ญาณธิชา ชี้ปัญหาระงับส่งออกผลไม้ไทย หวั่นกระทบเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

ญาณธิชา บัวเผื่อน หารือถึงความสำคัญของตลาดจีนต่อการส่งออกผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียนและลำไย พร้อมแสดงความกังวลต่อมาตรการเข้มงวดของจีนที่อาจส่งผลให้การส่งออกถูกระงับหากพบเชื้อโควิดในสินค้า จึงเรียกร้องให้รัฐเร่งปรับมาตรฐานการส่งออกและผลักดันความร่วมมือระหว่างสามกระทรวงเพื่อแก้ไขปัญหาที่ด่านศุลกากร พร้อมขอให้มีมาตรการเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบในระยะยาว

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดจันทบุรีที่มีทุเรียนและลำไยเยอะที่สุดในประเทศไทย ท่านประธานคะในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ แค่ครึ่งปีเท่านั้นนะคะ ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกทุเรียนสด สูงถึงเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีประเทศจีน เป็นตลาดนำเข้าอันดับหนึ่งมูลค่าสูงถึง ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับลำไยในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ทั้งปีค่ะ มีมูลค่าสูงถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยส่งออกไปยังประเทศจีนสูงถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เราก็คงต้องยอมรับค่ะว่าประเทศจีนถือเป็นประเทศหลักในการนำเข้าผลไม้จากประเทศไทย และท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คงทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศจีนมีนโยบายที่เข้มงวดมาก ในการควบคุมและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด (COVID) ค่ะ โควิด (COVID) ต้องเป็นศูนย์ นโยบายเขาเป็นแบบนั้น เพื่อเตรียมการสำหรับการโอลิมปิก ในฤดูหนาวปี ๒๐๒๒ ค่ะ ในกรณีที่เจอโควิด (COVID) ที่ด่าน ถ้าไม่มีการตีกลับสินค้า ก็จะเผาสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ (Container) นั้นทิ้งทันทีค่ะ แถมยังมีมาตรการระงับ การนำเข้าสินค้าตามมาอีกด้วยนะคะ

ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ค่ะ ปัญหาเรื่องระงับการนำเข้าไม่ใช่ปัญหาใหม่เลย เพราะเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๔ ก็มีสัญญาณเตือนถึงปัญหานี้มาแล้วค่ะ อย่างในเรื่อง ของกรณีลำไย มีการตรวจพบเพลี้ยแป้งเราก็ถูกประเทศจีนระงับการนำเข้าไป ทูตเกษตรและ ทูตพาณิชย์ก็ต้องไปเจรจา ในกรณีของทุเรียน จีนได้สุ่มตรวจและพบเชื้อโควิด (COVID) ปนเปื้อนบนกล่องทุเรียนนำเข้าจากไทย โดยตรวจพบที่ตลาดที่จีน ไม่ได้ตรวจพบที่ด่าน หรือว่าในระหว่างการขนส่ง ผ่านมา ๔ เดือนแทนที่รัฐบาลจะเร่งยกระดับมาตรฐานการ ป้องกันมาตรการการปนเปื้อนให้เข้มงวดมากขึ้น ครอบคลุมการปนเปื้อนเชื้อโควิด (COVID) ตามมาตรฐานสากลที่จีนยอมรับ แต่รัฐบาลกลับนิ่งนอนใจค่ะ คิดว่าการตรวจพบเชื้อโควิด (COVID) เป็นแค่ปัญหาเล็ก ๆ ไม่ได้ตรวจเจอที่ด่าน คิดว่านี่คือปัญหาแค่เศษเสี้ยว เพียงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่เคยเฉลียวใจเลยค่ะว่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกลำไยและทุเรียนไปจีน ปัจจุบันการนำเข้าผลไม้ทางการจีนได้มีการตรวจสอบการปนเปื้อนที่เข้มงวดมาก ตรวจเชื้อโควิด (COVID) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทุกล็อต (Lot) และไม่ได้ตรวจเฉพาะที่ด่านเท่านั้นแต่จะตรวจ ทุกขั้นตอนค่ะ และคาดว่าเนื่องจากมาตรการการป้องกันเชื้อโควิด (COVID) ของไทย ไม่ได้อยู่ในมาตรฐานที่จีนยอมรับได้นะคะ จึงทำให้ปัจจุบันที่ด่านชายแดนของจีน ทั้งทางบก และทางเรือเริ่มมีการจำกัดการนำเข้าผลไม้จากไทยบ้างแล้ว เช่นด่านโหย่วอี้กวนดิฉันอัปเดต (Update) ข้อมูลมาเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคมที่ผ่านมานะคะ ด่านโหย่วอี้กวน ไม่เปิดให้ลำไยเข้า แต่ให้ทุเรียนเข้าได้ โดยระยะเวลาขนส่งใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน จากเดิม แค่ประมาณ ๒-๓ วันซึ่งตรงนี้ทำให้เราเสียเวลามาก แล้วก็สินค้าทุเรียนของเราเสียหาย เพราะใช้เวลานานในการขนส่ง ด่านโม่ฮาน-บ่อเต็น รถติดที่หน้าด่านตอนนี้ ๓,๐๐๐ ตู้ มีของ ของไทยอยู่ในนั้น ๒๐๐-๓๐๐ ตู้ ของจากไทยเข้าได้ไม่เกิน ๕๐ ตู้/วัน ปัจจุบันด่านนี้ ไม่อนุญาตให้พนักงานชิปปิง (Shipping) จีนเข้าไปร่วมตรวจเพราะว่ากลัวโควิด (COVID) ทำให้ไม่สามารถรู้สถานการณ์ข้างใน และพอเกิดปัญหาขึ้นมาก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าได้ ทำให้การทำงานล่าช้าลงมาก หากด่านมีการตรวจพบโควิด (COVID) จีนก็จะ ปิดด่านทันที ตั้งแต่ครึ่งวันถึง ๑๐ วันแล้วแต่สถานการณ์ ที่ด่านตงซินเปิดรับไม่ถึง ๑๐ ตู้ต่อวัน ซึ่งตอนนี้ลำไยต่อแถวที่ ๒๐ วันยังไม่สามารถผ่านด่านได้ ท่าเรือเปิดให้เข้าได้ ๑๓๐ ตู้ต่อวัน ลองคิดดูนะคะว่าโดยปกติแล้วในช่วงที่พีก (Peak) การส่งออกทุเรียนของ จังหวัดจันทบุรีจะส่งออกไปประมาณ ๕๐๐-๗๕๐ ตู้ต่อวันเมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้เราคิดว่า จะถึง ๑๐๐๐ ตู้ต่อวัน ถ้าปัญหานี้ถูกละเลยและลากยาวออกไปจนถึงหน้าเก็บเกี่ยวทุเรียน ในปีหน้า ก็คือเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าซึ่งจะเก็บเกี่ยวในภาคตะวันออกก่อนนะคะ คือจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ถ้าสถานการณ์นี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขมันจะโกลาหล ขนาดไหนนะคะ แล้วก็ประชาชนจะเดือดร้อนแสนสาหัสขนาดไหน ท่านประธานคะ ปัจจุบัน ปัญหานี้ได้เกิดขึ้นกับชาวสวนลำไยเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ เพราะในเมื่อด่านปิดการส่งออก ลำไยก็มีปัญหาค่ะ สุดท้ายล้งก็จำเป็นที่จะต้องชะลอการซื้อลำไย ทำให้ราคาลำไยตกต ่าที่สุด ในรอบ ๑๐ ปี ราคาเหลือแค่กิโลกรัมละ ๒๐-๒๕ บาท ในขณะที่ค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน การผลิต ค่าแรงงาน หรือค่าปุ๋ย ค่าน ้ามัน ค่ายาสูงขึ้นสวนทางกับราคา ลำไยก้นสวนที่ล้ง ไม่มาเก็บต้องจำใจขายในราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาท ไม่ต้องพูดถึงลำไยลูกร่วงที่เหลือกิโลกรัมละ ประมาณ ๓-๕ บาท ปัจจุบันยังมีลำไยรอเก็บอีกประมาณ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ และยัง ไม่พบว่ารัฐบาลมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ในการแก้ปัญหานี้ และยังไม่มีมาตรการใด ๆ เข้ามาช่วยเหลือชาวสวนลำไยเลย ชาวสวนลำไยมีทั่วประเทศถึง ๒๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน โดยในนี้เป็นชาวจันทบุรี โดยเฉพาะอำเภอโป่งน ้าร้อนและสอยดาว