ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หารือปัญหาราคาหนังสัตว์โคกระบือตกต่ำอย่างรุนแรง พร้อมเสนอให้รัฐจัดตั้งผู้นำในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหลายกระทรวงเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ท่านกันตวรรณ ตันเถียร ในฐานะประธาน ที่ได้นำญัตติของเพื่อน สมาชิก ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของราษฎรนำเข้ามาในคณะกรรมาธิการ แล้วก็ได้ดำเนินการ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการซึ่งมีท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านอนุชา น้อยวงศ์ และท่านเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ซึ่งได้ร่วมกันกับส่วนเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ดำเนินการ แล้วก็นำหนังสือซึ่งเป็น รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ซึ่งรายงานเล่มนี้ ผมก็ดูแล้ว ได้มีโอกาสอ่าน ก็ต้องขอชื่นชม เพราะว่าได้นำหน่วยงานต่าง ๆ บูรณาการเข้ามา นั่งคุย เท่าที่ทราบก็คือประมาณ ๘ ครั้ง แล้วก็ได้ข้อมูลที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ แม้เพื่อนสมาชิก ยังบอกว่าอาจจะต้องการเวลามากกว่านี้ แต่เท่าที่เห็นในขณะนี้เล่มนี้สามารถนำไปให้รัฐบาล เป็นข้อเสนอและปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งนำเสนอหนังสือเล่มนี้ ได้เลย ยกตัวอย่างอย่างเช่น ข้อเสนอที่เป็นปัญหาอย่างเช่น ท่านก็ได้แสดงให้เห็นเลยว่า ปัญหาของที่ผ่านมาก็คือเรื่องการกำหนดราคา ซึ่งมีคุณภาพและราคาที่ตกต่ำต่างกันกับ ภาวะปกติ ซึ่งเคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่ราคาถึง ๔๐-๕๐ บาท และปัจจุบันเหลือ ๒-๓ บาท จนต้องนำไปทิ้ง หรือแม้แต่โครงสร้างภาษีที่มันไม่เอื้ออำนวยถูกไหมครับ ที่ทำให้ ผู้ประกอบการบางส่วนได้รับผลประโยชน์ แต่ขณะเดียวกันเกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ จากในส่วนนี้ และทำให้เกิดเป็นปัญหาต่อเนื่องตกต่ำ หรือแม้การปล่อยให้มีการลักลอบ นำเข้าหนังสัตว์ที่ไม่มีคุณภาพนำเข้ามา และสุดท้ายกลายเป็นปัญหาสำหรับเกษตรกรคนของ บ้านเราเอง ตรงนี้ซึ่งผมก็เห็นแล้วว่าในส่วนที่กรรมาธิการได้นำเสนอและเชิญส่วนราชการ ต่าง ๆ รวมทั้งภาคเอกชนเข้ามานั่งคุยกัน เพื่อแก้ปัญหา แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเห็นได้ เลยครับ มีกระทรวงที่เกี่ยวข้องเยอะมาก อย่างเช่น กระทรวงพาณิชย์ที่มีการพูดถึง การควบคุมปริมาณการนำเข้า หรือแม้แต่ข้อแนะนำที่ให้หาตลาดใหม่ หรือส่วนของ กระทรวงการคลังที่ให้มีการทบทวนเรื่องอัตราภาษีอีกครั้ง หรือค่าธรรมเนียมในการนำเข้า อนุญาต หรือกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่หันกลับมาแนะนำใช่ไหมครับ ว่านำส่วนของหนังสัตว์ที่ใช้ภายในประเทศนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ ยกตัวอย่างเช่น รองเท้า ซึ่งสามารถที่จะช่วยเกษตรกรได้มากขึ้น หรือกระทรวงอุตสาหกรรมในส่วนที่จะเข้าไปควบคุม กำหนดคุณภาพและรูปแบบของโรงงาน เพื่อที่จะได้พัฒนา รวมทั้งตัวโรงงานเองได้มีคุณภาพ หรือแม้แต่สุดท้าย อย่างเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งตรงนี้ผมก็เห็นแล้วว่ามันมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ด้วย