วิสาร ตั้งคำถามบทบาทนายกฯ หลังสลายม็อบจะนะไร้ภาวะนำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งภายในรัฐบาลจากการสลายการชุมนุมที่จะนะ พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของนายกรัฐมนตรีที่ขาดความชัดเจนและภาวะผู้นำ โดยนำเสนอข้อมูลผ่านการเปิดพรีเซนเทชัน ระบุถึงความไม่เป็นธรรมในการจับกุมกลุ่มเยาวชนจะนะรักษ์ถิ่นที่คัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงประชาชน เคารพสิทธิในการแสดงออกอย่างสันติ และเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามต่อไป

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงรายครับ พรรคเพื่อไทยได้เห็น ความสำคัญแล้วก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนนะครับ ได้มีการให้ การสนับสนุนต่อญัตติด่วนในการที่รัฐบาลได้ใช้กำลังสลายม็อบ (Mob) จะนะรักษ์ถิ่น เมื่อวันที่ ๖ ที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอาจจะเลยเวลาไปนิดหน่อย แต่ขอเรียนเอกสารให้ท่านประธานได้รับทราบก็คือว่า มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐/๒๕๖๔ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีดำเนินการขยายผลโครงการ ต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านเร็ว ๆ ท่านประธานคณะนี้ก็คือรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง แรงงาน อาจารย์นฤมล มีปลัดกระทรวงอีก ๕-๖ นะครับ สำนักนายก กระทรวงเกษตร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน ปลัดมหาดไทย ปลัดแรงงาน ปลัดอุตสาหกรรม และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตลอดจนถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อำนาจหน้าที่คณะชุดนี้ก็คือ ๑. ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขยายโครงการ ๒. ศึกษาและทบทวนปัญหารวมถึงการศึกษา ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และ ๓ เสนอแนะแนวทาง กำหนดนโยบายและมาตรการแก้ไข ตามข้อเรียกร้อง หนังสือนี้ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ ผมฟังแล้วก็ค่อนข้างงง ๆ มันเป็นเรื่องที่ ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ครับ มันเรื่องสมคบคิดกันหรือเปล่าครับนี่ นั่นหมายถึงอย่างไรครับ เพราะเมื่อหลังจากนั้นนะครับ มันก็จะมีหนังสือแต่งตั้งที่มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ในขณะนั้น ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องม็อบ (Mob) จะนะนี่ละครับ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ และมีหนังสือแจ้งรายละเอียดนะครับ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้แล้วก็คือว่า พอหลังจากเจรจาวันที่ ๑๕ ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็จะนำเข้า ครม. มีลายเซ็น มีเอกสารหนังสือทั้งหมดนะครับ ผมจะขออนุญาต ท่านประธาน เพื่อให้ประหยัดเวลาจะไม่อ่านครับ ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องที่ พรรคพลังประชารัฐ นายกทะเลาะกับลูกน้องเก่า และถึงเวลาขึ้นมานี่มันเล่นละครกัน หรือเปล่า พอถึงเวลาขึ้นมานี่ตัวท่านนายกก็บอกว่า ไม่เห็นรู้เรื่องเลย ถึงเวลาขึ้นมานี่ คุณเจรจาอะไรก็ว่ากันไป เพราะว่ายังไม่มีรายละเอียดที่จะมาเข้า ครม. แต่ท่านประธานครับ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัสก็ได้มาชี้แจงบอกว่า มีการประชุมกันชั่วโมงครึ่งครับ ในวันดังกล่าว วันที่ ๑๔ ธันวาคม เข้าวันที่ ๑๕ และเป็นวาระเพื่อทราบ คนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ออกมาบอกว่า ไม่รู้เรื่อง แต่หลังจากนั้นท่านก็บอกว่าอย่างนี้ครับ ยังไม่เป็นมติ ครม. ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ขึ้นมา ศักดิ์ศรีของคนเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอยู่ตรงไหนครับ มันพูดแล้วกลับไปกลับมา พูดแล้วไม่จริง อีกหน่อยต่างชาติใครที่จะมาเจรจาความเมืองนี่ใครจะกล้าคุยกับนายกครับ คุยแล้วเดี๋ยววันดีคืนดีนายกเกิดเปลี่ยนใจ นายกไม่รับเรื่อง นายกไม่เอาด้วย และอะไร เกิดขึ้นมาครับ อย่าลืมนะครับ ท่านไม่ได้เป็น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่า ในเรื่องม็อบ (Mob) ในเรื่องรายละเอียดนี่ครับ ผมจะไม่พูดถึง เพราะเพื่อน สมาชิกได้เล่าไปแล้วมีข่าวสื่อสารออกไปเต็มเลย แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่า สาเหตุที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมานี่ครับ มันนิดเดียวครับ เป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวจริง ๆ ครับ และเป็นเรื่องความใจแคบ ความไม่มีภาวะ ความเป็นผู้นำ ความไม่เข้าใจรายละเอียด หรือท่านอาจจะต้องเอาใจนายทุน ผมก็ไม่ทราบได้ เรื่องของเรื่องคือว่า ตอนเจรจานี่ท่านธรรมนัสเจรจารับเรื่องราวเด็ก ๆ เหล่านี้ครับ เขาก็มา ยื่นหนังสือในเชิงสัญลักษณ์ทุกวัน ๆ มาแค่ไม่กี่คนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ผมมีรูป ๒-๓ รูป ซึ่งไม่ได้เสียหาย อะไร แล้วก็เป็นรูปที่ลงตามสื่ออยู่แล้ว เด็กเหล่านี้ก็มายื่นหนังสือ พอยื่นหนังสือเสร็จปั๊บ ปรากฏว่าหลังจากนั้นนะครับ ท่านธรรมนัสลาออกจากตำแหน่งนะครับ โดนปลด ว่าอย่างนั้นเถอะครับ เมื่อ ๙ กันยายน ๒๕๖๔ หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ พอหลังจากนั้นมา มันก็เกิดไม่แน่ใจเด็ก ๆ เหล่า ๆ นี้ครับ เขาก็มาแค่ทวงถามว่าที่สัญญากันไว้ตามข้อสัญญา ที่รัฐบาลไปเซ็นไว้ว่าจะให้มีการทบทวนใหม่ ทำอีไอเอ (EIA) สิ่งไหนที่ดีเป็นทะเลก็เก็บไว้ สิ่งไหนที่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมก็ทำไป ผมเรียนท่านประธานว่าทุก ๆ ประเทศครับ การพัฒนามันมีทั้งบวก ทั้งลบ แต่ดีที่สุด ก็คือคุณจะต้องฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมเสียดายนะครับท่านประธาน วันนั้น เกิดเหตุคือเขาเอาคนที่ทางกลุ่มเด็ก ๆ หรือกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นเขาไม่ไว้วางใจครับ ไปถึงก็จะ ไปบอกรับเรื่องจะไปเจรจา เขาก็ไม่ยอมรับฟัง พอถึงเวลาขึ้นมาเขาก็ห่วงลูกห่วงหลานครับ ๓๗ คน ผู้หญิง ๓๖ คน ผู้ชายคนเดียวครับ แล้วก็มีทั้งคนแก่ มีผู้หญิง มีเด็ก ปรากฏว่า บอกไม่ได้แล้วอย่างนี้ต้องสั่งสอน เสร็จแล้วจับไปที่สโมสรตำรวจครับ พวกเราไปเยี่ยมกัน หลายคน ผมทราบข่าวมาว่าเพื่อนพี่น้องที่อยู่ตำรวจนี่ครับ เขาก็บอกมีคำสั่งข้างบนมาบอกว่า เอาไปสั่งสอนก่อน แล้วถึงเวลาก็ปล่อยไป เรื่องนี้ครับท่านประธานครับ มันเป็นเรื่อง น้ำผึ้งหยดเดียวจริง ๆ ยิ่งเมื่อสักครู่ผมเห็นท่านเพื่อนสมาชิกได้เสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ยิ่งงงไปใหญ่ เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็คือคุณนิพนธ์ บุญญามณี ท่านบอกว่า ท่านรับรู้มาตั้งแต่ต้น ท่านเตรียมการ ท่านส่งเสริม ท่านอยากให้มีการทำนิคมอุตสาหกรรม