สมนึก ชี้แจงตัวเลขน้ำบาดาล 2,419 ลบ.ม.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สมนึก จงมีวศิน ระบุตัวเลขน้ำบาดาลรวม ๒,๔๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร และชี้แจงความคลาดเคลื่อนในการคาดการณ์ความต้องการน้ำของอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการอุปโภคบริโภค รวมถึงปัญหาความไม่เพียงพอในพื้นที่ดังกล่าว สมนึก จงมีวศิน ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศในรายงานอนุกรรมาธิการอีอีซี โดยเสนอให้ปรับเป็นบาเซลแบนอะเมนด์เมนต์ เพิ่มกฎหมายพีอาร์ทีอาร์ และเร่งทบทวนผังเมืองเพื่อลดความขัดแย้ง พร้อมหารือปัญหาการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานและเสนอมาตรการประหยัดน้ำแทนการสร้างอ่างเก็บน้ำ รวมถึงเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) เพื่อควบคุมฐานข้อมูลสารเคมี และเสนอให้ทบทวนผังเมืองและความเป็นไปได้ก่อนทำรายงานผลสิ่งแวดล้อม

นายสมนึก จงมีวศิน อนุกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผม สมนึก จงมีวศิน ก็จะเป็นตัวแทนของอนุกรรมาธิการนะครับ ตอบคำถามที่เกี่ยวข้องจากท่าน ส.ส. ทั้งหมด ๔ ท่านนะครับ ในเวลาอันรวดเร็วนะครับ

เริ่มจากท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ก่อนนะครับ ที่ถามเกี่ยวกับเรื่องของ น้ำบาดาลนะครับ จริง ๆ แล้วตัวเลขของ สทนช. ๒,๔๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ได้รวมตัวเลข น้ำบาดาลไปเรียบร้อยแล้วจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็ได้เข้ามาชี้แจงกับอนุกรรมาธิการด้วย คือมีน้ำอยู่ประมาณ ๗๙ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่คิดไปแล้วนะครับ แล้วต่อมาหลังจากที่ รายงานนี้เสร็จนี่ก็ยังไม่ได้เข้าสภาสักที มีทางด้านของ สทนช. ก็ได้จ้างทางทีมงานนะครับ วิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. แล้วก็ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ สวช. ครับ เพื่อไปวิจัยก็พบว่าตัวเลขที่ สทนช. มีในมือนั้น ผิด การคาดการณ์นั้นผิด ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าในอีอีซี (EEC) ปี ๒๕๖๐ ต้องการน้ำเพียง ๖๐๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ปรากฏว่าเมื่อศึกษาจริงมีความต้องการ น้ำมากกว่า ๙๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในการอุปโภคบริโภคก็ผิดพลาด เกษตรกรรม ก็เช่นเดียวกันนะครับ

ส่วนในเรื่องของน้ำบาดาลที่บอกว่าเรามีศักยภาพกันนี้ ในตอนต้นทาง ด้านกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเองก็บอกว่ามีปัญหาความแล้งอยู่หลายที่ ซึ่งต้องใช้น้ำบาดาล อยู่แล้วนะครับ มันก็จะไม่เพียงพอ ก็คือในพื้นที่ของแหลมฉบังนะครับ จังหวัดชลบุรี พื้นที่ปลวกแดงระยอง ศรีราชา หนองใหญ่ที่ชลบุรีนะครับ แล้วบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา ซึ่งมียกเว้นบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทราที่เดียวที่ไม่ใช่พื้นที่ที่เป็นอุตสาหกรรม ที่เหลือนั้น เป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม และอุปโภคบริโภคอยู่ร่วมกัน นี่จึงเป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นนะครับ

ต่อไปขอตอบคำถามของท่านเกียรติ สิทธีอมร ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ในเรื่องของข้อตกลงระหว่างประเทศในรายงานของอนุกรรมาธิการอีอีซี (EEC) มีรายละเอียด อยู่ครบนะครับ ทั้งเรื่องข้อตกลง เรื่องบาเซล แบน อะเมนด์เมนต์ (Basel Ban Amendment) นะครับ หรือว่าข้อตกลงเรื่องไม่เอาขยะเข้ามาเป็นสินค้า หลายรายการมันดีกว่าที่ตอนนี้เรา เซ็นสัญญาอยู่ ปัจจุบันเราเซ็นแค่บาเซล อะเมนด์เมนต์ (Basel Amendment) ในนี้เราก็ให้ ข้อเสนอแนะว่าจะต้องเซ็นเป็นบาเซล อะเมนด์เมนต์ (Basel Amendment) นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือกฎหมายพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นะครับ ก็คือทุกประเทศทั่วโลก ต่อแต่นี้ไปจะต้องมีกฎหมายตัวนี้นะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าอีกทีหนึ่งนะครับ เพื่อตอบคำถาม ส.ส. อีกท่านหนึ่งนะครับ พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นะครับ เกี่ยวกับการปลดปล่อยมลพิษนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องท่าเรือแหลมฉบัง ใช่ครับ การส่งออกของท่าเรือจริง ๆ แล้วนี้ก็ยังไม่คุ้มทุน เพราะว่าตอนที่มีการก่อสร้างแหลมฉบังเฟส ๓ (Phase 3) แล้วก็ มีการร้องเรียนมาที่คณะอนุกรรมาธิการนี้ ตอนนั้นแหลมฉบังเฟส ๒ (Phase 2) ส่วนที่ ๒ นี้ ยังไม่ได้รับการพัฒนาเลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็เป็นไปได้ว่าเขาก็มีการพัฒนาที่ช้า แล้วก็เติบโตได้ช้าตามที่ทางท่านเกียรติพูดเอาไว้นะครับ

