ฐนภัทร ชื่นชม ป.ป.ช. เสนอเร่งรัดคดี-ส่งเสริมโปร่งใส-ปลุกค่านิยมซื่อสัตย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔

ฐนภัทร กิตติวงศา ชื่นชมรูปแบบรายงานของ ป.ป.ช. และให้ความสำคัญกับการพิจารณาทุจริตโดยยึดเจตนาของผู้กระทำเป็นหลัก พร้อมยกย่องความคืบหน้าในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐที่ส่งผลให้มีการส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาล 22 คดี และพบมูลค่าทรัพย์สินผิดปกติกว่า 764 ล้านบาท เสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ในระดับพื้นที่ เร่งรัดการไต่สวนตามกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 พร้อมเน้นความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ การบูรณาการข้อมูล และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงสนับสนุนโครงการปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่เด็กอย่าง "โตไปไม่โกง" เพื่อสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ในสังคม

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด จันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมเห็นรายงานของคณะกรรมการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งต้องขอชื่นชมว่ารูปแบบ รูปเล่ม เห็นถึงความตั้งใจ ในการที่จะนำเสนอผลงานในรอบปี เพื่อมาเสนอให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติได้ดูแล้วก็พิจารณา ท่านประธานครับ ทางธรรมท่านบอกว่า มโนบุพพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมายา แปลความว่า ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นนาย มีกายเป็นบ่าวครับ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการนั้นในเรื่องของการสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อลงโทษนั้นก็คงดูที่เจตนา ของผู้กระทำเป็นหลักครับท่านประธาน ซึ่งกระผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้ว ส่วนใหญ่ก็มีความชื่นชมในการทำงานของท่าน ผมขออนุญาตที่จะพูดเป็นบางประเด็นนะครับ

ในประเด็นแรก ในเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งในส่วนนี้ การดำเนินคดีเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณากรณีผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งผู้ใดจงใจ ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หรือจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้ง และมีพฤติกรรมอันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนา ที่จะไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินนั้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติในเรื่องดังกล่าวนี้ส่งให้ศาลวินิจฉัยจำนวนถึง ๒๒ เรื่องด้วยกัน ซึ่งก็ต้อง ขอชื่นชมในการปฏิบัติงานหรือในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยนะครับ ในส่วนของกรณีการร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งผมถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในเรื่องของการที่มี ป.ป.ช. ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กรณีการร่ำรวยผิดปกติอันเนื่องมาจาก มีการกล่าวหา หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าพนักงานของรัฐ ผู้ใดร่ำรวยผิดปกติ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็น หรือคำวินิจฉัยว่าร่ำรวยผิดปกติถึง ๔ เรื่องด้วยกัน ต้องขอชื่นชม ทำให้มีมูลค่าของทรัพย์สิน ที่สืบสวนสอบสวนได้จำนวน ๗๖๔ กว่าล้านบาท ต้องขอชื่นชมในประเด็นนี้ด้วยนะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของความสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงานของ สำนักงาน ป.ป.ช. ในภารกิจในพื้นที่ก็ต้องกล่าวได้ว่า กระผมนั้นมีความใกล้ชิดกับ ป.ป.ช. ในพื้นที่พอสมควร เนื่องจากว่าในอดีตที่เป็นข้าราชการตำรวจก็ยังทำหน้าที่ในด้านของสังคม บริการต่าง ๆ ก็ยังเคยทำหน้าที่เป็นรองประธานหอการค้าด้วย ดูในเรื่องของโครงการ เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันบ้าง ในเรื่องของหลาย ๆ โครงการที่เห็นว่า ป.ป.ช. นั้น ดำเนินการไปในทางที่ดีเพื่อประโยชน์ในการที่จะป้องกันไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ในพื้นที่มีกลไกการดำเนินงานผ่านกลุ่มภารกิจ ปฏิบัติการพื้นที่ ซึ่งประกอบไปด้วยสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ที่จะดำเนินการในภารกิจหลัก ตรงนี้ถือว่าเป็นหัวใจของการกระจายอำนาจ การกระจาย หน้าที่ในการที่จะให้ ป.ป.ช. ในพื้นที่นั้นดำเนินการ ทั้งในด้านปราบปรามการทุจริต ด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน และในด้านที่สำคัญก็คือด้านการป้องกัน ซึ่งถือว่าเป็นการเฝ้าระวัง การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขในการเยียวยา ตรงนี้ก็สำคัญนะครับ ในเรื่องของ งบประมาณโควิด (COVID) นี้ถือว่าเป็นงบประมาณที่มีจำนวนมากนะครับ เพราะฉะนั้น การตรวจสอบหรือการป้องกันการทุจริตตรงนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะใน ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน ทั้งในเรื่องการที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการไต่สวน ในทุกตำแหน่ง อยากจะให้ทำเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นควรจะดำเนินการนะครับ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกับ ป.ป.ช. ในการที่จะส่ง หลักฐานต่าง ๆ และ

อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมเห็นด้วยในเรื่องของข้อเสนอแนะ ก็คือควรที่จะเร่งรัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อเป็นการป้องกัน ให้ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการทุจริตนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดขึ้น อย่างที่นำเรียนนะครับว่า ในสถานการณ์วิกฤตของประเทศในปัจจุบันนี้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) นี้อาจจะส่อให้เกิด การทุจริตได้ง่าย เพราะฉะนั้นจึงนำเรียนว่าองค์กรต่อต้านการทุจริตหรือว่า ป.ป.ช. ของเรานี้ ควรจะทำงานอย่างเฉียบขาด เฉียบไว ให้เท่าทันกับเหตุการณ์ มีความโปร่งใสและตรวจสอบ การใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า และอีกทั้งควรจะต้องมีการบูรณาการ ในเรื่องของข้อมูลจากภาครัฐอย่างเป็นระบบด้วย รวมไปถึงควรมีการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การป้องกันการทุจริตนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมเห็นว่าโครงการโตไปไม่โกง ท่านประธานครับ ท่านประธาน ป.ป.ช. ด้วย อยากจะฝากเรียนไปยังท่าน ดำเนินการต่อเถอะครับ โครงการโตไปไม่โกง เป็นการปลูกฝังการทำงานอย่างโปร่งใสตั้งแต่เด็กนะครับ เหมือนเป็นการฝังชิป (Chip) ในเด็กว่าโตไปเราต้องไม่โกงทั้งต่อหน้าและลับหลังครับ กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