วิรัตน์ ชี้บริการสุขภาพเหลื่อมล้ำ หวังลดช่องว่างรักษาพยาบาล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิรัตน์ วรศสิริน อภิปรายปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพระหว่างผู้มีรายได้สูงและต่ำ พร้อมเน้นบทบาทของ สสส. ในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจากพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ พร้อมเสนอแนวทางการเลิกบุหรี่จากประสบการณ์ส่วนตัว

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ขอมีส่วนร่วมอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีเช่นเดียวกัน อีกคนนะครับ สสส. ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) จากองค์การ อนามัยโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีในด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ขอชื่นชมครับ สสส. มีส่วน ที่จะต้องช่วยสร้างความเท่าเทียมในด้านสุขภาพ การได้แชมป์ (Champ) ยาก แต่การรักษา แชมป์ (Champ) ยากกว่า ให้กำลังใจนะครับ ประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา กล่าวว่า สุขภาพที่ดีไม่ใช่เป็นอุปสรรคเป็นเงื่อนไขตามรายได้หรือฐานะคน แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของมนุษย์นะครับ ท่านประธานที่เคารพ สิทธิขั้นพื้นฐานในการได้รับการรักษายามเจ็บป่วย เศรษฐีกับคนธรรมดาทั่วไปแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โรงพยาบาลเอกชนที่มิใช่โรงพยาบาลรัฐ เห็นสร้างกันเยอะแยะใหญ่ ๆ โต ๆ เต็มกันไปหมด ในปี ๆ หนึ่งมีคนไข้ไปใช้บริการ ไม่กี่หมื่นคนหรอกครับ แต่ว่าราคาก็แพง ค่ารักษาก็สูงมาก ส่วนโรงพยาบาลของรัฐเอง ก็แออัดยัดเยียดมีคนเข้ารับบริการหลายล้านคนต่อปี ผมเห็นศิริราช จุฬา รามา คนไปรอคิวกันตั้งแต่ตีสี่กว่าจะได้เข้าตรวจรักษาก็ต้องสาย ๆ บางทีก็ต้องบ่าย ๆ เที่ยง ๆ ถึงจะได้ตรวจนะครับ การแบ่งชนชั้นชนก็มิใช่ว่าจะมีเพียงเรื่องการใช้ทางด่วนนะครับ ท่านประธาน ตามที่นายกรัฐมนตรีไทยแนะนำมีเงินก็ขึ้นทางด่วน ไม่มีก็วิ่งข้างล่าง มันไม่ใช่ เท่านั้นนะครับ มันยังมีเรื่องโรงพยาบาลอีกก็เช่นกัน มีเงินก็เข้าโรงพยาบาลเอกชน ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ปลอดภัย ไม่มีเงินก็ต้องเข้าโรงพยาบาลรัฐ การรักษาก็เป็นไปตามอัตภาพเท่าที่เรา ได้เห็นกันท่านประธานครับ การที่จะต้องใช้บริการสาธารณะที่มีค่าใช้จ่ายแพงมาก ๆ เมื่อเทียบกับรายได้ก็มิได้มีเพียงทางด่วนอีกเช่นเดียวกันที่ขึ้นราคาครั้งเดียว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ บาท เป็น ๖๕ บาทขึ้นในครั้งเดียว ท่านประธานถ้าขึ้นราคาข้าวเยอะอย่างนี้มันก็ดี สินะครับท่านประธาน แต่ชาวนารอไปก่อนนะครับ แต่โรงพยาบาลก็เช่นกัน จนอาจจะพูด ได้ว่าหาเงินทั้งชีวิต ถ้าป่วยเพียงครั้งเดียวก็หมดตัว ท่านประธานครับ เงินทองที่สะสม มาทั้งชีวิตใช้กับการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยหมด ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่โรงพยาบาล ของรัฐจะมีคนไข้ที่แออัดอย่างมากอย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ เพราะเป็นทางเลือกเดียว ที่ไม่มีทางเลือกของคนไทย ดังนั้นการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐแล้ว สสส. จึงมีพันธกิจ หน้าที่ที่จะได้รับมอบด้วยเงินภาษีส่วนเพิ่มของเหล้า บุหรี่ปีละ ๔,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ว่า แม้ปีนี้จะได้รับน้อยลง เพราะวิกฤติโควิด (COVID) ก็ตาม เหลือ ๓,๕๐๐ ล้านบาทก็ตาม ท่านมีความท้าทาย มีภารกิจที่ต้องเสริมสร้างสุขภาพอนามัยจากพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นคน ให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา พฤติกรรมเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเอ็นซีดี (NCDs) โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคความดัน หัวใจ ปอด มะเร็ง ตับแข็ง จากการดื่มเหล้า เป็นต้น การเจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เป็นโรค ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นโดยเฉพาะจากการสูบบุหรี่จะเป็นสาเหตุสำคัญที่สุด ซึ่งสะสมต่อร่างกาย ทีละเล็กทีละน้อย ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตเนื่องมาจากการสูบบุหรี่มากกว่า ๕๐,๐๐๐ คน เสียงบประมาณในการรักษากว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทตามรายงาน ในขณะที่ต้องเก็บภาษีบุหรี่ ได้น้อยกว่า ๒ เท่าตัวตามรายงานท่าน แต่ผมตรวจดูปี ๒๕๖๒ เก็บภาษีบุหรี่และยาสูบได้ ๖๗,๐๐๐ ล้านบาทก็ใกล้เคียงกัน ตามรายงานนี้ปัจจุบันคนไทยสูบบุหรี่ ๑๐.๗ ล้านคน ท่านประธานที่เคารพครับ ลดลงจาก ๑๒.๒ ล้านคนในปี ๒๕๓๔ ก็ถือว่า ๓๐ ปีมาลดลง ไม่ถือว่าเยอะค่อนข้างจะต่ำ แต่ก็ทราบดีด้วยเพราะว่าประชากรเพิ่มมากขึ้นด้วยทำให้สัดส่วน อาจจะเป็นไปตามนั้น ท่านประธานครับ ผมจะขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่วนตัวของผม เวลาเหลือน้อยเหลือเกิน ให้ท่าน สสส. ได้ลองพิจารณาอาจจะเป็นประโยชน์บ้าง ในเรื่องการเลิกสูบบุหรี่ ผมก็เหมือนวัยรุ่น ทั่ว ๆ ไปนั่นละครับ ๑๕-๒๐ เป็นวัยที่อยากรู้ อยากลอง อยากดื่ม อยากสูบ ท่านประธาน ผมดื่มเหล้าสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ ๑๕ มันไม่ใช่เรื่องดีนะครับ แต่เพื่อจะแลกเปลี่ยนเฉย ๆ ผมเองเมื่อครั้งที่ต้องการจะเลิกบุหรี่ ผมเริ่มต้นด้วยการควบคุมการสูบก่อน แล้วก็ค่อย ๆ เลิก ค่อย ๆ เลิกไปจนเลิกได้เด็ดขาดเมื่อตอนอายุ ๔๐ ผมควบคุมการสูบบุหรี่อย่างไร ผมเริ่มต้น ด้วยการไม่สูบบุหรี่ในห้องน้ำก่อน ท่านประธานก็ทราบนะครับ คนสูบบุหรี่นั่งห้องน้ำบอกว่า ถ้าไม่สูบบุหรี่มันถ่ายไม่ได้ เขาว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะว่ามันขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่ง ต้องสูบ สูบจนกระทั่งกลายเป็นนิสัย เข้าห้องน้ำทุกครั้งต้องสูบบุหรี่ทุกครั้งมันเป็นอย่างนั้น ต้องเริ่มตรงนี้ก่อน ผมเริ่มจากการไม่ตามใจตัวเอง ไม่สูบบุหรี่ในห้องน้ำ แล้วต่อไปก็ไม่สูบ ในบ้าน อยากสูบก็เดินไปสูบข้างนอกบ้าน จากสูบวันละซองก็ลดลงเหลือครึ่งซอง ค่อย ๆ ลดลงไป เป็นเพราะว่าถ้าออกไปข้างนอกต้องดื่มเหล้า มันขาดบุหรี่ก็ไม่ได้อีกท่านประธาน ตรงนี้คนที่ดื่มเหล้าด้วยจะเลิกยากหน่อยนะครับ เราก็ต้องเริ่มจากค่อย ๆ ลดลง ๆ จนเหลือ วันละ ๔-๕ มวน สุดท้ายเพื่อน ๆ ไม่คบผมแล้ว เพราะผมเปลี่ยนไปใช้ตราขอ ผมไม่ซื้อ ถ้ายังซื้อบุหรี่อยู่ก็ไม่มีทางลดได้ ไม่มีทางลด เลิก ละได้ เพราะฉะนั้นเริ่มต้นจากไม่ซื้อ แล้วก็ ใช้ตราขอเอา ขอจนเพื่อนรำคาญเพื่อนไม่คบด้วยก็เลิกบุหรี่ได้ในที่สุดครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมเล่ามาถ้าหากท่าน สสส. ท่านเห็นว่า มีส่วนใดที่เป็นประโยชน์ ต่อการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ได้ก็ตามแต่ท่านจะพิจารณา ช่วงวัยที่ต้องเลิกสูบบุหรี่ อย่างเด็ดขาดก็ช่วงวัยอายุ ๔๐-๕๐ ต้องเลิกแล้ว หากไม่เลิกสุขภาพร่างกาย อายุที่มากขึ้น ประกอบกับพิษนิโคตินในร่างกายมากขึ้น ก็จะเริ่มแสดงผลต่อสุขภาพของร่างกาย อย่างชัดเจนขึ้น เรื่องเหล้า บุหรี่เป็นเสรีภาพบุคคล แต่ต้องไม่กระทบกับสิทธิของผู้อื่น แต่ถ้ากระทบต่อสิทธิผู้อื่นมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ เหนือสิ่งอื่นใด ยังกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ส่งผลกระทบต่องบประมาณในการรักษาพยาบาล อีกปีละหลายหมื่นล้าน จึงเป็นหน้าที่ของ สสส. ที่จะต้องทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น ผมรู้ครับ แม้ว่าท่านจะทำได้ดีอยู่แล้วจนได้รับรางวัลตามที่ว่านะครับ แต่ท่านจะทำได้ดีขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้เสียแชมป์ (Champ) แต่ทั้งนี้ยังเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนคนไทยในอนาคต อีกด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