วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกมองว่าขาดอิสระและโปร่งใส โดยเฉพาะในประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างที่มีมูลค่าสูง การใช้จ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆ เช่น GT200 และการจัดซื้อกางเกงในกองทัพ รวมถึงการทบทวนหลักสูตร นยปส. ที่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส จริยธรรม และความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชนอย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าดูรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฉบับนี้ที่นำมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ถ้าอ่านในเนื้อหาก็จะทราบได้เลยว่า อุปสรรคในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศนี้ ส่วนหนึ่งมาจากภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช. เองที่อาจจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเท่าที่ควรจากภาคประชาชน ทั้งหมดทั้งมวล ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยว่า ทั้งหมดล้วนมาจากสนิม ที่เกิดจากเนื้อในตนของ ป.ป.ช. ทั้งสิ้น ผมคิดว่าเราทุกคนในนี้ทราบดีครับว่า กลไก ที่จะป้องกันการทุจริตได้ดีที่สุดก็คือความโปร่งใส การเปิดเผยและการไม่เลือกปฏิบัติ หาใช่งานเอกสารและการตรวจสอบเพ่งโทษไม่ ทั้งหมดทั้งมวลต้องยอมรับจริง ๆ ว่าภาคประชาชนหลายคนกล่าวหาท่านว่าต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโก ข้างนอกสุกใสข้างใน เป็นโพรง หน้าฉากดูเหมือนจะมีการปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน มีความรอบคอบ แต่จากการปฏิบัติ ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น มีการเปิดช่องในการเลือกปฏิบัติ แล้วก็หาเหตุผลในการอธิบาย ในการเลือกปฏิบัตินั้นได้ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทุกท่านดูหน้าที่ ๑๐-๑๑ ของรายงานฉบับนี้ จากการสำรวจจากประชาชน ๔,๖๗๘ ราย ประชาชนเชื่อมั่น ป.ป.ช. อยู่ที่ระดับปานกลาง ได้คะแนนอยู่ที่ ๓.๓๓ ป.ป.ช. มีภาพลักษณ์ดีปานกลาง ได้คะแนน อยู่ที่ ๓.๓๒ หน่วยงานที่เป็นเสาหลักในการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันในประเทศ กลับได้คะแนนในส่วนนี้ แค่นี้เองหรือ ได้เท่านี้เองหรือ พอมาดูในส่วนของยุทธศาสตร์ที่มีการกำหนดเป้าหมาย คือค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือคอร์รัปชัน เพอร์เซปชัน อินเด็กซ์ (Corruption Perception Index) มีการตั้งเป้าหมายว่า อยากจะให้ดัชนีตรงนี้สูงกว่าร้อยละ ๕๐ แต่ถ้าการปฏิบัติยังเป็นอย่างนี้ท่านยังคงถูกครหา นินทาว่าเป็นหุ่นเชิดที่เอนเอียงไปกับอำนาจเผด็จการแบบนี้ ขาดความกล้าหาญ ทางจริยธรรมแบบนี้ ต่อให้ท่านอ้างแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี หรือแผนปฏิรูปประเทศ หนาขนาดไหน กี่แผน เป้าหมายนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ครับ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ คะแนนคอร์รัปชัน เพอร์เซปชัน อินเด็กซ์ (Corruption Perception Index) ย่ำอยู่กับที่ ที่ ๓๖ คะแนน ทั้ง ๆ ที่ปี ๒๕๕๗ คะแนนอยู่ที่ ๓๘ คะแนน นี่คือสิ่งที่ชี้ชัดเลยครับว่า รัฐประหารนี่มิอาจจะขจัดปัญหาคอร์รัปชันไปได้ ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นมีแต่อ้างคุณงาม ความดียกตัวเองเป็นคนดี แล้วก็สร้างระบบเครือข่ายอุปถัมภ์และการดำเนินงาน ทางกฎหมายแบบสองมาตรฐานที่มีแต่จะทำให้ปัญหาคอร์รัปชันรุนแรงขึ้น แถมในหน้าที่ ๒๖๒ ท่านเปิดดู คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังกล้าเขียนด้วยตัวสีแดงใส่กรอบสีแดงด้วยนะครับ แล้วท่านระบุว่าอะไรครับ ท่านบอกว่าเป้าหมายที่จะทำให้ค่าดัชนีในการรับรู้การทุจริตดีขึ้น ป.