พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ขอขอบคุณประธานสภาในการให้โอกาสพูดถึงรายงานประจำปีของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเสนอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อป้องกันอาชญากรรมโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และขอสำนักงานส่งเสริมสตรีแห่งชาติ (สสส.) ตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดเกี่ยวกับความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อให้เห็นผลการดำเนินงานและการพัฒนาในด้านนี้อย่างชัดเจน และแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเร็ว
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ดิฉันได้อภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำปีของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ในครั้งนี้ค่ะ
อันดับแรกเลยดิฉันก็ขอแสดงความยินดีกับ สสส. ด้วยนะคะที่ได้รับ รางวัลเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) จากองค์การอนามัยโลกหรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ด้านการเสริมสร้างสุขภาพประจำปี ๒๕๖๔ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำงานของ สสส. เพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้แก่สังคมไทยจนได้รับการยอมรับ ในระดับนานาชาติ ท่านประธานคะ จากการที่ดิฉันได้ศึกษารายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของ สสส. แล้ว ดิฉันยังคงชื่นชมในการทำงานของ สสส. เช่นเดิมที่มุ่งเน้นการดำเนินงาน ด้วยมาตรการเชิงรุกและการประสานงานกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานนั้น เกิดประสิทธิผลมากขึ้น แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ นั้นยากขึ้นก็ตามค่ะ วันนี้ดิฉันก็อยากจะหยิบยกผลงานเด่นของ สสส. ในเรื่องการสร้างต้นทุนชีวิต เสริมพลัง สุขภาวะประชากรกลุ่มเปราะบางค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหยุดความรุนแรง ตัดตอนปัญหาผู้หญิงถูกล่วงละเมิด ที่ได้พัฒนาระบบรายงานข้อมูลจุดเสี่ยงการคุกคาม ทางเพศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโปรแกรมแชตบอต (chatbot) ซึ่งเป็นการนำ เทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังทางออนไลน์ (Online) แล้วก็เป็นการกระตุ้นไม่ให้เพิกเฉยต่อความรุนแรงค่ะท่านประธาน ซึ่งดิฉันเอง ก็ดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนร่วมเป็นตัวกลางที่ประสานงานกับหลายภาคส่วน อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร เป็นต้น เพื่อที่จะได้นำจุดเสี่ยงอันตรายที่ได้มานั้น ไปดำเนินการแก้ไขให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย อย่างเช่น การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง การบำรุงรักษา เสาไฟฟ้าที่ชำรุดที่ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐานง่าย ๆ แต่กว่าร้อยละ ๕๐ ของการถูกคุกคาม ในพื้นที่สาธารณะเกิดในพื้นที่ที่ขาดการบำรุงรักษา แสงสว่างไม่เพียงพอ และเป็นทางเปลี่ยว เพราะฉะนั้นการดำเนินงานที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่าย ๆ นี้จึงถือว่าเป็นการช่วยแก้ไข ปัญหาได้อย่างดีทีเดียวค่ะท่านประธาน และดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะได้รับ การพัฒนาต่อยอดขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเสริมสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ และความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิง ต่อทุกคนในกรุงเทพมหานคร และขยายผลต่อ ในระดับประเทศเช่นกัน ซึ่งดิฉันก็ให้ความสนใจแล้วก็พยายามจะผลักดันในประเด็นนี้ มาตลอด นอกจากนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันยังมีข้อเสนอบางประการที่น่าจะเป็นประโยชน์ ในการที่จะต่อยอดพัฒนาและดำเนินการ
ประการแรก ดิฉันอยากจะขอแนะนำหน่วยงานที่กำลังดำเนินโครงการ ที่มีความสอดคล้อง ซึ่งน่าจะสามารถร่วมมือกันได้ นั่นก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันก็กำลังดำเนินโครงการสมาร์ต เซฟตี โซน ๔.๐ (Smart safety zone 4.0) ซึ่งเป็น โครงการที่มีเป้าหมายในการพัฒนารูปแบบวิธีป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยใช้นวัตกรรม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางตามแนวคิดเรื่องเมืองอัจฉริยะ ดังนั้นโครงการนี้ จึงเป็นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย รวมถึงการให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมด้วย เพื่อป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่สาธารณะให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินประชาชน ซึ่งหากมีการประสานงาน มีการให้ความร่วมมือกันก็น่าจะเป็นการ ผนึกกำลังกันในการที่จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างก้าวกระโดดค่ะ
ข้อเสนอแนะอีกประการหนึ่งนะคะ จากที่ได้ดูในรายงานของ สสส. ก็คือ ได้แสดงถึงเป้าหมายในการดำเนินงานของ สสส. ดิฉันยังไม่พบว่ามีเป้าหมายหรือตัวชี้วัด ที่เกี่ยวกับความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยตรง แต่จะเป็นการวัดในเชิง ของครอบครัวมากกว่า ซึ่งปัญหาความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นเรื่องที่กระทบ ต่อต้นทุนความเป็นมนุษย์อย่างมาก เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ แล้วก็ใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการที่จะเยียวยารักษาผู้เสียหายทั้งในทางตรง ทางอ้อม ถึงกระนั้นก็ตามยังไม่มีอะไรที่จะรับประกันได้ว่า การเยียวยานั้นจะทำให้ผู้เสียหายกลับมา เหมือนเดิมได้ โดยจากข้อมูลในรายงานของ สสส. เองรายงานว่า องค์การอนามัยโลกพบว่า หญิงไทยอายุระหว่าง ๑๕-๔๙ ปี เคยมีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรงหรือถูกล่วงละเมิด ทางเพศโดยคนที่ไม่ใช่คู่ครองสูงถึงร้อยละ ๔๔ และเกิดขึ้นได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ อย่างเร่งด่วนนะคะ ดังนั้นหากมีการตั้งเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการถูกล่วงละเมิด ทางเพศโดยตรง ก็จะช่วยให้เห็นผลการดำเนินงานและการพัฒนาในด้านนี้อย่างชัดเจน มากขึ้น และจะทำให้การแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงนี้ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ดิฉันก็ขอเสนอท่านประธานผ่านไปยัง สสส. ให้มีการตั้งเป้าหมาย และเพิ่มตัวชี้วัด ที่เกี่ยวกับความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยตรง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ปัญหาการใช้ความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศนี้ จะได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