สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐช่วยเหลือเอสเอ็มอีทุกหน่วยที่ได้รับผลกระทบจากการโควิด-19 โดยไม่จำกัดเงินกู้ซอฟต์โลนให้เฉพาะเอสเอ็มอีรายใหญ่เท่านั้น และเรียกร้องให้กระทรวงการคลังแสดงตัวเลขการช่วยเหลือเอสเอ็มอีและควบคุมดูแลเงินนั้นอย่างครบถ้วน

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตร่วมอภิปรายในวาระของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขในครั้งนี้ ของเพื่อนสมาชิก เป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) กราบเรียนนะครับว่า ผมขอสนับสนุนในร่างของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับพวก ที่ได้นำเสนอมา แต่ถามว่า ร่างนี้มันเป็นหมันหรือเปล่า ในหลักการแล้วผมคิดว่ายังไม่เป็นหมันครับ อย่างที่ท่านจุลพันธ์ ได้พูดไว้ในตอนท้าย ขอเอ่ยนามครับว่ามันช้า แต่สภาแห่งนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์ในการที่จะเข้ามา คอมเมนต์ (Comment) หรือในประเด็น ท่านประธานคงรับฟังผมตั้งกระทู้ถามเรื่องผลสัมฤทธิ์ ของการใช้เงินตามพระราชกำหนดนี้ทั้ง ๒ วาระ ในเรื่องของ ๑ ล้านล้านบาท กับ ๕.๕ ล้านล้านบาท ครั้งสุดท้ายท่านรัฐมนตรีก็มาตอบตรงนี้ ผมยืนตรงโน้นนะครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือในพระราชกำหนดฉบับนี้ที่เน้นเรื่องของการป้องกัน เน้นเรื่องของ การช่วยเหลือเยียวยาและการฟื้นฟู ประเด็นของมันสำคัญตรงนี้ครับ ในพระราชกำหนดนี้ บอกว่าต้องทุกสาขาอาชีพ ทุกสาขาอาชีพ เอสเอ็มอี (SMEs) ก็เป็นหนึ่ง แต่สิ่งที่ผ่านมา เงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่ปรากฏอยู่ซึ่งปล่อยกู้ลงไปนั้นก็ประสบปัญหา ชัดเจนครับว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ระดับเล็กที่ขาดสภาพคล่องที่ไม่สามารถโชว์สเตตเมนต์ (Statement) เป็นพวกที่อยู่ในเครดิตบูโร (Credit bureau) หรือเป็นผู้ที่พูดง่าย ๆ ว่าด้อยโอกาสทาง ประกอบอาชีพ ไม่ได้มีโอกาสเกิดจากการที่ได้เงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ฉบับนี้ อย่างชัดเจน ผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. วรภพว่า แบงก์ใหญ่คือธนาคารแห่งรัฐจะต้องเป็นคน ลงมาโอบอุ้มดูแล แล้วเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกหน่วยที่เกิดผลกระทบต้องได้รับการดูแลเป็น ลำดับแรก รัฐบาลรับข้อสังเกตไปเลยครับว่า ที่ผ่านมาไปเอาแต่เอสเอ็มอี (SMEs) รายใหญ่ ปล่อยกู้ต้องมีสภาพคล่องดี มีเงินทุนหนา มีกิจกรรมของธุรกิจดีแล้วก็สามารถชดใช้ เงินก้อนนั้นคืนได้ เงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ทำทำไมครับ ทำคือต้องทุกสาขาอาชีพ ฉะนั้นเอสเอ็มอี (SMEs) คือแหล่งที่ต้องขับเคลื่อนให้เกิดรายได้หรือแวลู (Value) ของเศรษฐกิจใหม่ หรือเศรษฐกิจที่อยู่ในรากหญ้า รากเหง้าของท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องจัดหน่วยที่เรียกว่าคณะกรรมการกลั่นกรองอะไรต่าง ๆ นานา ต้องพิจารณาถึงรากหญ้าครับ ไม่ใช่ผู้ที่มีแต่เงิน ทุนใหญ่ที่แค่ล้มบนฟูกแล้วก็กู้ทีละ ๕๐ ล้าน ๑๐๐ ล้าน อย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ประเด็นสำคัญของมันหลักการคือ ๑. รัฐเอง โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทยต้องลงมาโอบรับและถ้าคราวหน้าการติดตามการใช้เงิน ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งในส่วนของซอฟต์โลน (Soft Loan) ถ้ายัง ขาดตกบกพร่องแบบนี้ประเทศชาติไม่เจริญ ไม่ไปไหนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วย กับในหลักการของท่านวรภพ โดยเฉพาะเรื่องของผู้ที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) รายที่ไม่มี ขีดจำกัด ไม่ต้องไปจำกัดมันไว้ครับ เพราะในนี้มี ของเก่ามีจำกัดมากเลย จะต้องมีสภาพคล่อง มีโน้นมีนี่เต็มไปหมดครับท่านประธาน มันต้องเขียนว่าไร้รอยต่อเลย ไม่มีจำกัดเลย ที่ท่านวรภพนำเสนอถูกแล้วนะครับ

ส่วนกระบวนการสุดท้ายครับท่านประธาน คือการรายงานสภา ผมเห็นด้วย ของท่านสมาชิก ๒ ท่านที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน แต่กระทรวงการคลังขวางครับ บอกว่า มีอยู่ในกฎหมายทุกอย่างเลยครับ ไปดูที่หน้าแสดงความคิดเห็นก็ได้ หน้า ๗ หน้า ๘ ที่แสดงความคิดเห็นของท่านที่นำเสนอในญัตตินี้ กระทรวงการคลังบอกมีในกฎหมายทุกอย่าง แต่ผมว่านั่นเป็นแค่กฎหมายที่กระทรวงการคลังไม่ทำนะครับ เอาอะไรมาเสนอเราครับ บางทีมาเสนอสภาบอกว่ามีวงรอบตามกฎหมายนี้ เอามาไม่ครบ มันต้องมาตามที่ สภาอยากเห็นครับ อยากเห็นตัวเลขในรายละเอียด บรรดาท่านสมาชิกบางท่านได้บอก ในรายละเอียดที่เราอยากรู้เรื่องอะไร เรื่องวงเงินกู้ การทำธุรกรรม การคืนดอกเบี้ยต่าง ๆ นานา เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องการเห็นว่าเม็ดเงินที่ลงไปช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ผู้ประกอบการได้ตกถึงมือธุรกิจดังกล่าวอย่างชัดเจน แล้วรัฐเองมีการควบคุมดูแลเนื้อหา ของเงินนั้นอย่างครบถ้วนไหม ยิ่งกระจายไปทุกสาขาอาชีพของเอสเอ็มอี (SMEs) นั่นก็คือ ถูกต้องครับ แต่ความไม่ถูกต้องคือรัฐเอง กระทรวงการคลังเองไม่เคยคำนวณว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ว่าทุกสาขาอาชีพครบถ้วนหรือไม่ ไปเปิดดูก็ได้ครับ เอาตัวเลขมาเปิดกันเลยครับ รายงานสภาในอีก ๓ เดือนข้างหน้า ขอทราบเลยครับว่าเงินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกสาขาอาชีพหรือไม่ ถ้าไม่ใช่แสดงว่ารัฐเองไม่ดำเนินการตามกฎหมายที่เขียนไว้ เพราะมีบัญญัติต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติถือว่าไม่กระทำการตามที่นำเสนอต่อรัฐสภา ผิดกฎหมายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