สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

อภิชาติ ศิริสุนทร ระบุว่าพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองน้อยมากและไม่จริงใจ รัฐมักจะเริ่มโครงการก่อนแล้วจัดเวทีการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนเห็นด้วย ไม่ได้รับฟังความเห็นจริงใจ และปิดกั้นการสื่อสารระหว่างประชาชนและรัฐ อภิชาติจึงเห็นด้วยกับการลดขั้นตอนในการมีส่วนร่วมของประชาชนและขอให้กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม นายอภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอแสดงความ ชื่นชมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ตั้งอนุหรือที่ได้ศึกษารายงานการพิจารณาเรื่อง ร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมาการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนคงมีน้อยละครับ หรือแทบจะไม่มีเลย หรือมีแต่ว่าก็เป็นส่วนร่วมที่ผิวเผิน มากทีเดียว ดังนั้นต้องขอบคุณกรรมาธิการชุดนี้นะครับที่ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชน นั่นก็หมายถึงว่าเพิ่มอำนาจของเจ้าของประเทศในการที่ในการที่จะรับรู้ ในการที่จะตรวจสอบ ในการที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐที่ผ่านมา ก็ต้องพูดว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ทางกรรมาธิการได้พิจารณานำเสนอนี้ ไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... ก็เป็นสาระสำคัญ ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเข้าถึงข้อมูล ของหน่วยงานราชการน้อยมาก เรื่องร้องเรียนมายังกรรมาธิการการที่ดินเยอะ แล้วก็เป็น เสียงเดียวกันของพี่น้องประชาชนว่า ไม่รับรู้รับทราบข้อมูลรายละเอียดโครงการ ไปขอ ก็ไม่ได้ ชั้นความลับเยอะแยะ ซึ่งผมคิดว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ควรที่จะต้องถูกปกปิด พี่น้อง ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศเป็นผู้มีอำนาจต้องรับรู้ ต้องทั่วถึง ดังนั้นผมเห็นด้วยครับ กับการที่จะพิจารณาลดขั้นตอนในเรื่องพวกนี้ เรื่อง ร่าง พ.ร.บ. การมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนอันนี้สำคัญ เพราะมันหมายถึงว่าพี่น้องประชาชนควรที่จะต้องยืนอยู่ในฐานะ เจ้าของทรัพยากร เจ้าของประเทศที่จะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ที่ผ่านมาการมี ส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเป็นแค่พิธีกรรม รัฐริเริ่มโครงการก่อนและต้องการที่จะผลักให้ โครงการนั้นสำเร็จก็ไปจัดเวทีการมีส่วนร่วม เชิญบุคคลที่เป็นญาติสนิทมิตรสหายเข้าร่วม คนที่เห็นต่างถูกกีดกัน หลายโครงการครับ เช่นกรณีอีอีซี (EEC) ที่ทางคณะกรรมาธิการ การที่ดินได้ศึกษาพบว่าการมีส่วนร่วมน้อยมาก การเสนอรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอน การตัดสินใจที่จะเริ่มโครงการว่าประชาชนเอา ไม่เอา ต้องการ ไม่ต้องการ นี่เป็นหลักสำคัญ ดังนั้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต้องตัดสินใจใหม่แล้วครับ ไม่ใช่ไปฟังความเห็นเฉย ๆ ฟังแล้วต้องเอาความเห็นนั้นมาพิจารณาเพื่อตัดสินใจ แล้วต้อง เอาการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนเป็นหลักด้วย นี่เป็นสาระที่สำคัญ แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานและการให้บริการในภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลอันนี้ก็สำคัญนะครับ พ.ร.บ. การชุมนุมอันนี้ยิ่งสำคัญใหญ่ พื้นที่การชุมนุมในเมื่อรัฐไม่แก้ปัญหาตามที่พี่น้อง ประชาชนต้องการ พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องใช้เวทีในการชุมนุม ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า เป็นการใช้ประชาธิปไตยทางตรงในการตรวจสอบการทำงานของรัฐ ต้องไม่ปิดกั้นครับ ต้องเอื้ออำนวยความสะดวกและต้องรับฟังความเห็นอย่างจริง ๆ จัง ๆ โดยจริงใจ นี่ผมเห็นด้วย เลยนะครับ แล้วก็อีกหลายร่าง การชุมนุมสาธารณะ แล้วก็ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งตัวนี้ผมก็เห็นรัฐบาลเอาผิดกับพี่น้องประชาชนเยอะแยะไปหมด ปิดกั้นการสื่อสาร เครื่องมือที่พี่น้องประชาชนใช้ในการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ก็กลายเป็นผิดกฎหมายไปหมด สำคัญครับท่านกรรมาธิการ ผมอยากฝากท่านกรรมาธิการว่าจริง ๆ แล้วการไม่มีส่วนร่วม ในช่องทางตาม พ.ร.บ. ที่ท่านศึกษาผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่มันมีอีกช่องทางหนึ่งที่จะเปิด พื้นที่การใช้อำนาจของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองก็คือเรื่องการกระจาย อำนาจ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น นี่คือหัวใจสำคัญซึ่งเขาจะใช้อำนาจตัวเองผ่านการเลือก นายก ผ่านการใช้อำนาจของนายกของสมาชิก อบต. สมาชิกเทศบาลต่าง ๆ โดยอ้อม อันนี้ คือหัวใจหลักสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมืองในเชิงโครงสร้าง ท่านอาจจะทราบดีว่า ปัจจุบันโครงสร้างอำนาจรัฐไทยได้รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมด ดังนั้นการเปิดพื้นที่ ในการสื่อสารในการใช้อำนาจของพี่น้องประชาชนนั้นต้องกระจายอำนาจครับ อย่ามา รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นี่คือการใช้อำนาจของประชาชนที่แท้จริง ดังนั้นผมฝาก ท่านกรรมาธิการไปศึกษาเรื่อง พ.ร.บ. กระจายอำนาจก็แล้วแต่ เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับ ท้องถิ่นต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ให้เขามีอำนาจด้านการบริหารงบประมาณ ให้เขามีอำนาจในการ บริหารงานบุคคล ให้เขามีอิสระในการกำหนดนโยบายสาธารณะของเขา ไม่ต้องมีอำนาจ ทางกฎหมายอื่นไปขีดกรอบบล็อก (Block) กรอบเขาไว้ เขียนไว้น้อย ๆ ก็พอแล้วครับว่า อันไหนที่ทำไม่ได้ นอกจากอันที่ทำไม่ได้แล้วท้องถิ่นทำได้หมด ต้องทำอย่างนี้นี่เป็นการใช้ อำนาจโดยตรงเปิดพื้นที่อำนาจของพี่น้องประชาชนโดยตรง แม้กระทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีชี้ช่องให้ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น ส.ว. ๒๕๐ ท่านเลือกนายกรัฐมนตรี ผมถือว่าพี่น้องประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมือง เพราะ ส.ว. ไม่ได้มาจากอำนาจ ของพี่น้องประชาชน ดังนั้นต้องไปแก้เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญเสียใหม่ ก็อยากจะฝาก คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมเข้าไปในเรื่องนี้ในอนาคต ขอบพระคุณมากครับ