ณัฐพงษ์ เสนอปรับข้อบังคับประชุมสภา เร่งดันร่างกฎหมายประชาชน-ลงคะแนนออนไลน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อภิปรายรวมร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ สองฉบับที่ตนเสนอ โดยขอให้พิจารณาพร้อมกันเพื่อประหยัดเวลา และเสนอให้มีการปรับปรุงข้อบังคับเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น การให้ร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนผ่านระบบออนไลน์ได้รับการพิจารณาก่อนญัตติอื่น และการกำหนดให้สามารถลงมติผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างชัดเจน โดยไม่ให้ร่างใหม่ถดถอยจากร่างก่อนหน้า

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรชาวบางแค กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ช่วยบรรจุวาระการประชุม ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทุกร่างจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านเข้าด้วยกันครับ และผมจะขออนุญาตท่านประธานว่า เนื่องจากผมมีชื่อเป็นผู้เสนอถึง ๒ ร่างด้วยกัน ก็อยากจะใช้สิทธิในการอภิปรายครั้งนี้ครับ เพื่ออภิปรายหลักการและเหตุผลทั้ง ๒ ร่างรวมกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาการประชุมสภา ของเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านประธานครับ หลังจากที่ผมได้ศึกษาร่างแก้ไขข้อบังคับ ของเพื่อนสมาชิกทุกท่านเข้าด้วยกันแล้ว ผมเชื่อว่าไม่มีร่างของท่านใดท่านหนึ่งรวมถึง ร่างของกระผมเองด้วยที่มีเนื้อหาสมบูรณ์ครบถ้วนทุก ๆ ด้าน เพราะแต่ละร่างก็มีหลักการ และเหตุผลในการแก้ไขที่แตกต่างกันครับ อาทิ ร่างของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับการเสนอญัตติ เรื่องของการให้รัฐสภา มีมติเสนอให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ตาม พ.ร.บ. ประชามติ ที่เพิ่งผ่านรัฐสภาไป หรือร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่มีหลักการละม้ายคล้ายคลึงกับท่านชลน่าน แต่มีหลักการเพิ่มเติมในเรื่องของการจัดประชุม สภาใหญ่ออนไลน์ (Online) ซึ่งการจัดประชุมสภาออนไลน์ (Online) นี้ ตัวกระผมเอง ก็ได้ยื่นร่างแก้ไขข้อบังคับไปเมื่อปีที่แล้วเช่นกันครับท่านประธาน ร่างที่ ๓ ของท่านธีรัจชัย ที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้าผมเมื่อสักครู่ไม่กี่นาทีนี้ ที่เกี่ยวข้อกับการแก้ไขข้อบังคับ ข้อ ๘๕ ว่าด้วยการแก้ไขหลักการในการขอนับคะแนนใหม่ เพื่อไม่ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นใครในอนาคตครับ ต้องตกที่นั่งลำบากในอนาคต ในการใช้ดุลยพินิจในการ ขอนับคะแนนใหม่ สุดท้ายครับในส่วนของร่างของกระผมเองจริง ๆ มีการยื่นไว้ ๒ ร่างก็คือ ในส่วนของการจัดประชุมใหญ่ออนไลน์ (Online) ที่ผมยื่นไปเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ จะขออภิปรายในลำดับถัดไปนะครับท่านประธาน