สุดท้ายเรื่องของท่านเกียรติ อีกเรื่องก็คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลง การใช้ประโยชน์ที่ดิน เราได้ให้ข้อสังเกตไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีการทบทวนผังเมืองนะครับ ผังเมืองตอนนี้เท่าที่ทราบก็คือภาคประชาชนเขาไม่ได้รอเราแล้ว เขาก็มีการไปฟ้องร้อง ที่ศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ก็ไม่อยากให้มีการขึ้นโรงขึ้นศาล อยากให้มีการ เข้ามาพูดคุยกัน โดยใช้รายงานจากคณะอนุกรรมาธิการนี่ล่ะครับ เป็นรายงานในการพูดคุยกัน เพื่อสู่การลดความขัดแย้งนะครับ

ถัดไปท่านที่ ๓ เป็นท่านนิติพล ผิวเหมาะ นะครับ ถามเกี่ยวกับเรื่องของ น้ำเสียผลกระทบเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้น้ำเสียกระทบทุกสัปดาห์ครับ มีการปล่อยน้ำเสีย ออกมาตลอดเวลา เนื่องจากโรงงานประเภทที่เป็นกิจการที่ผมบอกว่าสร้างปัญหานะครับ ไม่ว่าจะเป็น ๑๐๑ ๑๐๕ ๑๐๖ นี้ เขาใช้น้ำเสียเยอะมาก แล้วก็ไม่มีการกำจัดที่ถูกวิธี ในพื้นที่ อีอีซี (EEC) ก็มีราคาสูงมากขึ้น ก็เริ่มกระจายตัวไปยังพื้นที่อื่น เช่น พื้นที่ปราจีนบุรี สระแก้ว หรืออาจจะไปสระบุรี ไปราชบุรี หรืออย่างที่พบนะครับ ก็คือที่เพชรบูรณ์เป็นต้นนะครับ ก็มาจากปัญหานี้เหมือนกันนะครับ

ส่วนเรื่องการจัดการน้ำที่ท่านนิติพลถามไว้นะครับ เราก็อธิบายชัดเจนว่า เราไม่ควรจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มอีกนะครับ ควรจะใช้วิธีการประหยัดน้ำ แล้วก็ทุกภาคส่วน ต้องประหยัดน้ำ มีการเสนอตัวเลขที่จะต้องตั้งเปอร์เซ็นต์ไว้ ณ ปัจจุบันนี้มีการตั้งเปอร์เซ็นต์ เอาไว้แล้วว่าการประหยัดน้ำนี้ต้องอยู่ที่ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่น่าจะเพียงพอ เพราะจากการวิจัยล่าสุดนี้พบว่าอาจจะต้องประหยัดน้ำถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์สำหรับ ภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีศักยภาพสูงสุดนะครับ อุปโภคบริโภค ถ้าเป็นห้างสรรพสินค้านี้ ก็จะลดลงมา เกษตรกรรมก็อาจจะลดลงมานิดหน่อยนะครับ

อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นคำถามสำคัญของท่านนิติพลนะครับ เกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นะครับ กฎหมายพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นี้ถูกตีตกไปนะครับ เพราะว่า ถือว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน กฎหมายนี้สำคัญมาก เพราะมันจะบอกเราว่า ฐานข้อมูลนะครับ สารเคมีอะไรบ้างที่มีกักเก็บเอาไว้นะครับ เอาเข้ามา เอามาใช้เหลือเท่าไร ยกตัวอย่างเช่นเคส (Case) ของโรงงานหนึ่งนะครับ ที่จังหวัดแถวกรุงเทพฯ ที่ไฟไหม้ไปนะครับ มีขนาด ๒ ไร่นี้ ปัจจุบันนี้ก็ยังเคลียร์ (Clear) ไม่หมด แล้วก็มีโรงงานลักษณะนี้ในจังหวัดนั้น อีก ๒๐๔ โรงงาน ถ้าเกิดมีการใช้กฎหมายพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นี้ ก็จะสามารถรู้ว่าเขามีการ เก็บอะไรไว้บ้างนะครับ จะเข้าไปดับไฟจะต้องเอาตัวดับไฟแบบไหนนะครับ

แล้วก็ในส่วนของคำถามสุดท้ายนะครับ จากท่านกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ขออภัยนะครับ ผมหายใจไม่ทันนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของเวทีการศึกษาอีไอเอ (EIA) นะครับ ตัวนี้ตามกฎหมายนี้ก็สามารถกระทำได้ แต่ถามว่ามันชอบธรรมไหมนะครับ อันนี้ผมคิดว่า ไม่ชอบธรรม เนื่องจากในรายงานอนุกรรมาธิการก็บอกว่าให้กลับไปศึกษาความเป็นไปได้ ก่อนนะครับ แล้วให้กลับไปทบทวนเรื่องผังเมืองนะครับ ถ้าทบทวนทั้ง ๒ เรื่องนี้เรียบร้อย แล้วนะครับ ก็จะต้องมาทำเรื่องของการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือเอสซีเอ (SCA) นะครับ จึงจะไปกำหนดว่าควรจะเอาอะไรไว้ตรงไหน ควรเอาอะไร ไม่เอาอะไรนะครับ จะตั้งพื้นที่ตรงไหน แล้วจึงมาทำเรื่องของรายงานผลทางสิ่งแวดล้อมคือ อีไอเอ (EIA) อีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน หรือแม้กระทั่งภาครัฐนะครับ รวมทั้ง ศอ.บต. ก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของธรรมาภิบาลครับ ขอบคุณครับ