตอนนั้น มันก็คงจะง่ายขึ้นในการที่ประชาชนจะเข้าถึง และคนที่ปล่อยก็เข้าใจได้ว่า ความมุ่งหมายของเงินก้อนนี้ คือช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถรักษาธุรกิจเขาไว้ได้ แต่จนถึงวันนี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น พ่อแม่พี่น้องประชาชนหลาย ๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะ ในธุรกิจท่องเที่ยวเอง ตัวผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นรถนำเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พักต่าง ๆ บริษัททัวร์ต่าง ๆ ต่างพูดเป็นเสียง เดียวกันว่า นี่คือซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่เป็นโครงการที่เขาไม่มีโอกาสแม้จะสัมผัส แม้จะเข้าไปขอด้วยซ้ำ เพราะว่าโดนตั้งการ์ด (Guard) ตั้งแต่เข้าไปขอแล้วว่า คุณไม่ผ่านแน่ ๆ เพราะตลอดระยะเวลาที่เราเจอวิกฤตการณ์โควิด (COVID) ไม่มีใครหรอกครับ ที่เลขบัญชี จะสวยงามพอที่ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และบางธุรกิจที่มีเพื่อนสมาชิก ยกตัวอย่างขึ้นมา อย่างธุรกิจปางช้างเอง มีช่วงหนึ่งที่เขาก็พยายามจะขอมีส่วนร่วมเพื่อที่จะ รักษาธุรกิจท่องเที่ยวของเขาไว้ แล้วเขาก็ไม่ได้รับคำปฏิเสธโดยตรงจากธนาคาร แต่ธนาคาร ให้เหตุผลว่า เนื่องจากสินทรัพย์ที่เขาพยายามที่จะเสนอ เป็นสินทรัพย์ประเภทที่บริหาร ไม่สะดวก บริหารยาก หรืออะไรก็ตามทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้นมันก็กลับมา ที่ว่าแล้วตอนที่เราอนุมัติ ตอนที่เราบอกว่าเราจะเอาเงินก้อนนี้ไปช่วยประชาชน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมมันถึงมีปัญหา ทำไมประชาชนเข้าถึงไม่ได้ นี่คือสิ่งที่พวกเรา พยายามแก้ไข และเราก็หวังว่ารัฐบาลจะใจกว้างมากพอที่จะรับความเห็นและช่องทาง การแก้ไขต่าง ๆ ไปเพื่อปฏิบัติ เพื่อที่อย่างน้อยถึงแม้ท่านจะทำเวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ว่าอย่างน้อยคนที่จะได้รับประโยชน์ หรือประชาชนที่ยังคงสู้อยู่จนถึงวันนี้จะมีโอกาส ได้เอื้อมไปถึงเงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่จริง ๆ ก็เป็นเงินของเขา เพราะว่าในอนาคต เขาก็ต้องมาใช้เงินกู้ก้อนนี้อยู่ดี เพียงแต่ว่าถ้ารัฐบาลสามารถทำให้ดีได้ เขาก็จะมีโอกาสจนถึง วันนั้น แต่ถ้าท่านยังดื้อดึงที่จะคงมันไว้แบบเดิม ยังดื้อดึงที่จะไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการในการ บริหารเงินก้อนนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีธุรกิจอีกมากน้อยขนาดไหนที่จะยังยืนระยะ อยู่ได้ จนถึงวันที่เราจะกลับมาอยู่ในสภาพปกติ ในวันที่เราจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยว ในวันที่เราจะสามารถเปิดธุรกิจทุกอย่างให้เป็นปกติได้ จนถึงวันนั้นมันก็อาจจะกลายเป็นว่า คนที่เข้าถึงซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่เป็นบริษัทใหญ่ ๆ หรือที่เป็นกลุ่มก้อนทุนใหญ่ ๆ เขาก็ อาจจะไปซื้อธุรกิจเล็ก ๆ เหล่านี้มาหมดแล้ว ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่านั่นคือความตั้งใจของนโยบายนี้ ในตอนแรกหรือเปล่า แต่ผมขอยืนยันครับท่านประธาน ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะ ร่างไหนที่เสนอก็ตาม คือสิ่งที่ท่านรัฐบาลสามารถเอาไปทำได้ และมันจะช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนได้ไม่มากก็น้อย แต่อย่างน้อย ๆ เขาก็จะสามารถเข้าถึงเงินก้อนนี้ ซึ่งควรจะ เป็นเงินของเขาได้ มากกว่าตอนที่รัฐบาลทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วย อย่างเต็มที่ ในการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด เพื่อให้การช่วยเหลือกับธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วผมก็หวังว่ารัฐบาลจะเห็นด้วย แล้วก็ยอมที่จะเปิดใจรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ ที่จะเป็น ประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน