สิริพงศ์ ชี้ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมฯ ล่าช้า เสนอถอน กยศ. วิเคราะห์ปัญหา SMEs

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ปี 2563 และญัตติที่เกี่ยวข้องอีก 4 ฉบับ โดยชี้ว่ากระบวนการบรรจุระเบียบวาระล่าช้าและเสนอแนะให้ถอนกฎหมาย กยศ. ออกเนื่องจากบรรจุช้ากว่ากฎหมายอื่น ๆ ที่ยื่นเข้ามา พร้อมวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยาก เช่น หลักเกณฑ์การสำรองหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ ระบบบัญชีแบบ 1 บริษัท 1 บัญชี

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในประเด็นของการยื่น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคโควิด (COVID) เชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ปี ๒๕๖๓ และญัตติที่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ๔ ญัตติ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ญัตติที่ผู้เสนอญัตติทั้ง ๕ ร่างเข้ามานี้มีความน่าสนใจ แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ผมก็มีข้อสังเกตถึงกระบวนการ ในการบรรจุระเบียบวาระการประชุมของเราว่า เหตุใดจึงเกิดความล่าช้าขนาดนี้ ๕ ญัตตินี้ ยื่นตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีเศษ ๆ ครับ และถ้าท่านประธานจำได้ก็จะเห็นว่าในวาระ การประชุมนี้มี พ.ร.บ. ก่อนหน้านี้ก็คือ พ.ร.บ. กยศ. ซึ่งเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องขอถอนออกไป เพราะว่าบรรจุในระเบียบวาระการประชุมช้ากว่ากฎหมายที่มีการแก้ไข พ.ร.บ. ทั้ง ๕ ฉบับนี้ที่ผู้เสนอญัตติยื่นเข้ามานั้นมีลักษณะใกล้เคียงกันครับ คือในวันที่เสนอนั้น มีความปัจจุบันทันด่วน มีความสำคัญของปัญหาอย่างยิ่งยวด แต่พอมาถึงเวลานี้ ก็มีหลายอย่างครับที่แก้ไปแล้ว อย่างที่ท่านผู้อภิปรายหลายท่านได้พูดไปครับว่า การเข้าสู่ แหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย รายกลาง ค่อนข้างจะเป็นปัญหา ตั้งแต่การกู้เงิน ตาม พ.ร.ก. ฉบับที่ ๑ ก็คือ ๑ ล้านล้านบาทแล้ว ตอนนั้นเราได้ยินเสียงสะท้อนมา จำนวนมากครับว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ รายย่อย หลังจากนั้นในปีนี้ก็คือในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับเกณฑ์หลายเกณฑ์ครับ ถามว่าดีขึ้นไหม ก็ต้องเรียนว่าดีขึ้นครับ หลายเกณฑ์ จากที่ผู้ประกอบการเขาไม่มีสิทธิจะได้เลย ตอนนี้เขาดีขึ้น แต่ถามว่าทั่วถึงไหม ก็ต้องกราบเรียนครับว่ายังคงมีความไม่ทั่วถึง ที่ยังไม่ทั่วถึงนั่นก็เป็นเพราะการที่เราให้กลไก ของธนาคารพาณิชย์เขาเป็นผู้อนุมัติสินเชื่อนั้น มันก็หลีกไม่พ้นที่มันจะต้องมีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของเขา ผมยกตัวอย่างนะครับ หลักเกณฑ์ที่จะเป็นอุปสรรคสำคัญ ๆ ในการปล่อยเงินสินเชื่อ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ยกตัวอย่างอย่างเช่น ทุกกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เขามีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยให้กับ ผู้ประกอบการ เขาจะต้องเอาเงินส่วนหนึ่งไปอยู่ในกองทุนสำรอง ก็คือไปสำรองหนี้เสีย เพื่อรักษาระดับเครดิตของเขาเอาไว้ สภาพคล่องของเขาหายไปครับ รัฐต้องหามาตรการว่า จะทำอย่างไร ลักษณะของการสำรองนั้นจะไม่เป็นภาระกับแบงก์พาณิชย์มาก อันนี้ผมพูดถึง ในสถานการณ์ที่มันเป็นสถานการณ์ที่มันพิเศษเช่นนี้นะครับ ในสถานการณ์ปกตินั้น มันเป็นเรื่องของเสถียรภาพทางการเงิน ตัวนั้นเข้าใจได้ นโยบายของแบงก์ตอนนี้ ยกตัวอย่าง อีกตัวอย่างหนึ่งครับ ก็คือกรณี ๑ บริษัท ๑ บัญชี ๑ บริษัท ๑ บัญชีที่ต้องการจะให้ ผู้ประกอบการแต่ละคนทำบัญชีเป็นบัญชีเดียว และในรายงานของเอสเอ็มอีแบงก์ (SMEs Bank) เขาก็ทำมาให้ดูครับว่า ปัญหาและอุปสรรคที่เขาพบเจออยู่ในเวลานี้ก็คือ เมื่อเป็นลักษณะของการทำแบบบัญชีเดียวนั้น ผู้ประกอบการมีความเข้าใจในรายละเอียด น้อยมาก และยังขาดความรู้ในการทำ ผมจึงคิดว่าปัญหาเหล่านี้มันก็เป็นอุปสรรคสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยากลำบาก ผมขอยกตัวอย่าง ธุรกิจหลายประเภท วันนี้เราได้เห็นว่ารัฐบาลได้มีการเยียวยาให้กับคนทำธุรกิจกลางคืนแล้ว แต่มันยังมีธุรกิจอีกหลายประเภทที่เงินเยียวยาของรัฐไม่ว่าจะเป็นการรักษาระดับการจ้างงาน ก็คงไม่เพียงพอ สิ่งที่เขาต้องการเขาต้องการว่าเขาอยากจะได้เงินหมุนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เรต (Rate) แบงก์พาณิชย์เป็นเรต (Rate) ที่เขารับได้ครับ เขาต้องการที่จะได้เงินหมุน เหล่านั้นเพื่อจะมารักษาระดับการจ้างงาน งานเขาอาจจะไม่ได้มีเยอะเหมือนแต่ก่อน แต่เขาขอให้อยู่รอด ธุรกิจที่เก็บเงินมาแล้วล่วงหน้า ยกตัวอย่างอย่างเช่นธุรกิจฟิตเนส (Fitness) ครับ ที่เขาพูดมาหลายครั้ง ร้องเรียนมาหลายครั้งก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลย ธุรกิจลักษณะฟิตเนส (Fitness) ที่เขาเก็บเงินจากสมาชิกมาก่อนครึ่งปี ๑ ปี และเขาถูกปิดไป ๑ ปี ๒ ปี วันนี้เขาเปิดได้ วันนี้เขาเปิดได้แต่เขาไม่มีรายได้ครับ เพราะรายได้ของเขา เขารับมาแล้วจากการเสียค่าสมาชิกเมื่อ ๑ ปีที่แล้วหรือ ๒ ปีที่แล้ว วันนี้สิ่งที่เขาต้องการ คือเขาต้องการเงินหมุนที่จะอยู่ในธุรกิจเพื่อที่ว่าเขารอว่า เมื่อสมาชิกมาจ่ายค่าสมาชิก ในรอบต่อไป เขาจะสามารถทำธุรกิจต่อไปได้ แต่กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านั้นซึ่งมีสิทธิ ในการเช่า เขาไม่มีสิทธิเข้าสู่แหล่งเงินทุนเลย อย่างนี้ครับ ยังคงเป็นปัญหาที่ผมคิดว่ารัฐบาล มีความจำเป็นที่จะต้องนำไปศึกษาพิจารณาเพิ่มเติมอยู่ ร่างทั้ง ๕ ฉบับนี้ ผมได้ลองพิจารณา ดูแล้วนะครับ มีหลายเรื่องที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีหลายเรื่อง ที่ผมเห็นว่ายังเป็นข้อสังเกตที่รัฐบาลสามารถที่จะนำไปศึกษาทบทวน แล้วออกเป็น ข้อกำหนดหรือออกเป็นหลักเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนได้ จะเป็นที่น่าเสียดายมากเลยนะครับ ถ้าทั้ง ๕ ร่างนี้จะถูกปล่อยผ่านแล้วก็ตกไปเฉย ๆ อย่างไรก็ดีครับ จึงอยากจะฝากถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ส่งให้ทางรัฐบาลเขาศึกษาก่อน แล้วหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา นำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปใช้ในการปรับปรุงนโยบาย น่าจะเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน