พิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้ประเด็นความจำเป็นในการปรับปรุงสนามกีฬาและลู่วิ่งของโรงเรียนราษีไศล พร้อมเสนอแนวทางใช้งบประมาณจากกรมพลศึกษาและขอความร่วมมือให้ผู้เกี่ยวข้องจัดทำเอกสารและรับผิดชอบพื้นที่เพื่อให้โครงการดำเนินได้ตามเป้าหมายของรัฐบาลในการส่งเสริมการออกกำลังกายและการใช้ยางพาราในโครงสร้างพื้นฐาน
กราบเรียนท่านประธานครับ จากกรณีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติมีคำถามที่ ๒ ว่ารัฐบาล มีนโยบายจะปรับปรุงสนามกีฬากลาง อำเภอราษีไศล ซึ่งสมควรจะปรับปรุงให้มีลู่วิ่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐานหรือไม่ อย่างไร ก็ขอย้อนกลับไปที่เดิมอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ การที่ทางอำเภอราษีไศล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สระน ้าก็ดี เรื่องของสนามกีฬาซึ่งมีการทำสนามกีฬาไปแล้ว แต่ต้องการพัฒนาเรื่องของลู่วิ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้อาจจะเป็นลู่วิ่งที่เป็นดินลูกรัง แน่นอนครับ การที่เยาวชนของเราลงไปทำการ แข่งขันกีฬาก็อาจจะไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร แล้วก็อาจจะมีโอกาสประสบอุบัติเหตุได้ ซึ่งตัวผมเองในขณะที่เป็นเด็กอยู่ก็เคยได้ใช้สนามแบบนี้ และตัวผมเองก็เป็นอดีตนักวิ่ง ซึ่งในโรงเรียนผมก็เป็นนักกรีฑาคนหนึ่งและเป็นนักกีฬาคนหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดในโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เน้นย ้ากับกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาว่าขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชิญชวนให้คนไทย เยาวชนไทย หรือใครที่อยู่ในประเทศไทยให้มาออกกำลังกายให้เป็นนันทนาการ และมีข้อจำกัดว่า ในปี ๒๕๖๗ คนไทยทั้งประเทศ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องเล่นกีฬาให้เป็นนันทนาการ นั่นคือเป้าหมายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่พวกเราจะต้องวิ่งเข้าไปสู่เป้าหมาย ตรงนั้นนะครับ แน่นอนครับทางโรงเรียนราษีไศลที่ต้องการลู่วิ่ง เท่าที่ผมได้เห็นภาพ จากการฉายสไลด์ (Slide) ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งทางนโยบายของรัฐบาลตอนนี้ก็ต้องการที่จะนำยางพาราไปผลิตผสมในลู่วิ่ง ซึ่งจะเป็นการช่วย เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเท่าที่ทราบจังหวัดศรีสะเกษก็มีสวนยางหลายแสนไร่ ซึ่งตรงนี้ เราก็จะช่วยทำให้ราคายางได้มีราคาที่สูงขึ้น แต่การที่เราจะทำให้สูงขึ้นเราก็ต้องคิดว่า ในประเทศไทยเราสำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เราสามารถนำยางพารานี้ มาทำเป็นลู่วิ่งหรือทำเป็นอุปกรณ์อย่างอื่นได้หรือไม่ ลู่วิ่งก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับ การจัดสรรว่า ถ้าหากว่ามีโรงเรียนไหนมีความพร้อม หรือสนามกีฬาตำบลไหนมีความพร้อม เราก็พร้อมที่จะให้กรมพลศึกษาลงไปทำการทำลู่วิ่งให้ แต่นั่นหมายความว่าเรามีสนาม แล้วแต่ขาดลู่วิ่ง ซึ่งทางกรมพลศึกษาพร้อมที่จะไปดำเนินการให้ ในสิ่งเหล่านี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ก็ย ้ากลับไปที่เดิมนะครับว่าจากการที่โรงเรียนราษีไศลที่ว่าในเรื่องของสระน ้าก็ดี ในเรื่องของ สนามกีฬาก็ดี