ณัฐวุฒิ หารือทบทวนการจัดสรรงบ กองทุนหมุนเวียนเพื่อประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือประเด็นการดำเนินงานกองทุนหมุนเวียนปี 2562 โดยเน้นความจำเป็นในการสื่อสารทั้งกับกรมบัญชีกลางและประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงทุน พร้อมเสนอจัดทุนหมุนเวียนเป็นสามกลุ่มหลัก ได้แก่ ทุนด้านสิทธิเสรีภาพ ทุนด้านสวัสดิการคุ้มครองประชาชน และทุนด้านการเรียนรู้ โดยเฉพาะกองทุนซากดึกดำบรรพ์ที่แม้มีงบประมาณน้อยแต่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก ขณะเดียวกันเรียกร้องให้ปรับปรุงกองทุนยุติธรรมและค่าเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย รวมถึงการใช้จ่ายกองทุนคุ้มครองเด็กและกองทุนส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศที่ยังไม่สอดคล้องวัตถุประสงค์ และเสนอให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณอย่างมีความรับผิดต่อความหลากหลายทางเพศ รวมถึงการบูรณาการกองทุนคนพิการที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน พร้อมเสนอตั้งกรรมาธิการเฉพาะกิจเพื่อติดตามกองทุนหมุนเวียนและองค์กรอิสระอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ของประชาชน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสในการอภิปรายรายงานสรุปผลการดำเนินงานกองทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ ผ่านท่านประธานไปยัง ๒ ส่วนด้วยกันครับ ส่วนแรกก็คือการสื่อสาร กับกรมบัญชีกลางในฐานะที่ท่านกำกับดูแลเรื่องของกองทุนหมุนเวียน ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วถึงจำนวนเงินมากมายที่ท่านมีส่วนในการกำกับและมีส่วนที่จะ พัฒนาหรือดูแลประเทศไทย แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือการสื่อสารผ่านท่านประธานไปยังพี่น้อง สื่อมวลชน พี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟังครับว่าวันนี้ในเรื่องของทุนหมุนเวียน ในประเทศไทยนั้นมีเรื่องใดที่บางครั้งพี่น้องประชาชนเองก็ไม่ทราบว่ามีอยู่และไม่อาจจะ เข้าถึงทุนต่าง ๆ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมีทุนหมุนเวียนดังกล่าวได้ครับ ท่านประธานครับ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ผมอยากจะเรียนมีอยู่ทั้งหมด ๓ ประการด้วยกันครับ

ประการแรก ถึงแม้ว่าทุนหมุนเวียนจะมีการแบ่งประเภทของทุนออกเป็น ๕ ประเภท ซึ่งผมเองก็เคยอภิปรายว่ามันไม่น่าจะใช่ในเรื่องของการแบ่งแบบนั้น แต่ผม ขออนุญาตที่จะแบ่งหยาบ ๆ เพื่อประกอบเฉพาะการอภิปรายครั้งนี้ออกเป็นแค่ ๓ ส่วน เท่านั้นครับ

ส่วนแรกก็คือเรื่องของทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของหลักประกันสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกองทุนยุติธรรม

ส่วนที่ ๒ ก็คือทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสงเคราะห์หรือการ คุ้มครองสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้สูงอายุ ผู้พิการ การคุ้มครองเด็ก ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ตลอดจนกองทุนค้ามนุษย์ กองทุนพัฒนาสตรีต่าง ๆ

ส่วนที่ ๓ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการในการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของกองทุนที่เกี่ยวข้องกับซากดึกดำบรรพ์

ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าในการแบ่งของผมนั้นประเด็นที่ผม อยากจะเน้นย ้าก็คือว่าสำหรับเรื่องของทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยเฉพาะกองทุนยุติธรรม มุมนี้เราจะเห็นแค่ขาเดียวครับ แต่ผมอยากให้เห็นว่ากรมบัญชีกลาง เวลาวิเคราะห์เรื่องที่เกี่ยวข้องกับยุติธรรมทั้งหมด มันต้องดูเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่ อยู่ในกฎหมายอื่น ๆ ด้วย อย่าลืมนะครับว่าวันนี้คนที่ได้รับความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมบางส่วนเป็นผู้เสียหาย บางส่วนเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ซึ่งวันหนึ่งเขาก็พิสูจน์ว่ามิใช่เป็นผู้กระทำความผิด แถมเป็นแพะที่เกิดขึ้นในกระบวนการ ยุติธรรม แต่บางส่วนเป็นคนที่ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมปกติได้ ฉะนั้นเวลาที่เรา จะดูต้องดูเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อยู่ในพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับค่าทดแทน และค่าเยียวยา ค่าใช้จ่ายทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญาซึ่งมีปัญหาตลอดครับว่า คนที่สามารถที่จะมีสิทธิ เข้าถึงกลับไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าผมได้รับการร้องเรียน หลายครั้งว่า ผู้เสียหายที่ไปยื่นปุ๊บอาจจะถูกตัดไม่สามารถใช้จ่ายได้หรือไม่ได้รับการชดเชย เยียวยา เหตุเพราะงบประมาณไม่เพียงพอ แต่สำหรับกองทุนยุติธรรมที่อยู่ในความดูแลของ ท่านครับ หลักการก็ไม่ได้แตกต่างกันครับ ผมเข้าใจว่าในระดับปฏิบัติการท่านใช้สำนักงาน ยุติธรรมจังหวัดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงยุติธรรมในการรองรับการเข้าถึงของพี่น้อง ประชาชน แต่คำถามที่เราพบมาโดยตลอด ก็คือว่ามันไปติดล็อก (Lock) ว่าคนที่จะเข้าถึงได้ ต้องมีแนวโน้มที่จะชนะคดี พูดกันแบบนี้ปุ๊บก็เสร็จแล้วครับประชาชนคนเล็กคนน้อย ไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ แบบเดียวกันกับการอภิปรายการแก้ไขประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาเรื่องประกันตนเองของประชาชนเมื่อวานนี้นะครับ ฉะนั้นนั่นเป็น เรื่องแรกที่ผมอยากจำเป็นที่จะต้องฝากท่าน

