นพดล ชี้ท้องถิ่นมีศักยภาพ ผลักดันบริการทะเบียนออนไลน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

นพดล แก้วสุพัฒน์ อภิปรายเรื่องการปรับปรุงบริการทะเบียนราษฎรและบัตรประชาชน พร้อมเสนอให้ใช้ศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณระหว่างภาครัฐและท้องถิ่น และผลักดันการบริหารงบประมาณแบบบูรณาการผ่านระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออภิปรายรายงานผลการพิจารณาแนวทางการปรับปรุงให้บริการด้าน ทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ในส่วนของทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน โดยเฉพาะบัตรประจำตัวประชาชน ผมคิดว่าปัจจุบันนี้เป็นเรื่องของการบริการออนไลน์ (Online) ทั่วประเทศ และหน่วยที่ออนไลน์ (Online) ที่มีความพร้อมมากที่สุด ปัจจุบันนี้ผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความพร้อม เพราะมีงบประมาณและบุคลากรจำนวนมาก หลายแห่งที่อยู่บนอำเภอ ยังใช้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นไปนั่งบริการ ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่นั้น ควรที่จะอยู่ในที่ทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงควรพิจารณาถึงว่าถ้าเป็นไปได้ ก็ใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าไม่ใช่ซ้อนกันเหมือนปัจจุบันนะครับ เพราะว่าท้องถิ่นเองก็มี งบประมาณที่จะต้องใช้อยู่ประจำ อีกส่วนหนึ่งจากที่ดูแล้วการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ผมอยากจะโยงถึงการบริหารราชการส่วนภูมิภาคที่จะเป็นจุดที่จะบริหารเรื่องงบประมาณ เป็นหลักนะครับ จากการบริหารราชการแผ่นดิน เราใช้งบประมาณทั้งประเทศที่สภาผู้แทนราษฎร อนุมัติให้ทั้งประเทศ ประมาณปีละ ๓.๑-๓.๒ ล้านล้านบาท เป็นเงินที่เก็บได้ประมาณ ๒.๔-๒.๕ กู้ประมาณ ๗.๗ ถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ก็หมายความว่าเราเก็บได้ประมาณ ๒.๔-๒.๕ ใช้เป็นรายจ่ายประจำของส่วนราชการภูมิภาค ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้หนี้ไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบลงทุนเหลืออยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ลองไปคิดดูว่าเป็นเงินอยู่เท่าไร ก็ประมาณแสนกว่า ล้านบาทเท่านั้น ที่เหลือที่ใช้อยู่ก็คือเงินที่กู้มานะครับ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราจัดสรรไป ๒๙ ร่วม ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ลองคิดดูว่าในส่วนตรงนี้เมื่องบประมาณบริหารลงในพื้นที่ในรายงานของคณะกรรมาธิการ ได้พูดถึงการบูรณาการงบประมาณในระดับพื้นที่หรือแอเรีย (Area) ของส่วนราชการ ซึ่งผมเอง มองไม่เห็นว่ามีการตั้งงบประมาณในระดับพื้นที่จังหวัด ทั้งส่วนราชการส่วนภูมิภาคเอง ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่ฝากไว้ เมื่อสักครู่นี้ก็มีหลายคนได้พูดถึงว่าราชการส่วนภูมิภาคเอง ที่ฝากไว้ในระดับพื้นที่ประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าแห่งที่เป็นส่วนราชการฟังก์ชัน แต่ในส่วนนั้นเอง ยังมีพื้นที่ที่มีท้องถิ่นอีก ๗,๘๕๐ กว่าแห่ง ซึ่งงบประมาณของท้องถิ่นทั้งประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน ลองไล่ดูตรงนี้นะครับ แต่ส่วน ภูมิภาคเองในแต่ละจังหวัดไม่รู้ว่าเป็นงบอะไรบ้าง บูรณาการกันแบบไหน มีการทำดาต้า (Data) ข้อมูลงบประมาณแบบไหนที่จะมองว่า