สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

ทวี สอดส่อง พูดถึงโครงการอุตสาหกรรมในสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งจะขยายไปใน 3 อำเภอ จังหวัดสงขลา และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการดำเนินการของโครงการนี้ โดยเฉพาะการขัดแย้งกับกฎหมาย ศอ.บต. และการไม่ปฏิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรี

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอมีส่วนร่วมเพื่อจะให้รายงานที่ส่งไปถึง รัฐบาลมีข้อมูลได้รอบด้าน และในความเป็นจริงก็คือหลายอย่าง อะไรที่ซ้ำ ๆ กันผมจะ ไม่พูดถึงนะครับ โครงการอุตสาหกรรมคือโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่นำไปสู่เมืองต้นแบบ ๔ อำเภอที่จะนะ จังหวัดสงขลา จริง ๆ โครงการก็จะไปทับแค่ ๓ ตำบล คือตำบลนาทับ ตำบลสะกอม และตำบลตลิ่งชัน มีพื้นที่น่าจะประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ไร่เศษ ประเด็นปัญหาก็คือการที่นำอุตสาหกรรมขยายไปในพื้นที่ดังกล่าวปฐมบท ก็คือมาจากสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมติว่า ถ้าโครงการ นั้นสำเร็จแล้วก็จะขยายมา แต่ปรากฏว่าโครงการก่อนหน้านั้นไม่ประสบความสำเร็จเลย ถ้าความยากจนของประชาชนยังยากจนที่สุดของประเทศก็คือนราธิวาส รองลงมาก็ปัตตานี อันนี้คือโครงการที่เกิดขึ้นก่อน ประเด็นที่ตามมาก็คือการขยายโครงการมานี้ผมอยากให้เห็น ภาพรวมว่าไปอ้างใช้กฎหมาย ศอ.บต. ผมต้องขอบคุณท่านสาทิตย์นะครับ ได้ชี้แจงกฎหมาย ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งกฎหมาย ศอ.บต. ในมาตรา ๑๐ มันเป็นการแก้ปัญหา ที่จะนะไม่มีปัญหา แล้วถ้าจะแก้ปัญหาจริง ๆ ปัญหายากจนที่สุดก็ต้องไปแก้นราธิวาส ถ้ายากจนรองลงมาก็ต้อง ไปแก้ปัญหาที่ปัตตานี ที่จะนะไม่ใช่ยากจนที่สุดนะครับ คราวนี้ประเด็นที่ตามมาก็คือ ผมมองว่าเป็นการวางแผนที่ค่อนข้างมีความแยบยล คือจริง ๆ ถ้าทำตามกฎหมาย ศอ.บต. ที่เราร่างกันไว้ ที่ท่านประธานร่างเอาไว้นี่ทำยาก ทำไม่ได้ วิธีการก็คือได้ออกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ ก่อนคำสั่ง คสช. ดังกล่าวก็ไปให้งดใช้มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๖ แล้วก็มาตรา ๒๘ คืออะไรรู้ไหม ให้ยกเลิกคณะกรรมการที่ปรึกษาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการที่ปรึกษา และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราจะมีตัวแทนองค์กรปกครองท้องถิ่น มีตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีตัวแทนสตรี มีตัวแทนครู มีตัวแทนผู้นำศาสนา มีตัวแทนภาคประชาชน มากมายเลย เพราะว่าปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเป็นเรื่องของคนจังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่จะต้องใช้คนรู้ดี ไม่ใช้คนหวังดีไป เพราะยิ่งใช้คนหวังดีปัญหาก็จะไม่จบสิ้น ดังนั้นพอเริ่มปฐมบทตรงนี้ ต่อมาก็ได้มีมติ ครม. พอหลังงดใช้แล้ว เพราะสภาที่ปรึกษาเขามี หน้าที่ต้องเสนอแนะการทำแผนพัฒนา คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ที่อยู่กับพื้นที่ก็ไม่มี คนสงขลาก็ไม่มี จึงนำมาซึ่งมติ ครม. เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ผมจะไปเร็วๆ มติ ครม. คืออะไรรู้ไหมครับ คือให้พัฒนาท่าเรือที่ท่าน สาทิตย์พูด ให้วางแผนสร้างโรงงานไฟฟ้า แล้วก็ให้ทำนิคมอุตสาหกรรมจะนะ นี่คืออะไร คือเป็นคำสั่งมติ ครม. ที่ผิดกฎหมาย เหตุที่ผิดกฎหมาย เพราะว่าถ้ากฎหมาย ศอ.