สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม สอบถามและตั้งขอสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก โดยมี 4 ประเด็นหลัก รวมถึงการมีสถาปนิกต่างชาติในประเทศไทย การคุ้มครองสถาปัตยกรรมไทย การขึ้นทะเบียนสถาปนิกต่างชาติ และการควบคุมการทำงานของสถาปนิกทั้งไทยและต่างชาติ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการสอบถามและการตั้งขอสังเกตในการรับ หลักการของร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยความเคารพนะครับ วันนี้ ผมถามเรื่องสถาปนิกกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่เรื่องอื่นที่เป็น ข่าวหรือที่เกี่ยวข้องก็คงไว้โอกาสถัด ๆ ไปที่จะถามท่าน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของจะนะ ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. สถาปนิก ผมมีอยู่ ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกันครับที่จำเป็นต้อง เรียนสอบถามท่าน

ประการที่ ๑ ครับท่านประธานครับ การแก้ไขฉบับนี้ เขียนในหลักการ และเหตุผลบอกว่าเป็นการรองรับภาคีความตกลงระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่พึงจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมกำลังพูดถึงเรื่องของเอกสารการยอมรับของอาเซียน (ASEAN) ด้านการบริการสถาปัตยกรรม ที่เราเรียกย่อว่าเอ็มอาร์เอ (MRA) ซึ่งประเทศไทย ลงนามมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ นี่ก็ ๑๔ ปีเต็มนะครับที่ยังไม่ได้มีกระบวนการรองรับดังกล่าว แต่ประการใด ผมไม่ติดใจครับเมื่ออ่านกรณีของเอ็มอาร์เอ (MRA) แล้วเห็นถึงความจำเป็น หรือความสำคัญในการที่จะต้องยอมรับความมีของสถาปนิก ไม่ว่าจะเป็นกรณีของสถาปนิก อาเซียน (ASEAN) ที่เรียกว่าอาเซียน อาร์คิเทกต์ (ASEAN Architect) หรือกรณีของสถาปนิก ต่างชาติที่ลงทะเบียน ที่เรียกว่ารีจิสเตอร์ ฟอเรน อาร์คิเทกต์ (Registered Foreign Architect) ที่จะเกิดขึ้น แต่ผมไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ท่านเขียนว่านี่คือการเตรียมการเพื่อรองรับ ความตกลงระหว่างประเทศหรืออนุสัญญาฉบับต่าง ๆ ที่พึงจะเกิดขึ้นในอนาคต ในทางการ เขียนกฎหมาย เราเขียนแบบนี้ได้หรือไม่ เพราะเราไม่รู้อย่างไรครับว่าอนุสัญญาระหว่าง ประเทศ ข้อตกลง ความตกลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น จะมีเงื่อนไข มีเหตุผลที่จะ นำไปสู่การควบคุม หรือการจำกัด หรือส่งผลกระทบต่อสถาปนิกที่เป็นคนสัญชาติไทย หรือขึ้นทะเบียนในประเทศไทยเป็นอย่างไร ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ท่านต้องตอบว่า ตกลงแล้วการเขียนไว้แบบนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตในการเข้าเป็นภาคีหรือความตกลง ระหว่างประเทศต่าง ๆ หรือไม่ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงเรื่องการมีสถาปนิกต่างชาติ ที่ทำงานในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ผมอยากจะสอบถามว่าก่อนหน้านี้ในกรณีของ สนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ยินว่าเคยมีสถาปนิกต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย กรณี ทางรถไฟที่ใช้งานร่วมกันก็เคยมีสถาปนิกชาวจีนที่เคยเข้ามาทำงานในประเทศไทย ตรงนั้น ท่านใช้กฎหมายใดใช้เงื่อนไขใดในการรองรับให้เขาเข้ามาทำงานในประเทศไทยทั้งที่จริง ๆ แล้วเรามี พ.ร.บ. วิชาชีพสถาปัตยกรรม ปี ๒๕๐๘ เรามี พ.ร.บ. สถาปนิก ปี ๒๕๔๓ ที่กำหนดควบคุมการขึ้นทะเบียนใด ๆ ต่าง ๆ ไว้ ผมได้ยินมาว่ามีการใช้กฎหมายพิเศษ มีการ ใช้มติ ครม. มีการออกคำสั่งโดยอาศัยมาตรา ๔๔ ในสมัย คสช. เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ แล้วในกรณีของกฎหมายฉบับนี้ที่จะออกมาจะนำไปสู่การล้มล้างมรดก คสช. โดยเฉพาะ คำสั่งที่เกิดขึ้นตาม ม. ๔๔ ดังกล่าวหรือไม่ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ กรณีสิ่งที่เราห่วงในร่าง พ.ร.บ. สถาปนิก จริง ๆ ใน พ.ร.บ. สถาปนิก ปี ๒๕๔๓ นั้นพูดถึงการเป็นสมาชิกของคณะกรรมการหรือสภา สถาปนิกต่าง ๆ ไว้แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทด้วยกัน ก็คือสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ แล้วสมาชิกกิตติมศักดิ์ แต่ผมไม่มั่นใจว่าการขึ้นทะเบียนสถาปนิกต่างชาตินั้นเราจะจัดวางเขา อยู่ในสถานะแบบใด ถ้าเขาไม่สามารถเข้าเป็นภาคีหรือเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของกรรมการ สถาปนิกซึ่งถูกจำกัดเลยนะครับ อยู่ในความในมาตรา ๑๒ ที่ไม่ได้แก้ว่าต้องเป็นผู้มีสัญชาติ ไทยเท่านั้น เช่นนี้แล้วจะเกิดสถาปนิกชั้น ๑ สถาปนิกชั้น ๒ สถาปนิกที่นำไปสู่การควบคุม สถาปนิกที่นำไปสู่การกำกับ สถาปนิกที่มีมาตรฐาน หรือสถาปนิกที่ต้องถูกถอดถอน หรือเพิกถอนการอนุญาตต่าง ๆ แตกต่างกันหรือไม่ เหล่านี้ปัจจุบันเรามีสถาปนิกไทยที่ขึ้น ทะเบียนอยู่ทั้งหมดเท่าไร มีสถาปนิกต่างชาติที่มีแนวโน้มจะขึ้นทะเบียนหากมีกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาอยู่ที่ประมาณเท่าไร แล้วสถานะสถาปนิกไทยที่ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน ในอาเซียน (ASEAN) อื่น ๆ ตามข้อตกลงเอ็มอาร์เอ (MRA) นั้นเขาได้สิทธิเหมือนกับสถาปนิก ต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทยตามกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ผมคิดว่านี่คือความท้าทาย แล้วก็เป็นข้อที่ต้องชัดเจนครับว่าการออกกฎหมายฉบับนี้จะต้องไม่ส่งผลต่อพี่น้องที่เป็น สถาปนิกไทย โดยไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมที่มีความแตกต่าง หรือมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ

ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการพูดถึงสภานายกพิเศษ มีการพูดถึงคณะกรรมการสถาปนิก มีการพูดถึงสภาสถาปนิก และมีการพูดถึงสถาปนิก ในรูปแบบต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในวันนี้ครับ ถ้าท่านประธานเห็นข่าวกรณีโรงหนัง สกาล่าซึ่งออกแบบโดย พันเอก (พิเศษ) จิระ ศิลป์กนก นั่นเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากครับ ที่สถาปนิกไทยทำผลงานสถาปัตยกรรมไว้อย่างสวยงามแล้วถูกทุบทำลาย สิ่งที่กำลังจะ เกิดขึ้นต่อไปนี้ก็คือการทุบทำลายหัวลำโพงครับ ท่านทราบหรือไม่ว่าหัวลำโพงออกแบบ โดยสถาปนิกชาวต่างชาติที่เรียกว่า มารีโอ ตามัญโญ ซึ่งเป็นผู้เดียวกับที่ออกแบบ พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นผู้เดียวกับที่ออกแบบวังปารุสกวัน ความชัดเจนของกฎหมายนี้ หรือบทบาทของกระทรวงมหาดไทย หรือบทบาทของสภาสถาปนิกจะนำไปสู่การคุ้มครอง สถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าแบบนี้ไม่ให้ถูกทำลายไม่ให้สูญสลายไปหรือไม่ ผมคิดว่านี่เป็น สิ่งสำคัญที่แม้ไม่ได้ถูกเขียนอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้โดยตรง แต่ไหน ๆ ท่านมาตอบก็อยาก ได้ยินคำตอบที่ชัดเจนว่าเราเดินหน้าในการรองรับสถาปนิกต่างชาติ แต่เราก็ต้องคุ้มครอง สถาปนิกไทยและสถาปัตยกรรมที่อยู่ในประเทศไทยไปพร้อมกัน ดังเช่นที่ผมเอ่ยและมีอีก หลายที่ที่อยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศไทย ขออนุญาตตั้งคำถามเพื่อให้ท่านชี้แจงครับ ขอบคุณครับ