สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

เพชรดาว โต๊ะมีนา อภิปรายรายงานประจำปีกองทุนสสส. 2563 โดยแสดงความยินดีกับทางสสส. ที่ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา อวอร์ด ฟอร์ เฮลท์ โพรโมชัน และหารือเรื่องการนำนิทานเล่ม "จ๊ะเอ๋" ไปใช้ในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบการใช้งบประมาณของระบบสุขภาพระดับอำเภอ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการโควิด-19 ในเอเชียแปซิฟิก และความท้าทายด้านสาธารณสุข 5 ด้าน รวมถึงการทำงานของสสส. และการนำผลลัพธ์ในการสร้างเสริมสุขภาพไปสู่เป้าหมายสร้างนำซ่อม

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิง เพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดปัตตานี ดิฉันต้องขอบคุณท่านประธานสภาที่ให้โอกาส ดิฉันได้อภิปรายรายงานประจำปีกองทุน สสส. ๒๕๖๓ อีกครั้งหนึ่ง ดิฉันได้มีโอกาสอภิปราย รายงานประจำปีของ สสส. ทุกปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ ๓ รูปเล่มสวย เหมือนเดิม สิ่งที่เห็นชัดนั่นก็คือความหนาที่มีมากขึ้นถึง ๓๔๐ หน้า ถ้าเปรียบเทียบกับปีแรก เพียง ๒๒๒ หน้า ก็คาดหวังว่าผลลัพธ์ที่จะเห็นคนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ผ่านกองทุนนี้จะเห็น ได้มากขึ้น ก่อนอื่นดิฉันต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่ขอแสดงความยินดีกับทาง สสส. ที่ได้รับ รางวัลเนลสัน แมนเดลา อวอร์ด ฟอร์ เฮลท์ โพรโมชัน (Nelson Mandela Award for Health Promotion) ก่อนหน้านี้ปี ๒๕๖๑ ท่านก็ได้รับการประเมินจากองค์การ สหประชาชาติ องค์การอนามัยโลกว่า ประเทศไทยมีผลงานอยู่ในอันดับ ๓ ของโลก และอันดับ ๑ ในอาเซียน (ASEAN) โดยยกย่องให้ สสส. เป็นต้นแบบกลไกทำงานสร้างเสริม สุขภาพในการป้องกันโรคไม่ติดต่อ หรือเอ็นซีดี (NCDs) ให้แก่นานาชาติ ขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่ง

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้นำรายงานประจำปี ๓ เล่มจาก ๓ ปีที่ดิฉัน มีโอกาสอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ มาเปรียบเทียบเพื่อหาความเชื่อมโยง ความคืบหน้า ความต่อเนื่องสานต่อเล่มนี้ เป็นเรื่องของสานพลัง สร้างชีวิตใหม่วิถีใหม่สู่สังคมสุขภาวะค่ะ พบว่ารายงานของปี ๒๕๖๓ นี้ รวมโครงการใหม่ จะเป็ นเงิน ๑,๓๗๔ ล้ำนบาท หรือ ๓๓.๕๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ๒,๑๙๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันเห็นด้วยในความต่อเนื่อง เพราะเรื่องสุขภาพ สุขภาวะ ทำเพียงปี ๒ ปี คงไม่เห็นผลต้องมีวันที่สิ้นสุด แต่ดิฉันไม่แน่ใจว่าเกือบจะ ๒๐ ปีของ สสส. มีกี่พื้นที่ กี่เครือข่ายที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่สร้างความสำเร็จต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สำคัญ ดิฉันหวังว่าครบ ๒๐ ปีของ สสส. จะได้เห็นบทสรุป แล้วก็ภาพใหญ่ของการทำงาน ของ สสส. รวมทั้งการติดตามประเมินผลด้วย ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันดูเรื่องของ ผลงานเด่นก็จะเห็นได้ว่า บางเรื่องมีการต่อยอด แต่บางเรื่องก็ไม่เห็นมีการต่อยอดขยายผล ในผลงานเด่นที่ผ่านมา ด้วยเวลาที่จำกัดดิฉันขออนุญาตตั้งข้อสังเกตอีก ๓ เรื่อง

เรื่องแรกคือ เรื่องเด็ก แผนสุขภาวะด้านเด็กและเยาวชน และครอบครัว ถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ทุกคนก็ทราบว่าการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัย เป็นช่วงที่ผลตอบแทนสูงสุดในการพัฒนาสมอง ดิฉันกลับไปดูรายงานปี ๒๕๖๒ มีผลงาน เรื่องของการพัฒนาหลักสูตร ด้านการส่งเสริมทักษะทางสมองส่วนหน้า หรืออีเอฟ (EF) เอ็กเซ็กคูทีฟ ฟังก์ชันส์ (Executive Functions) เพื่อยกระดับการสอนของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ แต่มาดูในเล่มนี้ปี ๒๕๖๓ กลับไม่เห็นโครงการต่อเนื่อง จากการอบรมอีเอฟ (EF) ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่ง แต่ก็ยังเห็นว่าเล่มนี้มีผล ในเป้าประสงค์ที่ ๕ ที่เกี่ยวข้องกับอีเอฟ (EF) คือการพัฒนาโมเดล (Model) พยากรณ์อีเอฟ (EF) ในเด็กประถม ในจังหวัดลพบุรี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๒๐ แห่ง ดิฉันคาดว่าฉบับต่อไป ปีถัดไปจะลองติดตามเรื่องอีเอฟ (EF) เพราะเป็นเรื่องสำคัญนะคะ

