ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วย กศจ. โดยสอบถามความสอดคล้องของบทบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมกับหลักการเดิมที่สภาฯ รับรอง พร้อมแสดงความกังวลต่อความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการศึกษาและประสิทธิภาพของหน่วยงาน รวมถึงตั้งคำถามถึงความชัดเจนในคำว่า "มอบหมาย" และ "ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ว่ามีหลักกฎหมายรองรับหรือไม่ และครอบคลุมเขตพื้นที่มัธยมศึกษาข้ามจังหวัดหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในอำนาจหน้าที่และความรับผิดทางกฎหมายในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคำถาม เพื่อให้ทางกรรมาธิการ ชี้แจงในการแก้ไขข้อความในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขข้อ ๘ แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงผมเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยทั้ง ๒ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์สุรวาท ทองบุ หรือคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถึงความซ้ำซ้อนและความไม่จำเป็นในการมี กศจ. อีกต่อไปแล้ว แน่นอนครับ เป็นความซ้ำซ้อนทั้งในเชิงโครงสร้าง การสิ้นเปลืองงบประมาณ ความซ้ำซ้อนในเชิงการบริหารราชการ แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมตระหนักดีถึงการยอมรับ หลักการของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มา เพียงแต่ว่าผมมีอยู่ ๔ ประเด็นย่อย ๆ ที่อยากจะเรียน สอบถามทางกรรมาธิการครับ
ในหลักการข้อที่ ๑ ที่สภาแห่งนี้ได้รับมาบอกว่า กำหนดให้ กศจ. มีอำนาจใน เขตจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารข้าราชการครู ท่านเขียนมาแบบนี้ หมายถึงว่าหลักการระบุมาเลยว่า กศจ. ที่จะคงอยู่ต่อไปซึ่งพวกผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าถ้ามันจะมีอยู่นั้นต้องมีอำนาจที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับเท่านั้น ก็มีอยู่ ๒ มุม มุมหนึ่ง ก็คือว่ากรรมาธิการไปตัดข้อความคำว่า และกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกไป ท่านมีการหารือ มีการพูดคุย มีการอภิปราย กันหรือไม่ว่านี่เป็นการตัดจากหลักการที่รับมาในชั้นรับหลักการ แต่ในขณะเดียวกันครับ ในตอนท้ายท่านไปเพิ่มอำนาจบอกว่า ทั้งนี้ กศจ. อาจมีมติมอบหมายการดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก็เป็นคำถามเดียวกับ เมื่อสักครู่ว่า แล้วนี่เกินไปกว่าหลักการที่รับมาในชั้นรับหลักการหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่ตัด ท่านตัดแล้วมันไปขัดกับหลักการไหม สิ่งที่เติม เติมไปแล้วเกินกว่าหลักการหรือไม่ นี่ท่านยังไม่ได้ตอบสภาแห่งนี้ นั่นเป็นคำถามประการที่ ๑ ครับ
คำถามประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในข้อความที่ทางกรรมาธิการได้เติม ไปนั้นท่านใช้คำว่า ทั้งนี้ กศจ. อาจมีมติมอบหมายการดำเนินการ คำนี้ใช้คำว่า มอบหมาย นั่นหมายถึงว่าจริง ๆ แล้วในภาษาทางกฎหมายเวลาที่เราพูดถึงหลักกฎหมายมหาชนหรือ การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายต้องระบุว่าให้มีอำนาจในการกระทำถึงจะมีอำนาจที่จะ กระทำได้ ต้องมีอำนาจในการกระทำ แต่นี่ท่านบอกว่ามีการมอบหมายโดยที่ท่านยังไม่ได้ พิจารณาว่าใน พ.ร.บ. ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ. ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการนั้น มันมีข้อความที่ให้อำนาจในลักษณะเดียวกันหรือไม่ท่านคาดการณ์ หรือรู้ล่วงหน้าว่ากฎหมายฉบับนั้นจะเขียนสอดรับกับท่านได้อย่างไรและในขณะเดียวกัน คำว่า การมอบหมาย นั้นท่านลองยกตัวอย่างกรณีที่เป็นรูปธรรม ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้หรือไม่ ว่าลักษณะแบบใดที่ กศจ. อาจจะมอบหมายการดำเนินการให้กับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ต่าง ๆ ได้บ้าง นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเรียนสอบถามครับ เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ระดับ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ในหลายแห่งท่านห่วงใยคุณพ่อผมเองก็เป็นอดีตผู้อำนวยการเขตพื้นที่ การศึกษาในจังหวัดหนึ่ง ท่านก็ตั้งคำถามแบบนี้มาครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุที่ใช้คำว่า การมอบหมาย การดำเนินการนั้นจำเป็นที่จะต้องมีอำนาจหน้าที่ คำถามก็ตามมาทันทีครับว่า คำว่า อำนาจหน้าที่ นั้นคือผลผูกพันในทางกฎหมาย ทั้งความรับผิดและรับผิดชอบ ฉะนั้นในเมื่อ ยังไม่รู้เลยว่ากฎหมายที่จะมีการแก้ไขว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการนั้น หน้าตามันจะออกมาเป็นอย่างไร วันนี้ถ้าเราเอา อำนาจซึ่งไม่มีอยู่ในนั้นมาเขียนในนี้ ผมอยากจะเรียนสอบถามถึงความผูกพัน หรือการครอส (Cross) หรือการใช้กันของกฎหมายแต่ละฉบับว่ามันจะเข้าหลักกฎหมายใหม่ ยกเลิก กฎหมายเก่า กฎหมายเฉพาะแทนกฎหมายทั่วไป หรือใด ๆ ต่าง ๆ หรือไม่ ท่านคิดถึง ความวุ่นวายในการใช้กฎหมายที่จะตามมาในอนาคตหรือไม่ประการใดครับ
ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้าย ท่านประธานครับ ในความตอนท้ายของ (๑) ที่ท่านเติมเข้าไป ท่านใช้คำว่า ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้ สิ่งนี้ครับ ที่ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่งครับ หลายปีที่แล้วถ้าท่านใช้คำนี้ไม่แปลกใจเลยครับ เพราะว่าขณะนั้นเบื้องต้นมีแต่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา แต่วันนี้ ในกฎหมายฉบับอื่น หรือแม้กระทั่งในกฎหมายฉบับนี้มีการใช้คำว่า ผู้อำนวยการหรือเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา บางแห่งก็ใช้คำนั้น ในบางมาตราหรือในกฎหมายฉบับอื่นก็มีการใช้คำว่า ผู้อำนวยการหรือคณะกรรมการเขตพื้นที่มัธยมศึกษา ซึ่งแน่นอนอาจจะยังมีไม่ครบ ทุกจังหวัด แต่รวม ๆ แล้วก็มี ๒๐๐-๓๐๐ แห่งต่าง ๆ เป็นต้น ในร่างบอกว่า กศจ. มีอำนาจ ในระดับจังหวัด เขตพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ในระดับจังหวัด วันนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วหรือไม่ว่า เขตมัธยมศึกษาอยู่ในพื้นที่จังหวัดเท่านั้น ยังมีเขตพื้นที่มัธยมศึกษาที่ข้ามหรือคลุมเขตจังหวัด ที่มากกว่า ๑ จังหวัดหรือไม่ และในขณะเดียวกันครับ ถ้าเพื่อความชัดเจนเพราะเหตุใดการเติมข้อความตอนท้ายของ มาตรา ๓ ท่านถึงไม่เขียนไปให้ชัด ๆ เลยว่า มอบหมายการดำเนินการหน้าที่ดังกล่าวให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ มัธยมศึกษา ท่านห่วงอะไรครับ หรือท่านห่วงว่าในอนาคตอาจจะไม่มีผู้อำนวยการเขต ที่แยกแบบนั้น ซึ่งก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถึงแม้ว่าจะยังมีเขตแบบนั้นอยู่ การเขียนให้ครอบคลุม เข้าใจตรงกันว่า ผู้อำนวยการที่อาจรับมอบหมายคือ เขตประถมศึกษา เขตมัธยมศึกษา ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ปฏิบัติการที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ถ้าท่านเขียนให้อำนาจเขา ถ้าท่านเขียนให้เขารับผิดชอบในทางกฎหมายท่านก็ต้องเขียนให้ชัด แต่ในขณะเดียวกันถ้าท่านเขียนไม่ชัดความรับผิดชอบต่าง ๆ ที่จะตามมาก็ตกอยู่ที่เขา ผู้อำนวยการเขตส่วนใหญ่มาจากครูบาอาจารย์เหมือนกันครับ การเขียนกฎหมายเช่นนี้ จึงต้องขอคำตอบจากท่านว่า ความเข้าใจเจตนารมณ์หรือสิ่งที่ท่านต้องการสื่อสารคืออย่างไร เพื่อความชัดเจนในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