สูงถึง ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ถ้าปัญหาที่ประเทศจีนจำกัดการนำเข้าผลไม้จากไทยยังไม่ได้รับการแก้ไขและไม่มีมาตรการใด ๆ ที่ชัดเจนออกมา เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ อีกแค่ประมาณ ๒ เดือนเท่านั้น ก็จะเข้าสู่หน้าทุเรียนแล้ว ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าส่งออกแค่ครึ่งปีแรกสูงถึงเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งปีก็ประมาณนับแสนล้านบาทเลยทีเดียว และเป็นความหวังของ ประเทศไทยค่ะ โดยเฉพาะชาวตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งชาวตะวันออกจะเก็บเกี่ยวก่อน ก็คือในช่วงกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ซึ่งปัจจุบันนี้ความหวังที่ว่านี้ชาวสวนก็เริ่มมีการทำสัญญา จองเอาไว้แล้วกิโลกรัมละประมาณ ๑๘๕ บาท ทุเรียนคือความหวังของคน ๑๔๐,๐๐๐ ครัวเรือน ที่จันทบุรี ๒๕,๐๐๐ ครัวเรือน ที่ระยอง ๙,๐๐๐ ครัวเรือน ที่จังหวัดตราด ๕,๐๐๐ ครัวเรือน และยังมีที่ชุมพรอีก ๑๖,๐๐๐ ครัวเรือนนะคะ รัฐบาลจะเล่นขายของแบบนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อีกแล้วค่ะ ที่ผ่านมาดิฉันต้องบอกตรง ๆ ว่ารัฐบาลนี้ยังไม่เคยให้ ความสำคัญกับเกษตรกรรมยั่งยืนเลยค่ะ อย่างเช่นเรื่องน ้าด้วย อย่างอ่างเก็บน ้าห้วยสะตอ และอ่างเก็บน ้าคลองแอ่งที่จังหวัดตราด ที่จะเก็บน ้าได้สูงถึง ๙๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดตราดและจันทบุรีถึง ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็ชะลอมาเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มีโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๗ แล้วนะคะ แต่ปัจจุบันนี้โครงการก็ยัง ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งในเรื่องของการบริหารจัดการน ้านี้ดิฉันเข้าใจว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในวาระ ของกระทู้นี้ ซึ่ง ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู จังหวัดตราด พรรคก้าวไกล และดิฉัน ก็จะใช้กลไกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป ท่านประธาน เนื่องจากปัญหาที่ดิฉันกล่าวมาเป็นปัญหาที่สำคัญมาก ปัญหานี้กระทบถึง เรื่องปากท้องของชาวบ้าน กระทบไปทั้งเชน (Chain) มูลค่าหลายแสนล้านบาท ถ้าปัญหานี้ ไม่ได้รับการแก้ไขจะเดือดร้อนไปถึงแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เดือดร้อนไปถึงร้านขายน ้าปั่น เดือดร้อนไปถึงแม่ค้าขายลูกชิ้น ดังนั้นดิฉันจึงขอเรียนถามคำถามกับท่านรองนายกรัฐมนตรีค่ะ

คำถามแรก การคลี่คลายปัญหาที่ด่านศุลกากรที่ประเทศจีนนั้นต้องอาศัย การบูรณาการของ ๓ กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ดิฉันไม่ทราบว่ารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้แล้วอย่างไรบ้าง ได้ส่งคนไปเจรจากับประเทศจีนหรือยัง เจรจาแล้วได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง และในช่วงเดือน ธันวาคมถึงมกราคมจะมีมาตรการอะไรที่เป็นรูปธรรมออกมาบ้าง เพราะถ้าช้าไปกว่านี้ จะไม่ทันการณ์ และจะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวสวนลำไยที่พบเจอ ณ ปัจจุบันนี้เกิด ขึ้นกับชาวสวนทุเรียนอีกค่ะท่านประธาน อันนี้คือคำถามแรกค่ะ ขอบคุณค่ะ