เรื่องถัดมา ดิฉันชื่นชมและสนับสนุนเรื่องพัฒนางานวิจัย ๕ เรื่อง ในหน้า ๑๙๘ เป้าประสงค์ที่ ๔ มีเรื่องของผลวิจัยว่าการใช้นิทาน จ๊ะเอ๋ ฉบับภาษามลายู อักษรยาวี และภาษาไทย ผลงานวิจัยพบว่ามีการเล่นจ๊ะเอ๋กับลูกมากขึ้น ๖๑ เปอร์เซ็นต์ กอดลูกมากขึ้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือหลังจากที่มีนิทานเล่มนี้แล้ว มีองค์กรใด โรงเรียนใด อบต. ใด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใด นำนิทานเล่มนี้ไปใช้ต่อมากน้อยแค่ไหน

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของระบบสุขภาพระดับอำเภอ หรือว่าดิสทริกต์ เฮลท์ ซิสเต็ม (District health system) เป็นเป้าประสงค์ที่ ๖ ใช้งบประมาณมาก มากถึง ๙๙,๗๕๓,๐๐๐ บาท โดยทำกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยให้ สสจ. ๗๖ จังหวัด งบประมาณมากขนาดนี้ในผลลัพธ์ ๔ ข้อที่เห็นในรายงานดิฉันยังรู้สึกว่า ไม่คุ้มค่า หน้า ๒๑๗ เห็นความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงาน แจกหน้ากากอนามัย น้ำยาทำความสะอาด ติดตามกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นงานหลักของ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้วค่ะ

ประเด็นสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดิฉันได้รับมอบหมายจาก ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เข้าร่วมประชุมสมาชิกรัฐสภาเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) กับสาธารณสุขโลก ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องของการจัดการ วิวัฒนาการเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) รวมทั้งคาดการณ์ในอนาคตที่จะเผชิญ ความท้าทายด้านสาธารณสุขมีอยู่ ๕ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงด้านสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคไม่ติดต่อ และการเข้าถึงระบบสาธารณสุข กับโรคระบาด และสุดท้ายเรื่องของสังคมผู้สูงอายุ ฉะนั้นกลับไปที่งานของรูปแบบ ของการทำงานของ สสส. ที่จะต้องดูว่าเหตุการณ์เฉพาะหน้านั้นมีอะไรบ้างที่เราไม่อาจจะ คาดการณ์ได้ รวมทั้งความท้าทายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) อาเซียน (ASEAN) บ้านเรา ในบ้านเราเองแล้วแม้แต่ละภูมิภาคของบ้านเราก็มีปัญหาที่แตกต่างกัน ฉะนั้น รูปแบบการทำงานเชิงประเด็น เรื่องของยาสูบ แอลกอฮอล์ ยาเสพติด อุบัติเหตุ กิจกรรม ทางกายและทางอาหารก็ยังทำเหมือนเดิมอยู่ ดิฉันยังไม่เห็นเรื่องที่ดิฉันได้อภิปรายปีที่แล้ว เรื่องของกัญชาทางการแพทย์ว่าจะอยู่ตรงไหน ในของ สสส. รวมทั้งเชิงพื้นที่ดิฉันก็ยังเน้นย้ำว่า เชิงกลุ่มเป้าหมายเรื่องของเด็กนั้นเป็นเรื่องสำคัญ รองลงมาเรื่องของสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบแล้ว ก็ยังเห็นงานของ สสส. ในเล่มนี้อยู่ ดิฉันทราบว่าท่าน ส.ส. สฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส. เขต ๓ ของปราจีนบุรี มีโมเดล (Model) เรื่องของผู้สูงอายุที่ขับเคลื่อนพร้อมกับกองทุนผู้สูงวัยในชนบทซึ่งน่าสนใจมาก มีส่วนร่วม จากหลายภาคส่วน มีผลที่เป็นรูปธรรมท่านไม่ต้องทุ่มงบประมาณมากมาย สสส. อาจจะไปแลกเปลี่ยนในฐานะที่เป็นน้ำมันหล่อลื่นในมุมที่จะไปวิเคราะห์ถอดบทเรียน และการบริหารจัดการเพื่อที่ขยายผลต่อไปได้ ดิฉันยังเป็นกำลังใจให้กับ สสส. ในการ จุดประกายในการดำเนินงานในหลายปีที่ผ่านมา ขอให้นำผลลัพธ์ที่ตอบสนองการสร้างเสริม สุขภาพนำไปสู่เป้าหมายสร้างนำซ่อมต่อไป ขอบคุณค่ะ