แต่ก่อนอื่นผมอยากจะนำเสนอหลักการและเหตุผล ในส่วนของร่างข้อบังคับ ที่ยังไม่มีเพื่อนสมาชิกท่านใดในบรรดาทุกร่างนี้เสนอมา แต่ตัวผมเป็นคนเสนอเองนะครับ ก็คือในส่วนของการจัดระเบียบวาระการประชุมสภาครับ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติก่อนญัตติอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยประชาชนครับท่านประธาน ตามพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่เพิ่งผ่านสภา ไปเช่นเดียวกัน ปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบ ออนไลน์ (Online) ผมจึงเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่คณะวิสามัญยกร่างข้อบังคับครั้งนี้ จะต้องมีการยกร่างให้มีการจัดระเบียบวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เข้าชื่อ เสนอกฎหมายโดยภาคประชาชนมาก่อนญัตติอื่น ๆ หรือวาระอื่น ๆ ครับท่านประธาน หากผมอ้างอิงจากข้อมูลในเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภาไทยครับ ทุกวันนี้เรามี ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยภาคประชาชนมากมาย ที่แม้แต่ตัวผมเองในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรยังไม่เคยได้พิจารณาเลยครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ริเริ่มโดยอาจารย์จอน อึ้งภากรณ์ ร่างพระราชบัญญัติการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ที่ริเริ่มโดยคุณสุภัทรา นาคะผิว ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ริเริ่มโดยคุณวินัย นาคนิรันดร์ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ริเริ่มโดยคุณกลินทร์ สารสิน ร่างพระราชบัญญัติการประมง ที่ริเริ่มโดยคุณวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ หรือร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม ที่ริเริ่มโดยคุณวชิราภรณ์ ยี่ทอง มีอีกหลายฉบับมาก ๒๐-๓๐ ฉบับที่เสนอ ริเริ่มโดยภาคประชาชน แต่สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรายังไม่เคยตอบสนองต่อเสียง ประชาชนเลย ผมจึงอยากจะฝากท่านประธานครับ ในหลักการในวาระแรกนี้เพื่อส่งต่อ ไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่าง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีการแก้ไขข้อบังคับ เพื่อแยกวาระในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างที่เสนอ มาจากภาคประชาชนพิจารณาก่อนญัตติอื่น ๆ ครับท่านประธาน แน่นอนที่สุดครับ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านรวมถึงท่านประธานเองอาจจะบอกว่า จริง ๆ ประธานก็มีอำนาจ ในการจัดวาระการประชุมอยู่แล้ว ดั่งเช่นที่เรามีการแยกการประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์ออกจากกัน แต่ผมอยากจะใช้เหตุผลเดียวกันกับที่ท่านธีรัจชัยได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ครับว่า ผมไม่อยากให้ภาระทุกอย่างจะต้องตกไปที่ท่านประธานครับ เกิดวันนี้ไม่ใช่ท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานคนหน้า ไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดไม่มีวิสัยทัศน์เหมือนท่าน ไม่แยกวาระการประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ออกจากกันว่า แยกการพิจารณากฎหมาย แยกการพิจารณาญัตติอื่น ๆ ออกจากกัน ก็เป็นไปได้ที่อนาคตเราอาจจะมีสภาพไม่ต่างจากสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ในช่วงต้น ๆ ครับ ที่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเราไม่ได้พิจารณากันเลย เพราะมัวแต่ไปพิจารณา ญัตติอื่น ๆ ก็อยากจะให้การจัดลำดับวาระเหล่านี้ถูกบัญญัติไว้ในข้อบังคับของการประชุม สภาผู้แทนราษฎร อันนั้นคือในส่วนที่ ๑ นะครับท่านประธาน ในร่างที่ผมเสนอมา

ส่วนอีกร่างหนึ่งเกี่ยวข้องกับการประชุมออนไลน์ (Online) ในสภาใหญ่ ซึ่งจริง ๆ ผมต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ตลอดจนท่านอนันต์ ผลอำนวย ที่ยื่นร่างเข้ามา แล้วก็ค่อนข้างครอบคลุม แต่ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไว้เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างในวาระที่ ๒ นั่นก็คือร่างที่ท่านอนันต์ ผลอำนวย ได้เสนอเข้ามา ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ตอนนี้ครับ ยังไม่มีการกล่าวถึงการลงมติ ออนไลน์ (Online) ในที่ประชุมสภาครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ร่างข้อบังคับฉบับที่ ๒ ที่ท่านอนันต์เองก็ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ ผ่านการพิจารณาในวาระที่ ๒ ออกมาประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา แล้วบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันครับ ที่ให้คณะกรรมาธิการสามารถ จัดประชุมออนไลน์ (Online) ได้นั้น ร่างที่ ๒ มีการบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้สามารถลงมติ ออนไลน์ (Online) ได้ ผ่านการใช้วิธีการขานชื่อตามข้อบังคับ ข้อ ๘๓ (๒) ด้วยระบบเสียง และภาพ แต่ร่างฉบับที่ ๓ ที่พวกเรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ ที่ท่านอนันต์เสนอเข้ามา ยังไม่มีการระบุไว้ชัดเจนว่า การประชุมสภาใหญ่ให้สามารถลงมติออนไลน์ (Online) ได้ด้วย จึงอยากจะฝากท่านประธานครับ และให้ความเห็นผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า จริง ๆ แล้วผมไม่อยากให้ร่างฉบับที่ ๓ นี้ โดยเฉพาะในส่วนของการประชุมออนไลน์ (Online) ถอยหลังไปจากร่างที่ ๒ คือร่างที่ ๒ ลงมติออนไลน์ (Online) ได้ แล้วทำไม ร่างที่ ๓ เราถึงจะไม่ให้ลงมติออนไลน์ (Online) ได้ด้วย ก็อยากจะฝากท่านประธานเป็น ข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการวิสามัญยกร่างครับว่า อยากจะให้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนนี้ด้วยว่า การลงมติออนไลน์ (Online) ก็สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ขอบคุณครับ ท่านประธาน