ป.ช. ทำไม่ได้โดยลำพัง ก่อนที่ท่านจะพูดประโยคนี้ท่านต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า ท่านทำมันได้ดีแล้วหรือยัง ประชาชนมอง ป.ป.ช. อย่างไร ท่านต้องตอบตรงนี้ให้ได้เสียก่อน ก่อนที่จะโยนมาให้คนอื่นมาร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะท่านคือเสาหลักในเรื่องนี้ของแผ่นดินนี้ ปัญหาของ ป.ป.ช. นั้นมีตั้งแต่ที่มาของ ป.ป.ช. เองท่านก็รู้ ที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านกลไก ของ คสช. ซึ่งเป็นคณะรัฐประหาร เลือกคนมาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. แล้ว สนช. ก็แต่งตั้ง ป.ป.ช. จากนั้น คสช. ยังใช้มาตรา ๔๔ เข้าไปแทรกแซง ซ้ำอีกนะครับ จึงไม่แปลกใจครับ ประชาชนไม่เคยแปลกใจเลยว่า ในเมื่อ ป.ป.ช. นี่อยู่ในสถานะดาวน์ไลน์ (Downline) ของ คสช. แล้วจะไปกล้าจัดการกับรัฐบาลที่สืบทอด อำนาจมาจาก คสช. ที่เป็นอัปไลน์ (Upline) ได้อย่างไร ใกล้ ๆ ยกตัวอย่างครับ ๖ สิงหาคม ที่ผ่านมาคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารระบุชัดเจนครับว่าต้องเปิดเผยบัญชี ทรัพย์สินของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านวิษณุ เครืองาม ๗ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเปิดเผยเพิ่มเติม แต่ ป.ป.ช. แทนที่จะแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม ท่านกลับมีมติว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะไปเปิดเผย นี่คือสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ ของ ป.ป.ช. ถูกดูแคลนจากประชาชนในประเทศนี้ แล้วจะทำให้การทำงานของท่าน มีอุปสรรคขัดขวางเต็มไปหมด
ยังมีอีกหลายกรณีครับ กรณีพูดหยุดโกง ผมว่าท่านอมรัตน์ได้พูดไปแล้ว ใช้เงินไปถึง ๗ ล้านบาท ไปรณรงค์คอร์รัปชันที่เน้นไปไล่จับแต่คนตัวเล็กตัวน้อยแต่หลีกเลี่ยง ที่จะพูดถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินมหาศาล ทำไม จีที ๒๐๐ (GT200) ไม่พูด เงินนอกงบประมาณทำไมไม่พูด แต่ถ้าท่านชอบวงเงินน้อย ๆ อย่างน้อย ๆ ท่านควรจะพูดถึงการจัดซื้อกางเกงในของกองทัพที่จัดซื้อเป็นแสนตัว แต่แพงกว่าการซื้อตัวเดียวบนช้อปปี้ (Shopee) ท่านก็ไม่พูด ที่แย่ที่สุดคือหลักสูตรอบรม นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปรามปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) ที่จัดโดย ป.ป.ช. ทั้ง ๆ ที่วันที่ ๑๗ กันยายนนี่เองนะครับ ท่านประธานรัฐสภาหรือประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เพิ่งจะไปอบรมและให้ข้อเสนอแนะ กับ ป.ป.ช. ว่า ให้ระวังว่าจะถูกผู้อื่นครหาว่าจะเป็นสร้างเครือข่ายเพื่อประโยชน์เฉพาะตัว แรก ๆ ผมนึกว่าจะมีข่าวดี เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒ วันต่อมา พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งให้ทบทวน การคัดเลือกบุคคลเข้าอบรมหลักสูตร นยปส. แต่พอผมเข้าไปตรวจสอบรายชื่อในรุ่นที่ ๑๒ และเข้าไปอ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกในประกาศรับสมัครในรุ่นที่ ๑๓ ผมไม่พบร่องรอย การปรับปรุงการคัดเลือกแต่อย่างใด แล้วจะให้สังคมมอง ป.ป.ช. อย่างไร ทั้งหมดนี้ครับ ผมขอ ผมคิดว่าท่านรู้ละว่าผมเสนอแนะท่านด้วยสุจริตใจ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ป.ป.ช. ต้องเอาไปปรับปรุงตนเองไม่อย่างนั้นก็จะถูกประชาชนค่อนขอด และตั้งคำถาม กับท่านต่อไปอีกว่าตกลง ป.ป.ช. นี่ย่อมาจากการปกป้องคนชั่วหรือปกปิดประชาชนกันแน่ ขอบพระคุณครับท่านประธาน