ก็ขอให้ช่วยจัดเรื่องของเอกสารที่ยังไม่ครบมาให้ครบ ซึ่งผมก็จะให้ทาง เจ้าหน้าที่พละประจำอำเภอไปทำการประสาน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้หารือกับทางอธิบดี กรมพลศึกษาไปเรียบร้อยแล้วนะครับว่าเราพยายามที่จะจัดการในเรื่องของลู่วิ่ง ซึ่งลู่วิ่งนี่ งบประมาณก็ไม่เท่าไร เพราะฉะนั้นใน ๒ ข้อ ไม่ว่าข้อ ๑ หรือข้อ ๒ ผมก็จะพยายามจัดการให้ได้ ในงบประมาณปี ๒๕๖๕ ในเรื่องของงบเหลือจ่าย ถ้าหากว่างบเหลือจ่ายไม่มีเหลือแล้ว ผมก็จะบรรจุเข้าไปในงบประมาณปี ๒๕๖๖ ให้ทันที ซึ่งตอนนี้เราก็ทยอยทำงบประมาณ ซึ่งในเรื่องของโรงเรียนราษีไศลเราได้เข้าไปอยู่ในลำดับที่จะขอไปทางสำนักงบประมาณ เพื่อจัดสรรให้มีงบประมาณลงไปทำการสร้างสระว่ายน ้า แล้วก็สร้างลู่วิ่งของโรงเรียนราษีไศล แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงก็ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างไรก็ช่วยประสานทางโรงเรียนว่า ด้วยกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมอบพื้นที่มาให้กับกรมพลศึกษา ถ้าหากว่าท่าน ไม่มอบพื้นที่ให้กรมพลศึกษา กรมพลศึกษาไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปในพื้นที่นั้น ๆ นะครับ เมื่อกรมพลศึกษาสร้างหรือซ่อมเสร็จแล้วกรมพลศึกษาก็จะทำการมอบคืนให้กับโรงเรียน ไปดำเนินการดูแลรักษา แต่ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งนะครับ จากการที่กรมพลศึกษา ได้สร้างสนามกีฬาก็ดีสระว่ายน ้าก็ดี หรืออะไรก็แล้วแต่ที่กรมพลศึกษาดูแล ประเด็นที่เกิดปัญหา ณ ปัจจุบันนี้ก็คือว่าเมื่อสร้างสนามกีฬาเสร็จแล้วกรมพลศึกษา ได้ส่งมอบให้เข้ากับเจ้าของพื้นที่ ก็มักจะประสบปัญหาว่าเจ้าของพื้นที่ไม่ยอมรับมอบ ปัญหา อันนี้ก็อาจจะเป็นปัญหาของเรื่องการเมืองท้องถิ่นนะครับ ที่ว่าในยุคนายกท่านหนึ่งขอมาทาง กรมพลศึกษาได้ทำการเอางบประมาณและลงไปสร้างสนามกีฬาให้ แต่พอเราสร้างสนามกีฬาเสร็จ เราส่งมอบบังเอิญว่าเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัย นายกท่านใหม่ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้ ตั้งงบประมาณไว้สำหรับการดูแลรักษา เพราะฉะนั้นผมก็ขอฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่านว่า กรณีอย่างนี้ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทำความเข้าใจกับผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะระดับตำบล เทศบาล หรือ อบจ. ว่า ถ้าหากว่าจะมีการสร้างสนามกีฬาในโรงเรียน หรือในที่สาธารณะขอให้ช่วยทำประชาพิจารณ์ แล้วให้ชาวบ้านร่วมกันลงสัตยาบันว่าถึงแม้ใคร จะมาเป็นผู้บริหารเมื่อสร้างเสร็จแล้วขอให้ผู้บริหารช่วยรับกลับไปและตั้งงบประมาณ ในการดูแลรักษาในสนามหรือสระว่ายน ้าต่าง ๆ นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมก็ต้องขอความกรุณา ไปทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ทุกจังหวัดและทุกเขตนะครับ เพราะสิ่งเหล่านี้ เมื่อเราสร้างไปแล้วก็เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของแผ่นดิน แต่เมื่อสร้างเสร็จมอบให้ท่าน ท่านไม่รับก็กลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งปัจจุบันนี้ในประเทศไทยเรามีพื้นที่ที่สร้างเสร็จแล้ว มากมายพอสมควร ซึ่งตรงนี้ผมก็ขอชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