เรื่องที่ ๒ ก็คือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์และการคุ้มครอง สวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน ถึงแม้การนี้จะเป็นรายงานที่จะเป็นประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ ครับ แต่ผมคิดว่าหลายเรื่องที่ท่านต้องดูละเอียดไปกว่านั้น เช่น ในส่วนของกองทุนคุ้มครองเด็ก ที่พูดถึงวัตถุประสงค์ว่ามีอยู่ ๒ ด้านด้วยกัน ด้านหนึ่ง ก็คือเพื่อเป็นการสงเคราะห์ และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ครอบครัว ครอบครัวอุปถัมภ์ ด้านหนึ่ง เป็นการส่งเสริมและ พัฒนาเครือข่าย รายงานท่านประเมินมาว่ามีคะแนนเป็นบวกตลอดเกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่มันไม่เห็นรายละเอียดว่าน ้าหนักของการใช้จ่ายกองทุนไปอยู่ในวัตถุประสงค์ฝั่งใด มากกว่ากัน ในความเป็นจริงเด็กคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายมีค่าใช้จ่าย เช่น การบำบัดฟื้นฟูเยียวยา ที่เป็นหลักแสนบาท ที่ไม่สามารถเบิกจาก สปสช. ได้ ท่านอาจจะไม่ทราบว่ามีแค่ไม่กี่เคส (Case) ที่สามารถเข้าถึงกองทุนคุ้มครองเด็ก ในความเป็นจริงที่ท่านติ่งท้ายว่าครอบครัวอุปถัมภ์ ท่านอาจจะไม่ทราบว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปใช้ระเบียบ ครอบครัวอุปถัมภ์ตามกฎหมายเดิมของเขาปกติ แต่ไม่ใช้เงินจากกองทุนคุ้มครองเด็ก มีหลายเคส (Case) ที่กำพร้าจากโควิด (COVID) วันนี้ก็ยังถกเถียงกันอยู่ว่าจะใช้เงิน จากกองทุนคุ้มครองเด็กได้แค่ไหน ท่านเห็นไหมครับว่า วัตถุประสงค์กับเงินที่ใช้เวต (Weight) น ้าหนักมันเอียงไปในแต่ละด้านไม่เหมือนกัน กองทุนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม ความเสมอภาคระหว่างเพศก็เช่นเดียวกัน ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าน ้าหนักมันถูก ออกแบบไปอยู่ที่การฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมบุคลากรภายในของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือฝึกอบรมกับเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่มันไม่นำไปสู่น ้าหนักในเรื่องของการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัด สำคัญอย่างยิ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย ผมอยากจะฝากท่าน ให้คิดถึงเรื่องจีอาร์บี (GRB) หรือเจนเดอร์ เรสพอนซิฟ บัดเจตติง (Gender Responsive Budgeting) ซึ่งกระทรวงการคลังก็รณรงค์ตลอด เรื่องแบบนี้อาจจะต้องถูกพิจารณา เวลาที่พิจารณากองทุนเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันปรากฏว่ามีกองทุนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เยอะแยะไปหมดเลยครับ แต่มันไม่ถูกบูรณาการ บางอันไปอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ บางอันมันอยู่กับกระทรวง พม. เป็นต้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ เสียดายผมมีเวลาไม่มากนัก ในฐานะที่เป็น พ่อคนหนึ่งนี่นะครับ ผมเห็นเงินกองทุนจากการซากดึกดำบรรพ์ ตอนแรกจะไม่พูด แต่เห็นกองทุนนี้ต้องพูดทันที ถามว่าสำคัญอย่างไร ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่าประเทศไทย เรามีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์เยอะมาก ผมเอ่ยแค่ ๗-๘ ชื่อ อีสานโมซอรัส สยามโมไทรันนัส ภูเวียงโกซอรัส ชิตตะโกซอรัส ราชสีมาซอรัส ราชสีมาเอนซิส ไดโนเสาร์เหล่านี้อยู่ที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ทั้งที่ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่งบประมาณนี้น้อยมาก นี่คือแหล่งเรียนรู้สำคัญ สำหรับเด็ก ๆ เลยครับ มันคือแรงบันดาลใจพื้นฐานของเด็ก เสียดายว่างบน้อยไปอย่างยิ่ง ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้กองทุนการจัดการซากดึกดำบรรพ์ จะต้องถูกยกระดับที่มากกว่านี้ครับ

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานครับ ที่มิได้เกี่ยวข้องกับในส่วนของผู้ชี้แจง ก็คือประเด็นที่อยากจะฝากถึงท่านประธานนิดเดียวครับว่า เรื่องของกองทุนหมุนเวียน นี่นะครับ ๑๑๕ ทุนมันไปอยู่ในความดูแลของกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ซึ่งด้วยความเคารพครับ ๗ กลุ่มเป้าหมาย นั่นแค่ทุนอย่างเดียวก็ ๑๑๕ เสียดายว่าเราไม่สามารถดูได้ทัน วันนี้เราพิจารณา สสส. สัปดาห์ที่แล้วเราพิจารณากองทุนการพัฒนากีฬา สัปดาห์ก่อนเราพิจารณากองทุน ความปลอดภัยในการใช้ถนน ฉะนั้นในอนาคตหากสภาซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนจะมีการ แยกกรรมาธิการเป็นการเฉพาะที่ดูเรื่องขององค์กรอิสระต่าง ๆ เรื่องของทุนหมุนเวียนต่าง ๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธานครับ