สฤษฏ์พงษ์ เปิดประเด็นควบรวมทรู-ดีแทค ห่วงผูกขาด-กระทบผู้บริโภค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือญัตติด่วนตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมของทรูและดีแทค เพื่อตรวจสอบความจำเป็น ป้องกันการผูกขาด และผลกระทบทั้งต่อพนักงานและผู้บริโภค พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาความไม่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมด้านค่าบริการ สัญญาณไม่เสถียร และผลกระทบต่อรายได้ของรัฐ รวมถึงเรียกร้องให้ กสทช. และ กขค. เร่งกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี 5G และ 6G อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมเป็นคนหนึ่งกับเพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยที่ร่วมเสนอเซ็นรับรองกันในเรื่องขอเสนอ ญัตติด่วนในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อ ประชาชน เรื่องกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือ ทรูและดีแทค เป็นการลด การผูกขาดระหว่างเครือข่ายโทรคมนาคม ต้องขอขอบคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ครับ หลายท่านที่ได้อภิปรายมาผมคิดว่าเป็นเหตุผลหลายประการ ก็คิดว่ามากพอสมควรแล้ว ก็ในที่ประชุมและพี่น้องประชาชนก็คงจะรับทราบว่าที่มาในเรื่องของความจำเป็น ความจำเป็นในเรื่องของการควบรวมที่จะต้องตั้งกรรมาธิการในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ที่ ๑ ธุรกิจในเรื่องของสื่อสาร เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็โชว์ (Show) ตัวเลขแล้วนะครับ บริษัททรู ๑.๔๔ แสนล้านบาท และดีแทค ๙.๗ หมื่นล้าน ๒ บริษัทนี้ไม่น้อยนะครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลในเรื่องของการเสนอญัตติด่วน ผมเป็นห่วง เป็นห่วงมากว่าเสนอเสร็จแล้ว กสทช. ก็ดี ในส่วนของรัฐบาลก็ดีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ดีนั้นจะมีมาตรการอะไรในเรื่องของการที่จะป้องกัน เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องให้ มีคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการควบรวมนี้สิ่งที่เป็นปัญหา แน่นอนท่านประธานคอยดูนะครับ หลังจากที่เซ็นมาวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นี้ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อควบรวมขึ้นมานั้น พนักงาน ๒ บริษัท เขาจะมีมาตรการ ทำอย่างไร จะมีคนตกงานกันไหมระหว่างทรูกับดีแทคนี้นะครับ อันนี้ก็น่าจะต้องตอบนะครับ ซึ่งประเด็นนี้เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้มีข้อสังเกต ผมก็ตั้งข้อสังเกตให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ และเมื่อควบรวมกันเสร็จแล้วนะครับ โครงข่ายการปรับเปลี่ยนมันจะเหมือนเดิมหรือไม่ และเท่าที่ผมทราบตัวผมเองก็ใช้โทรศัพท์อยู่ ๒-๓ เครื่องเพราะฉะนั้นเลขหมายมีเป็น ร้อยล้านเลขหมาย แต่ประชาชนของเรามีไม่เกิน ๗๐ ล้านคนเพราะฉะนั้นการบริการ เลขหมาย เพราะคนหนึ่งใช้ ๒-๓ เครื่องนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และวันนี้โทรศัพท์ มันเป็นความสำคัญเป็นปัจจัยที่ ๕ เป็นปัจจัยที่ ๖ ไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ออกจาก บ้านลืมโทรศัพท์ออกมาทำงานไม่ได้ต้องกลับไปเอาโทรศัพท์ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นะครับ