บต. จะต้องปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็ตามมติ ครม. เนื่องจากพื้นที่ทั้ง ๓ ตำบลนั้น เป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่สีเขียวก็คือพื้นที่เกษตรกร พื้นที่ชนบท ถ้าสั่งไปทำอุตสาหกรรมก็ไป ผิดกฎหมายผังเมือง อันนี้ก็คือเริ่มมีคำสั่ง แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน การพัฒนา โครงการต่าง ๆ ก็คือผลประโยชน์ จะลงทุนเป็นแสนล้านบาท อ้างว่าเอกชนลงทุน จริง ๆ รัฐเอางบประมาณไปลงทุนส่วนหนึ่ง ทำไมผลประโยชน์คือที่ดิน ได้มีการสำรวจหรือยังว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ดินเป็นของใคร คือถ้าหลักการจะทำให้ถูกต้องจะมี โครงการพัฒนาลักษณะอย่างนี้ นอกจากไม่ชอบด้วยกฎหมายของ ศอ.บต. คือว่าตามมาตรา ๑๐ ถ้าจะเป็นเขตพิเศษต้องให้ทุกภาคส่วนทั้งด้านศาสนา สังคม วัฒนธรรม สาธารณสุข มาดู มาร่วมกันพิจารณา ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แล้วเศรษฐกิจที่เขาต้องการมากที่สุดใน ๓ จังหวัดก็เป็นเศรษฐกิจที่อยู่ในยุทธศาสตร์ คือเศรษฐกิจฮาลาล เศรษฐกิจที่ตรงกับบริบท ดังนั้นเมื่อเข้าไปผลประโยชน์ที่สำคัญก็คือที่ดิน ก็คือทรัพยากรที่ดินแล้วก็ทรัพยากรที่เป็น ที่สาธารณะ ตรงนี้ก็เป็นที่มา ผมจะให้เร็วนิดหนึ่ง คือพอมีพี่น้องมาร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหา ในเบื้องต้น พอมีข้อตกลงที่ทำเอ็มโอยู (MOU) แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาตั้งคำสั่งเซ็นโดย ท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ที่สำคัญผมอยากให้ความเป็นธรรมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา สอบสวนข้อเท็จจริงที่มี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส ได้ทำรายงาน ซึ่งเมื่อวานมีผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีมาชี้แจง เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๔ เมื่อไม่นานมานี้ รายงานของ ร้อยเอก ธรรมนัส มีความชัดเจนเลยว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปได้ว่าในมติ ครม. ให้มีการประสานงานกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลาย ๆ หน่วย คือสรุปได้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้รับการประสานงานจาก ศอ.บต. สำนักงานเศรษฐกิจมีหนังสือว่าไม่เคยได้รับเรื่องในการพิจารณาแผนโครงการตามที่นำเสนอ แล้วก็ยังมองว่าประเด็นความขัดแย้งทั้งหมดเป็นเพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วม แล้วการพัฒนา ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต แล้วที่สำคัญต่อมาก็คือข้อเสนอข้อหนึ่งว่า ศอ.บต. ไม่ได้ดำเนินการ ตามมติ ครม. วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ แล้วก็วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ รวมถึงก็พบว่าปัญหาความขัดแย้งเกิดจากประชาชนไม่มีส่วนร่วม ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่อง ของที่ดินที่เราไปรับรองสหประชาชาติ ถ้าเป็นปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน สิ่งแวดล้อมที่เกิดกับคน ประชาชนทั้งโลกต้องร่วมเป็นผู้เสียหาย วันนี้เขามาเป็นผู้เสียหาย รัฐบาลใช้กฎหมายปิดปาก บังคับ พอจับแล้วก็บังคับให้เขาเดินทางกลับ ไม่ให้มาร้องเรียน ผลประโยชน์มหาศาล คุณกำลังทำลายความเป็นชีวิตของคน กำลังจะพรากคนในคนพื้นที่ออก แล้วได้รับผลกระทบ มากมาย ผมจึงคิดว่าน่าจะเอาโครงการนี้ไปทบทวน และให้หน่วยงานทำให้ถูกต้องนะครับ ขอบพระคุณมากครับ