ซึ่งเป็นต้นเรื่องของงานของเกษตรกรในส่วนของปศุสัตว์ทั้งหมด การยกคุณภาพของโรงงานซักฟอก การควบคุมคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้วัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้หนังเสียหาย ซึ่งตรงนี้ก็จะเห็นได้ว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยอะกระทรวง เกือบ ๗-๘ กระทรวง ถามว่าข้อเสนอแนะของกรรมาธิการนี้ซึ่งมีประโยชน์จะนำไป ดำเนินการได้อย่างไร ผมเรียนว่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดครับว่า ได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถาม ไปถึงหน่วยงาน อย่างเช่น ๔ รัฐมนตรีแล้วที่ได้มาตอบ แต่ว่าไม่ได้รับความกระตือรือร้น หรือว่าการแก้ไขเพิ่มเติม ผมจึงขอเรียนยกตัวอย่างเช่น ถัดจากนี้ไปเมื่อรัฐบาลได้รับข้อเสนอ ตรงนี้แล้ว ควรจะนำหน่วยงานทั้งหมดเหล่านี้ให้มีเจ้าภาพบูรณาการทำงานร่วมกัน ผมก็ได้มาดู ได้มีโอกาสดูงานของพวกเราที่ได้ทำในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเสนอให้ฝ่ายบริหาร ยกตัวอย่าง เช่น ท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านก็ได้ เสนอแนวคิดครับว่า สิ่งที่ท่านทำสำเร็จมาแล้วก็คือซาเล้งโมเดล (Model) ซึ่งตัวนี้คือท่านก็ เป็นเจ้าภาพเอง เชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมานั่งคุยกัน ทบทวนแก้ปัญหา ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ในที่สุดก็เป็นคำตอบ วันนี้ราคากระดาษซึ่งเคยตกต่ำ วันนี้ก็สามารถ ที่จะมีราคาขึ้น สามารถทำความพึงพอใจให้กับบรรดาคนที่เก็บเศษกระดาษ ซึ่งผมก็เชื่อว่า ถ้าหน่วยงาน ตัวอย่างกระทรวงที่เกิดขึ้นวันนี้ ๗-๘ กระทรวง ถามว่าถ้าไม่มีคนกลางที่มา เกี่ยวข้องไม่มีทางทำได้เลยครับ เราต้องการคอนดักเตอร์ (Conductor) ดี ๆ แต่ละหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องพวกนี้เปรียบเสมือนเครื่องดนตรีครับ ไม่รู้ว่ามีกี่ร้อยชนิด แต่ถ้าเกิดว่าคุณไม่มี คอนดักเตอร์ (Conductor) ดี ๆ ในการควบคุมทำงาน เสียงซิมโฟนี (Symphony) ที่ออกมา ไม่มีโอกาสไพเราะ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าได้มีผู้บริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลส่งตัวแทน คนใดคนหนึ่งมาและบูรณาการหน่วยงานพวกนี้ทั้งหมด กระทรวง กรม ผู้ประกอบการ รวมทั้งเกษตรกรมานั่งจับเข่าคุยกัน ผมเชื่อได้ว่าเรื่องนี้สามารถที่จะแก้ปัญหาเรื่องราคาหนัง ตกต่ำ รวมทั้งปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถทำได้ เพราะรายงานของพวกเราที่ทำในฉบับนี้ สมบูรณ์ ดำเนินการได้เลย เป็นคู่มือที่ดำเนินการได้เลยทันที สุดท้ายผมก็ต้องขอชื่นชม และขอขอบคุณท่านกันตวรรณ ตันเถียร ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านอนุชา น้อยวงศ์ และท่านเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ที่ในฐานะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนำเรื่องเข้ามาสู่สภา และได้ทำการศึกษาเรื่องนี้นะครับ ผมเชื่อว่าการทำหน้าที่ของพวกท่านทั้ง ๔ คน ทำหน้าที่ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้อย่างดีที่สุดในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และหวังว่าฝ่ายบริหาร จะได้นำหนังสือและคู่มือเล่มนี้ไปประกอบการพิจารณา และปัญหาก็ได้รับการแก้ไข ขอบพระคุณครับ