อีกประการหนึ่งผมเชื่อว่าประชาชนที่ใช้โทรศัพท์เท่าที่ผมเห็นไม่เคยได้เปรียบ จากบริษัท มีแต่บริษัทได้เปรียบจากผู้ใช้บริการ ผมมีข้อคำถามนะครับว่า นอกเหนือจาก ประชาชนมีความถูกเอารัดเอาเปรียบแล้ว เช่น ในเรื่องของค่าโทรศัพท์ก็ถูกเอารัดเอาเปรียบ โทรแล้วก็ตัดก็คิดเงินแล้วนะครับ บางแห่งคลื่นโทรศัพท์ก็ไม่ได้ควบคุม อย่างกรณีจากสภา ท่านไปประดิพัทธ์ ถ้าท่านใช้เอไอเอสก็ดีหรือว่าเป็นโทรศัพท์อื่นก็ดีนั้นไปประดิพัทธ์ ซอย ๑ จะถูกตัดสัญญาณทุกครั้ง ซึ่งตรงนี้ครับ มันก็จะต้องคิดเงิน ในส่วนอื่น ๆ นั้นเวลาไม่ชำระหนี้ อย่างนี้ครับ ผมไม่แน่ใจว่าในเรื่องของการฟ้องร้อง วันนี้บริษัทจ้างทนายเข้ามาฟ้องร้อง คิดค่าทวงถามเต็มที่เลย แล้วเวลาพี่น้องประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์ ท่านประธานเคยย้ายค่าย โทรศัพท์ไหม ใช้อยู่แล้วมันไม่ดีย้ายจากทรูไปเอไอเอสอย่างนี้ครับ ยากมากเลยครับ โดยเฉพาะถ้าประธานมีเลขสวยอย่างนี้ครับ เขาก็จะบอกว่าท่านประธานมีเลขวีไอพี (VIP) และเดี๋ยวเขาก็จะโทรมาหาท่านประธานแล้วบอกว่าอย่าย้ายเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ครับ พอย้ายไปเสร็จแล้วท่านประธานครับก็ไปเจอหนีเสือปะจระเข้ สัญญาณก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้มันเป็นความยากลำบาก เป็นความที่ประชาชนผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบมามาก ทีเดียวต่อมาในเรื่องของการดำเนินการเรื่องเสา วันนี้สมมุติว่า ๒ ค่าย เขาก็มีเสาส่งสัญญาณ อยู่แล้วเวลาควบรวมกันอย่างนี้ สมมุติว่าทรูมีอยู่ ๓๐,๐๐๐ ต้นดีแทคมีอยู่ ๑๕,๐๐๐ ต้น เพราะฉะนั้นเวลาเขาควบรวม เขาใช้เสาเดียวกัน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เสา ส่วนหนึ่ง ก็ต้องหายไป หายไปครึ่งหนึ่งแน่นอน หายไปครึ่งหนึ่งท่านประธานเกิดอะไรขึ้น เพราะเสา โทรศัพท์มันอยู่ภายใต้การบริหารการจัดการโดยมีสัมปทานในส่วนของบริษัทโทรคมนาคม แห่งชาติ ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ส่วนนี้นอกเหนือประชาชนผู้ใช้บริการในการควบรวมนั้น ในการควบรวมแล้วในเรื่องของเสา ส่งสัญญาณ กระทรวงการคลังสูญเสียรายได้ไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย อย่างนี้ กระทรวงการคลังมีแผนในเรื่องการรองรับอย่างไร แล้วก็จะต้องมีสัญญาในการรับสัมปทาน จะต้องมีการชดใช้อย่างไรบ้าง ผมไม่แน่ใจ ในกรณีการควบรวมกัน ๒ คลื่น อย่างกรณีสมมุติ ผมยกตัวอย่างว่าดีแทค ดีแทคใช้คลื่นสัญญาณสมมุติว่าเป็น ๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ทรูใช้ ๑,๐๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แต่พอเวลาควบรวมมันจะส่งผลในอนาคตไหมครับว่า เมื่อประเทศเราถึงเวลาในการที่จะนำ ๕ จี (5G) ๖ จี (6G) เข้ามาใช้จะต้องมีการเข้าร่วม ประมูลใหม่ไหม ซึ่งในเรื่องของการประมูลใหม่กับไม่ประมูลใหม่ตรงนี้ มันถือว่ามีส่วนได้เสีย มีผลกระทบมากทีเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของกระทรวงการคลังก็ดี ในส่วนของ กสทช. ก็ดีนั้น ผมคิดว่าต้องนำเรื่องเหล่านี้ไปทบทวนด้วย อีกประการหนึ่งนั้น ผู้ประกอบการ ในส่วนของบริษัทที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ ผมคิดว่านักลงทุนในบริษัทมหาชนทั่วไปไม่สามารถที่จะ ทำได้มากมายนะครับ คือหาผู้ที่จะมาลงทุนในลักษณะของคลื่นความถี่ที่เป็นแสน ๆ ล้าน ผมว่าในประเทศไทยมีน้อยมาก เพราะฉะนั้นผมก็ไม่มั่นใจว่าการควบรวมจากที่เราใช้กัน ๓ บริษัท แล้วก็มา ๒ บริษัทควบรวมกันยังเหลือ ๒ บริษัทผมไม่แน่ใจว่ามาตรการในเรื่องของ การที่จะฮั้วกัน การที่จะตกลงกันในฐานข้อมูลหลังบ้าน รัฐเราจะมีมาตรการอย่างไร สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเขาเกิดมีการคุยกันหลังบ้านแล้วก็มีการผูกขาด ไม่ว่าจะเป็น เครื่องโทรศัพท์ก็ดี ตัวแทนของบริษัทที่เป็นภาคบริการอยู่นั้น ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แน่นอน ผมเคยไปญี่ปุ่นครับท่านประธาน แล้วก็เพื่อนในญี่ปุ่นก็ขับรถพาเที่ยว แวะปั๊ม เติมน ้ามัน ไม่น่าเชื่อครับเติมน ้ามันเต็มถัง ในปั๊มที่ญี่ปุ่นเขาถือโทรศัพท์ในถาดมาแถม นี่คนญี่ปุ่นนะครับ เติมน ้ามันเต็มถังได้แถมเครื่องโทรศัพท์ เขาให้ฟรี แต่บ้านเราเติมน ้ามัน เต็มถังแจกน ้า ๑ ขวด ท่านประธานคิดดูว่าความแตกต่างระหว่างผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทยอย่างไร ซึ่งในขณะนั้นน ้ามันในญี่ปุ่นอาจจะแพงกว่าประเทศไทย แต่เพื่อนผม ญี่ปุ่นเขาถามว่าประเทศไทยเราน ้ามันถูก แต่ทำน ้าแถมน ้า แต่ประเทศเขาน ้ามันแพง แต่แถมโทรศัพท์ เราจะเลือกอะไร อันนี้แสดงให้เห็นในเรื่องของการบริการแล้วก็การแข่งขัน และความได้เปรียบเสียเปรียบในประเทศไทยนะครับ เราจะทำให้เห็นว่าเราต้องเตรียมการ และจะต้องไปตรวจสอบอะไรบ้าง ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้น ในกัมพูชา มีคลื่นโทรศัพท์มากกว่า ๔-๕ บริษัท แต่ประเทศไทยเรามี ๓ บริษัท และเรากำลังจะทำให้ เหลืออยู่ ๒ บริษัท และในอนาคตถ้า ๕ จี (5G) ๖ จี (6G) เข้ามาท่านประธานครับ เราอยู่สภา เราบริหารจัดการที่บ้านได้หมด เปิดไฟ ซักผ้าทำอะไรได้หมดนะครับ ในอนาคต มันก็จะนำในเรื่องของเทคโนโลยีนี้มาใช้ ซึ่งเราจะต้องเตรียมการ

ในประเด็นสุดท้ายท่านประธานเพื่อที่จะประหยัดเวลาให้เพื่อนสมาชิก ได้พูดอีกต่อไปนั้น ผมก็ต้องขอฝาก กสทช. ส่วนหนึ่งต้องมีหน้าที่ในการเพิ่มการแข่งขันในตลาด คือลดการผูกขาด สิ่งเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ ว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องเพิ่มการแข่งขันในตลาดให้ได้ และลดการผูกขาดเพื่อผลประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ยังมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกัน สำหรับสำนักงาน คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่ตัวย่อว่า กขค. อันนี้ก็มีหน้าที่เช่นกันในเรื่องของกลั่นกรอง การควบรวมอย่างเข้มงวด ซึ่งกฎหมายทางการแข่งขันในมาตรา ๔ ตรงนี้ก็ต้องฝาก ในส่วนของคณะกรรมการไปดูด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่อง การควบรวมครั้งนี้มันดูเหมือนง่าย แล้วก็ทำได้แน่นอน แต่ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมาที่ผมนำเรียนนะครับ ขอย ้าอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของพนักงานของ ๒ บริษัทนี้อย่าลอยแพเขาแล้วกันก็ด้วยความเป็นห่วง ขอบคุณ ท่านประธานครับ