อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อภิปรายร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญ โดยเน้นย้ำถึงหลักการของการออมเพื่อความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ และหารือเรื่องการออมและลงทุน โดยเสนอแผนการลงทุนของสมาชิกเพื่อให้มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนการลงทุนของตัวเอง และมีการพัฒนากันต่อไปให้มีความชัดเจน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายในวาระรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญฉบับนี้นะครับ ซึ่งโดยหลักการนั้นผมคิดว่าคงเห็นพ้องต้องกันก็คือ ในเรื่องหลักการของการออมเพื่อความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ อันนั้นชัดเจน
ประการที่ ๒ การออมนั้นเมื่อมีเงินออมก็คงจะต้องนำมาบริหารให้เกิด ประโยชน์สูงสุดให้กับสมาชิกนะครับ ผมคิดว่าหลักการ ๒ หลักการนั้นก็คงจะตรงกัน ประเด็นที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นหรือมีข้อสังเกตต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าโดยตัวผมเองก็เห็นด้วย ในหลาย ๆ เรื่อง ก็เพียงแต่ว่าในชั้นที่จะต้องพิจารณารายละเอียดนั้นก็คงขอให้ทาง คณะกรรมาธิการนั้นได้พิจารณา รวมทั้งในเรื่องของร่างที่ท่านสมาชิกท่านดอกเตอร์พิสิฐ ได้เสนอมานะครับ แต่ประเด็นก็จะมีหลายเรื่องซึ่งมีท่านสมาชิกที่ถามเฉพาะเจาะจงมา ก็มีของท่านสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม ก็มี ๓ คำถาม คือเรื่องของ สมาชิกที่ลงทุนนั้นในสภาวะที่เศรษฐกิจนั้นก็อาจจะไม่เอื้ออำนวยก็อาจจะมีผลตอบแทนที่ ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังมาก แต่โดยหลักการของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติในฉบับนี้ ก็เพื่อที่จะให้สมาชิกนั้นมีส่วนร่วมในเรื่องของการกำหนดแผนการลงทุนของตัวเองนะครับ ซึ่งสมาชิกก็มีเป็นจำนวนล้านนะครับ ขณะนี้สมาชิกในแต่ละท่านก็จะได้รับในเรื่องของ แบบสอบถามในการที่บอกว่า เงินออมของตัวเองนั้นคิดว่าในแต่ละช่วงอายุนั้นจะมี ความประสงค์ในเรื่องของการลงทุนอย่างไรนะครับ ก็อาจจะมีคำถามที่ไม่ได้ตรงนักว่า ต้องการสัดส่วนเท่าไร แต่ว่าก็มีวิธีการเช็คในเรื่องของความคิดของผู้ลงทุนตรงนี้นะครับ ก็คงจะต้องมีการพัฒนากันต่อไปให้มีความชัดเจน ถามว่าข้าราชการบำนาญที่เกษียณไปแล้ว จะได้ผลตอบแทนเท่าไร การันตี (Guarantee) ได้ไหม ผมคิดว่ามันมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ท่านสมาชิกได้เสนอแนะไว้เมื่อสักครู่นี้ว่าควรจะต้องมีการบอกให้ชัดเจนว่า เมื่อเป็นสมาชิกแล้ว เมื่อมีการส่งเงินเพิ่มขึ้นได้นั้นจะมีหลักประกันอะไรบ้างสักกี่เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้ต้องมี ความชัดเจน อันนี้ผมคิดว่าในส่วนของการปฏิบัตินั้นก็คงจะนำข้อคิดเห็นตรงนี้ไปปฏิบัติต่อไป ส่วนที่เพิ่มขึ้นมานั้นก็อยู่ที่ว่าการลงทุนในหลักทรัพย์นะครับ ซึ่งก็แน่นอนที่สุดหลักทรัพย์ ที่มีผลตอบแทนสูงก็ย่อมมีความเสี่ยงสูงเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกแผน การลงทุนในแต่ละคน และในแต่ละคนนั้นก็อาจจะมีพฤติกรรมในการที่จะเสี่ยงลงทุนนั้น แตกต่างกันหรืออาจจะเหมือนกันนะครับ ซึ่งอันนั้นก็เป็นสิ่งที่ทาง กบข. ได้นำมาพิจารณา แล้วก็มีการกำหนดในเรื่องของการลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งแน่นอนที่สุด ความเสี่ยงในเรื่องของการลงทุนนั้นส่วนหนึ่งก็ไปอยู่ในเรื่องของหลักทรัพย์ของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนที่สุดก็มีความมั่นคงสูง อันนี้ก็เป็นหลักประกันอันหนึ่งว่า เราไม่เสี่ยงในเรื่องของ การบริหารจัดการของคณะกรรมการ กบข.
ส่วนในเรื่องของคำถามที่ ๒ ก็คือว่าในกรณีที่สมาชิกเสียชีวิตทายาทไม่แสดง ตัวนั้น ถามว่ามีมากไหม เดี๋ยวผมขออนุญาตให้ทางท่านรองเลขาธิการได้ชี้แจง ในเรื่องของข้อมูลตัวนี้
ส่วนประเด็นที่ ๓ นั้นผมขอรับไป เรื่องของที่ท่านถามว่า การจัดอันดับเรื่อง ของระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการนั้น ถ้าเทียบในโลกแล้วเราอยู่ที่ลำดับประมาณ ๔๓ ท่านก็อยากจะให้ไปเบนช์มาร์ก (Benchmark) กับประเทศที่เจริญแล้ว อันนี้ ก็ขออนุญาตว่าในเรื่องของแผนงานมาตรการในการที่จะไต่อันดับขึ้นไปนั้น แน่นอนที่สุดเรา ต้องการความมั่นคง เราต้องการในเรื่องของประสิทธิภาพ แล้วเราก็ต้องการในเรื่องของ ความโปร่งใส ในเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องของเงินของสมาชิกทั้งหลายด้วย อันนี้ ผมขออนุญาตรับไปในการที่จะไปพิจารณาร่วมกับทางสำนักงานกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตรับไปก็คือ ประเด็นของท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอนุรักษ์ เกี่ยวกับเรื่องของกองทุนสงเคราะห์ของครู โรงเรียนเอกชน อันนี้ผมขออนุญาตรับไปแล้วก็จะไปแจ้งให้ท่านทราบว่าข้อมูลนั้นเป็นอย่างไร ก็ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งในเรื่องข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะ รวมทั้งข้อสังเกต ต่าง ๆ สิ่งไหนที่เราปฏิบัติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเตรียมการประชาสัมพันธ์เมื่อกฎหมาย มีผลบังคับใช้นั้นก็จะดำเนินการเตรียมการ ณ บัดนี้เป็นต้นไป ขออนุญาตให้ท่านรองเลขาธิการ ได้ชี้แจงในประเด็นเรื่องของทายาทนะครับ