ในระดับพื้นที่จังหวัดหนึ่งมีการใช้งบประมาณ ในระดับจังหวัดนั้นเท่าไร ในส่วนท้องถิ่นเองผมคิดว่าเขามีการรายงานแน่นอน เพราะว่า แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ อบจ. เทศบาล อบต. จะต้องรายงานการตั้ง งบประมาณของตัวเองไปรวมอยู่ที่จังหวัดนั้นเป็นงบประมาณทั้งจังหวัด แต่ส่วนของภูมิภาคเอง ค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของข้าราชการเป็นรายจ่ายประจำและรายจ่าย เพื่อการลงทุนไม่รู้เท่าไรถ้าเอามารวมกัน นั่นก็คือรายการของการบริหารราชการงบประมาณ ทั้งจังหวัดจึงจะไปแยกได้ว่า การลงทุนหรือการพัฒนาเมื่อตัดรายจ่ายประจำออกไปแล้ว จะเหลือเท่าไร งบประมาณที่ซ้อนกันอยู่ระหว่างท้องถิ่นกับภูมิภาคส่วนราชการที่มารวมกันนี้ เป็นงบประมาณที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ถ้าเป็นงบประมาณที่ซ้ำซ้อนการบริหารด้วยระบบใหม่ ก็คือระบบรัฐบาลดิจิทัล (Digital) กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้า ผมคิดว่ามันวิเคราะห์ได้ง่าย แล้วก็จะดูได้ว่าซ้ำซ้อนกันขนาดไหน การกระจายอำนาจลงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะเป็นคนทำเขาทำอยู่แล้ว ก็คือมีภารกิจอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ของทุกส่วนราชการ ตามกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายกระจายอำนาจ พร้อมทั้งภารกิจที่ ครม. กำหนด ภารกิจ ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด และส่วนราชการกำหนดก็กำลังจะลงไปให้ท้องถิ่นกำลังทำ แต่เรากำลังใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อนกัน ตรงนี้เองถ้าบริหารด้วยระบบดิจิทัล (Digital) แล้วก็ คงจะทำให้รู้ด้วยว่าการทำงบประมาณที่คุ้มค่าและตามได้ของส่วนราชการ ก็คือถ้าท้องถิ่น ในจังหวัดนั้น หรือพื้นที่จังหวัดนั้นมีฐานข้อมูลคือดาต้า (Data) เดียวกันในการบริหาร งบประมาณ มีแพลตฟอร์ม (Platform) ในการที่จะตรวจดูได้ มีแอป (App) ที่จะให้พี่น้อง ประชาชนติดตามได้ก็คงจะรู้ว่างบประมาณนั้นใช้ไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ อย่างไรที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน ไม่เหมือนกับปัจจุบันที่ตั้งแล้วซ้อนกันแล้วตรวจไม่ได้ก็ควรจะพูดถึง การกระจายอำนาจที่ว่าจะเอาฐานท้องถิ่นหรือพื้นที่เป็นตัวตั้ง ผมคิดว่าการรายงานของ คณะกรรมาธิการก็คงจะพูดถึงเรื่องนี้ด้วย ก็อาจจะต้องลดบทบาทของส่วนภูมิภาคลง แล้วไปให้ท้องถิ่นทำ หรือการจะบูรณาการกฎหมายด้านไหนที่สามารถจะเชื่อมกันเพื่อ ประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง อาจจะต้องลดกำลังคนส่วนไหนเพื่อไปรวมกับส่วนพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ อีกส่วนหนึ่งราชการก็ต้องออกแบบให้ระบบราชการเป็นระบบดิจิทัล (Digital) ภาครัฐให้ได้เร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่แทบทุกส่วนแต่ไม่สามารถเชื่อมกันได้ เพราะว่า ไม่มีกฎหมายเชื่อมโยงกัน ยิ่งการบริหารงบประมาณในระดับจังหวัด เราเองมีการตั้ง งบประมาณที่เก็บได้จากสำนักงบที่ตามเก็บได้ แต่การรายงานเรื่องการจ่ายเงินจาก กรมบัญชีกลางซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณไม่ได้มีการพูดถึง ทำให้การใช้งบประมาณของ ภาครัฐไปตั้งกับส่วนราชการแล้วก่อให้เกิดรายได้ต่าง ๆ ไม่ได้รายงานภาครัฐ อันนี้ผมเอง ก็อยากเสนอว่าคณะกรรมาธิการนี้ควรที่จะตั้งข้อสังเกตไว้ แล้วก็ควรจะไปปรับปรุงครับ ขอบคุณมากครับ