สุรพล แจงแก้กฎหมายการศึกษา ชี้ไม่ขัด ก.อบ.ช. คืนอำนาจบุคคลากรเขต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔

สุรพล ทิพย์เสนา ชี้แจงแนวทางการปรับแก้กฎหมายการศึกษาโดยอ้างอิงสถานะของคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการยุบเลิกหน่วยงานทางการศึกษา พร้อมอธิบายเหตุผลที่คณะกรรมาธิการไม่ฟื้นฟูคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อเลี่ยงการทับซ้อนอำนาจกับ กศจ. และเสนอให้คืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ รวมถึงยืนยันความชอบด้วยกฎหมายในการมอบหมายงานจาก กศจ. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการ โดยใช้คำเรียกตามหลักกฎหมายการศึกษา

นายสุรพล ทิพย์เสนา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุรพล ทิพย์เสนา ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้มีการอภิปรายถึงการแก้ไขกฎหมายของคณะกรรมาธิการ ในการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าอาจจะมีลักษณะพิเศษ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า คำสั่ง คสช. มีสถานะที่อาจจะแตกต่างจากกฎหมายทั่วไป กล่าวคือในคำสั่ง คสช. ในฉบับเดียวกัน อาจจะมีได้ทั้งเป็นเนื้อหาที่เป็นการบัญญัติกฎหมาย ขึ้นใหม่ มีทั้งในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่แล้ว และในขณะเดียวกันอาจจะมี ในเรื่องของทางบริหารเข้าอยู่ในคำสั่ง คสช. ฉบับเดียวกันนั้นอันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียน ครับว่า ในคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มีผลยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๐/๒๕๕๙ และที่ ๑๑/๒๕๕๙ ซึ่งเกี่ยวพันอย่างไร ในคำสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ได้มีการยุบเลิก ๒ ส่วนครับ โดยในข้อ ๔ มีการยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และข้อ ๕ ของคำสั่ง ที่ ๑๐/๒๕๕๙ ก็มีการยุบเลิก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยผลของฉบับที่ ๑๐ ก็ทำให้เกิดข้อ ๘ (๑) ของคำสั่ง ๑๙ เกิดขึ้น ก็คืองานในการบริหารจัดการของภูมิภาค มี ๒ ส่วน ก็คือส่วนหนึ่งที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเดิม และอำนาจ หน้าที่ที่เป็นการบริหารงานบุคคลของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เหตุที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้มีการปรับแก้ไขร่าง เรื่องนี้ได้มีการอภิปรายกันในชั้นกรรมาธิการกันอยู่ ๓-๔ ครั้งเพื่อให้ เกิดความชัดเจนในเรื่องหลักการ รวมทั้งในเรื่องของการนำร่างพระราชบัญญัติของทาง คณะรัฐมนตรีได้มาพิจารณาประกอบด้วย ก็พบว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ร่างที่ ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนได้เสนอนั้น ไม่ได้มีการเสนอแก้ไขเพื่อยกเลิก กศจ. หรือ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดมา และในขณะเดียวกันในร่างของพระราชบัญญัติของ คณะรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีการแก้ไข แก้ไขแต่เพียงในเรื่องของอำนาจในการบริหารงานบุคคลของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งทางของ ครม. ก็มีการแก้เพิ่มโดยให้มี อ.ก.ค.ศ. จังหวัด ทีนี้ทางที่ประชุมก็ได้พิจารณาในมาตรา ๓ แก้ไขข้อ ๘ (๑) แล้ว เห็นว่าโดยวัตถุประสงค์หรือ หลักการที่แท้จริงที่เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว หากมีการคืน ในเรื่องของคณะกรรมการ เขตพื้นที่การศึกษากลับมาก็จะมีภารกิจที่ซ้อนกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดที่ไม่ได้มี การเสนอแก้ไขยกเลิก ดังนั้นในคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวจะอยู่ในมาตรา ๓๘ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และมาตรา ๓๖ ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการครับ สำหรับในเรื่องของการบริหารงานบุคคลหรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษานั้น เนื่องจากว่าทางรัฐบาลเองก็ได้มีการเสนอขอแก้ไขในเรื่องคืนอำนาจ การบริหารงานบุคคลมาด้วยเช่นเดียวกัน ตรงนี้ครับที่เป็นที่มาที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้มีการตัดในข้อความของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการออก เพื่อที่จะให้มีการดึงอำนาจของคณะอนุกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากลับคืนไปให้กับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาครับ

สำหรับประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นใหม่ในถ้อยคำว่า ทั้งนี้อาจจะมีการมอบหมาย ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่า การมอบหมาย ไม่ใช่การมอบ อำนาจ ตรงนี้เป็นการดำเนินการของ กศจ. ที่เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีบางเรื่องที่อาจจะ มีความจำเป็นที่จะต้องคืนอำนาจในการจัดการอะไรบางอย่างไปให้ทางผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการดำเนินการ ผมยกตัวอย่างกรณีของการดำเนินการ ในการจัดตั้งการยุบการรวมสถานศึกษา ซึ่งปัจจุบัน กศจ. เองก็มีการมอบหมายให้กับ ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาว่ามีความเหมาะสมที่จะมีการจัดตั้ง การรวมหรือยุบเลิกอย่างไรและนำเสนอต่อ กศจ. เนื่องจากว่าผู้อำนวยการเขตพื้นที่ การศึกษาไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการ กศจ. ตรงนี้ถามว่าในการมอบหมายนั้น จะเป็นการขัดหรือไม่ ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในมาตรา ๓๗ ก็ได้เขียนอำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาว่า จะต้องดำเนินการตามที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย ซึ่งตรงนี้ เป็นจุดเชื่อมโยงที่ในฐานะที่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้บริหารสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา ในการดำเนินการตามที่ กศจ. จะเป็นผู้มอบหมายในงานในบางเรื่อง ซึ่งคณะกรรมาธิการหลายท่านได้อภิปรายแล้วว่า อาจจะมีงานวิชาการ งานในเรื่องการบริหารงานทั่วไปบางเรื่องที่อาจจะต้องมีการมอบหมาย สำหรับในเรื่องถ้อยคำอันนี้ที่ทางท่านสมาชิกได้สอบถามว่าทำไมไม่ใช้คำว่า ผู้อำนวยการ เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือผู้อำนวยการเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาลงไปในนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู จะใช้คำย่อแค่ว่าผู้อำนวยการสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาเท่านั้น แม้ไม่ได้แยกออกไป แต่ว่าในส่วนขององค์ประกอบคณะบุคคลนั้น ได้มีการตั้งเป็น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาแยกออกเป็นประถมและมัธยม ขออนุญาต กราบเรียนต่อที่ประชุมครับ