วิสาร เปิดห่วงอีอีซี ขาดนักวิจัย-นโยบายไม่สอดคล้อง หวั่นลงทุนล้ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ขออนุญาตนำเสนอสไลด์เพื่อรายงานและแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุม โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประธานและคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกได้รับทราบและพิจารณา ทั้งนี้ ได้แสดงความกังวลต่อความล้มเหลวของโครงการอีอีซีที่เกิดจากปัญหาขาดแคลนนักวิจัยและนโยบายการพัฒนาที่ไม่สอดคล้อง พร้อมตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นในการดึงดูดนักลงทุนและประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของรัฐ

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาตท่านประธานมีสไลด์ (Slide) ที่ขออนุญาตแล้วประมาณสัก ๓-๔ แผ่นนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

เรื่องแรกนี้ผมต้องขออนุญาตว่า ถึงแม้จะเป็นเรื่องรายงานเพื่อทราบนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นขณะนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ แล้วก็อยากให้ท่านประธานและทางท่านเลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของภาคตะวันออกได้รับฟังไว้ด้วยครับ ท่านประธานครับ

เรื่องแรกนี้ครับ ตอนนี้มันมีผลวิจัยของธนาคารโลกครับ ท่านประธาน เห็นหรือไม่ครับว่าขณะนี้ครับ เขาได้บอกไว้แล้วว่าประเทศไทยเรานี้ครับ มีนักวิจัยที่ต่ำกว่า มาตรฐานโลก นั่นหมายถึงว่าความฝันที่จะทำอีอีซี (EEC) นี้ เขาบอกว่ามันล้มเหลวครับ ขออนุญาตท่านประธานดูตรงนี้นะครับ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเรามีนักวิจัยที่มากที่สุดอยู่ที่เกาหลีใต้ ๗,๙๘๐ แต่ว่าก็ไล่เรียง ลงมา คือสิงคโปร์ ๖,๘๐๐ ญี่ปุ่น ๕,๓๐๐ ฮ่องกง ๔,๐๒๗ ไทย ๑,๓๕๐ แต่ค่าเฉลี่ยของ นักวิจัยทั่วโลกมาตรฐานอยู่ที่ ๑,๔๑๑ คนต่อประชากร ๑ ล้านนะครับ สิ่งที่เขากล้าบอกว่า โครงการอีอีซี (EEC) นี้ล้มเหลวเพราะเรื่องนี้ครับ ท่านประธานครับก่อนหน้านี้เรารู้ดีว่า โครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออกของอีอีซี (EEC) นี้มันเริ่มต้นมาจากคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๔๗/๖๐ นั่นหมายถึงว่ายกเว้นทุกอย่างครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยกเว้นการทำอีไอเอ (EIA) ยกเว้นเรื่องที่ดิน ปรับที่ดินมาจากไร่ละ ๑.๕ ล้าน กลายเป็นไร่ละ ๑๕ ล้าน ซึ่งตรงนี้ใครอยู่เบื้องหลังอย่างไรผมอาจจะเก็บไว้ อภิปรายตอนที่ไม่ไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากแสดงให้เห็นขณะนี้คือ อะไรครับ เมืองไทยสมัยก่อนนี้เคยเป็นเมืองที่ถือว่าผลิตรถพิกอัป (Pickup) อันดับ ๑ ของโลกครับ เป็นดีทรอยต์ (Detroit) เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นสาเหตุก็เพราะว่าเรามี กระบวนการการผลิต มีนักวิจัยที่สามารถที่จะทำกระบวนการทั้งระบบได้ครับ ตอนนี้ ท่านประธานอย่าหวังครับ ไปต่างประเทศ ไปตลาดยุโรป อเมริกาที่ไหนก็แล้วแต่ครับ ผลิตเมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) แทบจะไม่มีครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่า โครงการเหล่านี้เนื่องจากว่าเราขาดนักวิจัย เราเริ่มต้นผิดพลาดมาตั้งแต่การศึกษา และนักวิจัยที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอครับ บริษัทญี่ปุ่นเขามาตั้งที่เมืองไทยเขาบอกว่าถึงวันนี้ขึ้นมา แรงงานที่มีคุณภาพที่เป็นนักวิจัยของเมืองไทยไม่มีครับ จะต้องไปจ้างต่างประเทศมา อย่างนั้นหรือครับ ใครที่จะมาเมืองไทยขณะนี้มีไหมครับ เพราะว่าอย่างที่ท่านประธานทราบ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานเห็นอีกอันหนึ่งก็คือว่า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นใกล้ ๆ อีอีซี (EEC) อันนี้คือสีหนุวิลล์ครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับ ๒๐๑๒ ๒๐๑๖ ลงทุน ๔,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ยูเอสครับ มากกว่าสหรัฐอเมริกา มาลงที่นั่น ๓๐ เท่า ท่านเลขากับคณะกรรมการได้บอกเราไว้ว่าเราจะลงทุนภาครัฐ เอกชน ประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท คนละเรื่องครับ สีหนุวิลล์อยู่เลยเราไปนิดเดียว จีนมาลงทุน ทำเมืองเศรษฐกิจแล้วก็ทำท่าเรือที่จะส่งออกไปเยอะแยะครับ กลับมาดูอีอีซี (EEC) เรื่อง คาสิโนนี่ไม่ต้องห่วงแล้วครับ ฝากท่านประธานว่าเรื่องที่อีอีซี (EEC) เรามีความหวังว่า เราจะให้เขาส่งของมาบ้านเราไม่ต้องผ่านสิงคโปร์ ผ่านไปยังชายแดนอีสต์ เวสต์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor) ผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านก็คือเมียนมา ท่านประธานครับ และโครงการที่เราเห็นทวายเป็นอย่างไรครับ เห็นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงต่างประเทศเราเคยเป็นที่ปรึกษาเขาไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้เจ๊งไม่เป็นท่าครับ เสียหายยังไม่พอนะครับ เราคาดหวังก่อนหน้านี้ผมเคลิ้มตามที่ ขออภัยเอ่ยนามนะครับ อันนี้ ไม่เสียหาย ท่านรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ท่านไปพูดที่ไหนไปเชิญชวน นักลงทุนต่าง ๆ คนก็เคลิ้มคนก็เชื่อครับ แต่คนจีนที่เป็นนักลงทุนถามผมบอกว่า แล้วทำไม สมคิดโดนปลดล่ะ อันนี้ก็คือความล้มเหลวอีกอันหนึ่ง ผมว่าถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดอยู่ โครงการนี้อาจจะรอดนะครับ แต่ว่าถึงตรงนี้ขึ้นมาความเชื่อถือไม่เหลือครับ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างอีกนิดเดียวครับ มีรูปภาพอีกอันหนึ่ง เราไปลงทุนที่ อันนี้ไฮฟองนะครับ เราไปลงทุนที่พุน้ำร้อนครับ พุน้ำร้อนเป็นโครงการที่จะต่อเชื่อมไปยังทวาย ใช้งบไปทำโครงการนี้ครับ ด่านศุลกากร ๒,๐๐๐ กว่าล้านครับ คนที่นั่นเล่าให้ผมฟังว่า ขออภัยนะครับท่านประธาน ต้องพูดจริง ๆ นะครับ เขาบอกสุนัขยังไม่กล้าเข้าเลยเพราะมันไม่มีคนครับ ๒,๐๐๐ กว่าล้าน เงินภาษีพี่น้องประชาชนทั้งนั้น อันนี้ก็เป็นอีกอันหนึ่งที่ผมคิดว่าโครงการอีอีซี (EEC) ล้มเหลวแล้วไม่เป็นท่าเลยครับ สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าขณะนี้ คนที่เป็นประธานบอร์ด (Board) ก็คือท่านนายกรัฐมนตรี และคนที่เกี่ยวข้องชัด ๆ นะครับ ลาออกมาวันเดียวแล้วก็มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นใครผมคิดว่าเราคงไม่ต้องบอกนะครับ แต่ว่าสื่อต่าง ๆ ก็ได้ลงไปหมดแล้ว แต่อยากจะให้ท่านประธานได้เห็นว่าโครงการอันนี้ มันเละเทะล้มเหลว แทนที่จะเป็นความหวังให้พี่น้องประชาชนคนไทยคิดว่าอีอีซี (EEC) สามารถที่จะฟื้นพลิกเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับคืนมาได้ ไม่มีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ผ่านมา ๒ ปี ก็ไม่ว่ากันครับ แต่ทุกวันนี้เจ้าสัวทั้งหลาย เวรกรรมตามสนองไปซื้อที่ดินไว้กะจะ เก็งกำไรขายให้พ่อค้าคนจีน พอโครงการล้มเหลวเป็นอย่างไรครับ เพื่อนสมาชิกได้ถามแล้ว รถไฟ ๓ สนามบินถึงไหนครับ ผลประโยชน์ที่ทิ้งไป ถ้าเป็นของบริษัทคุณเองไม่ว่าครับ แต่สิ่งต่าง ๆ ที่เอาเงินจากงบประมาณแผ่นดิน โดยใช้ ม. ๔๔ โดยใช้ประกาศของ คสช. อันนี้ ก็คือความล้มเหลวของประเทศชาติอย่างยิ่งใหญ่เลยครับ เพราะฉะนั้นอยากฝาก ท่านประธานว่าผมไม่มั่นใจ ถึงแม้รายงานของท่านเลขาธิการจะทำมาดีอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านจะมีถมมาบตาพุด จะมีโครงการนั่นนี่แล้วแต่ แต่ท่านประธานดูเพื่อนบ้าน สีหนุวิลล์ ไฮฟอง และของเราที่จะไปเชื่อมกับท่าเรือทวายล้ำออกชายทะเลไปอีก ๒ กิโลเมตร ปรากฏว่าเราก็ไม่รู้ใครเป็นที่ปรึกษาอิตัลไทยก็อย่างที่ทราบ เอาผลประโยชน์ประเทศชาติ ภาษีอากรของประเทศไทยไปทำเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่คุ้มค่าและล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ผมก็ขอ อนุญาตว่าเรื่องโครงการอีอีซี (EEC) ขออนุญาตท่านแจ้งด้วย ตอบด้วยว่าโครงการที่ท่านทำ ไปท่านมีอนาคตถึงไหน ท่านจะทำอย่างไรต่อ ขอบพระคุณครับ