แต่ปรากฏว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ขออภัยเอ่ยนามนะครับ ท่านมาพูด ผมก็ยังงง ๆ ว่า ตกลงท่านจะหนุนหรือท่านจะค้าน หรือท่านจะไม่ช่วย สิ่งที่สำคัญ ก็คือว่ามันเหมือนกับ หลอกหักหลังชาวบ้านครับ พี่น้องจะนะนี่ไม่มีอะไรเลยท่านประธานครับ พ่อแม่เป็นห่วงลูก ก็จะลงมาดู แต่ตอนนี้เรื่องมันลุกลามใหญ่โตไปแล้วครับ เพราะอะไรครับ เพราะคนที่เป็น นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งออกไปบอกว่า กลัวว่าจะมีความรุนแรง กลัวว่าจะมีกลุ่มหัวรุนแรง เข้ามาช่วยทำให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ท่านประธานครับ ภาษากฎหมาย ขนาดขึ้นศาล ผู้พิพากษานี่ท่านยังบอกว่าเหตุที่มันควรสงสัย เหตุที่มันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนนี่เราต้อง ยกประโยชน์ให้จำเลยครับ แต่ตอนนี้ใช้วิธีเอาเหตุผลมาอ้าง เพื่อที่จะย้ายม็อบ (Mob) ออกไป เพื่อที่ขจัดม็อบ (Mob) ไม่ให้มีปัญหา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกนิดเดียว ขอขึ้นรูป ๒-๓ รูปที่ผมให้นะครับ เราอายุป่านนี้นะครับ ผมไม่อยากเทียบ เด็กคนนี้ครับ ผมว่าอายุอ่อนกว่าท่านนายกประมาณ ๕๐ กว่าปี แต่ท่านประธานลองฟังสิครับ เวลาแกไป พูดให้ความเห็นหรือว่าพูดออกมานี่ใส ๆ ครับ ตื่นเช้ามาก็เห็นทะเล หลังบ้านก็เป็นทะเล เขาอยากรักษาธรรมชาติสิ่งเหล่านี้ไว้ ก่อนหน้านี้ครับ มันเคยมีคนทางภาคเหนือ ภาคอีสาน โดนทำลายภูเขา บางกลอยโดนไล่ที่ออกมาจากป่า แต่อันนี้เขาเพียงแต่เรียกร้องว่า ให้ตกลง กันว่าคุณจะรักษาตรงไหนเป็นนิคมอุตสาหกรรม รักษาตรงไหนให้ธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ แต่ถึงเวลาไม่ยอมฟังไม่ยอมรับการเจรจา แถมไม่พอนี่ไปใช้กำลังทำร้ายเขาอีกครับ ท่านประธานลองดูสิครับ เด็กเหล่านี้อายุเท่าไรครับ แล้วเราจะปลูกฝังให้สิ่งที่อคติ สิ่งที่ทำ รุนแรงกับเด็ก ๆ เหล่านี้เขาจะมีอนาคตอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแก่กว่าเด็กพวกนี้ ๕๐-๖๐ ปีนะครับ ท่านไม่ลงมาลูบหัว ไม่ลงมาคุย ไม่ลงมาทำความเข้าใจให้เด็กได้สบายใจบ้างหรือครับ ผมยังนึกเสียดายครับท่านประธาน ในระหว่าง พลเอก ประยุทธ์ กับน้องไครียะห์ ถ้าเมื่อการประชุมคอป ๒๖ (COP26) เกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมโลกครับ น้องก็พูดดีมากครับ ผมขออนุญาตขึ้นรูปเขาเลยครับ รายนี้ผมยกย่อง จริง ๆ และผมภาวนานะครับท่านประธานครับ มันมีม็อบ (Mob) หลายม็อบ (Mob) ที่ยัง ไม่เกิดปัญหา แต่ม็อบ (Mob) อันนี้ผมมิได้ยุว่าอยากจะให้เกิดความรุนแรง แต่เป็นตัวอย่าง อันหนึ่งที่จะกระตุกเตือนให้คนเป็นนายกรัฐมนตรีได้เห็นนะครับว่า ถ้าท่านไม่ลงมาปัญหาจะ บานปลาย และอย่างที่ท่านประธานเห็นนะครับว่าขณะนี้มันไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยที่รู้ปัญหานี้ มันไปถึงทั่วโลก แล้วมันเป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรงเข้าไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ผมคิดว่าจะ ดับไม่อยู่ครับ ผมไม่ได้เชียร์ม็อบ (Mob) จะนะรักษ์ถิ่นนะครับ แต่ผมให้กำลังใจ แล้วอยาก เรียกร้องท่านประธานว่าญัตติทั้ง ๕ ญัตตินี้เราควรจะต้องรีบส่งให้รัฐบาลเพื่อที่จะหาทาง แก้ไขครับ ผมในนาม ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งหมดให้การสนับสนุน และเห็นด้วยกับญัตติ ทั้ง ๕ ญัตติครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