ภาสกร แจงปัญหาบัตรประชาชนดิจิทัล-เสนอทบทวนการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ภาสกร เงินเจริญกุล แสดงความชื่นชมต่อกรรมาธิการที่ศึกษาแนวทางปรับปรุงบริการภาครัฐ พร้อมหารือประเด็นการใช้บัตรประชาชนในยุคดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลโดยภาคเอกชน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และความจำเป็นในการพัฒนาระบบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและโปร่งใส โดยเสนอให้ทบทวนการจัดการข้อมูลทะเบียนราษฎรภายใต้กรอบโอเพนดาต้าอย่างมีมาตรการคุ้มครอง และเรียกร้องให้ขับเคลื่อนรายงานที่ศึกษาไว้ให้เกิดผลจริงโดยระบุอุปสรรคทั้งด้านกฎหมาย งบประมาณ และเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่ตอบสนองประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการที่หาหัวข้อดี ๆ แล้วก็มาศึกษาเพื่อปรับปรุง การบริการของภาครัฐ แล้วก็เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมมีหัวข้ออยู่ประมาณสัก ๓ หัวข้อ อยากจะเป็นข้อเสนอแนะความคิดเห็นแชร์กับทางกรรมาธิการว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการใช้งานประโยชน์จากบัตรประจำตัวประชาชนแล้วก็ ข้อมูลทะเบียนราษฎร ทางคณะกรรมาธิการก็มีการศึกษาเรื่องนี้มาเหมือนกันค่อนข้างดีด้วย มีการเสนอเป็นระบบดิจิทัล (Digital) เป็นไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) เรื่องของการพิสูจน์ อัตลักษณ์ตัวตน แต่อยากจะชี้ให้เห็นบางประเด็นอย่างนี้ครับว่า วันนี้บัตรประจำตัวประชาชน เราเป็นสมาร์ตการ์ด (Smart Card) แต่การใช้ประโยชน์มันน้อยมาก โดยเฉพาะภาครัฐ เรามีบัตรประจำตัวประชาชน วันนี้เลิกซีร็อกซ์ (Xerox) ก๊อบปี้ไปแล้ว อันนี้ก็ดีใจกับ พี่น้องประชาชนว่าเราไม่ต้องมานั่งเสียค่าซีร็อกซ์ (Xerox) ส่งเอกสารให้กับราชการ แต่ประเด็นที่น่าระวังก็อย่างนี้ครับ คือวันนี้ภาคเอกชนได้นำข้อมูลจากบัตรประจำตัว ประชาชนไปใช้หลากหลายมาก ซึ่งอาจจะต้องขออนุญาตในการอ่านจากบัตรประจำตัว ประชาชนก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือว่าในเล่มนี้ผมยังไม่เห็นการบริการภาคอนาคต หรือทางโซเชียล (Social) ซึ่งอนาคตจะปรับปรุงไปเยอะมาก ผมยกตัวอย่างความน่ากลัว แบบนี้ครับท่านประธาน สมมุติวันนี้เราต้องการสมัครชอปปิงออนไลน์ (Shopping online) สัก ๑ ที่ หรือวันนี้เราจะเทรด (Trade) พวกบิตคอยน์ (Bitcoin) ต่าง ๆ ดิจิทัล เคอร์เรนซี (Digital Currencies) ต่าง ๆ นี้ วิธีการสมัครเขาเป็นแบบนี้ครับท่านประธาน เขาก็ต้องเอา บัตรประจำตัวประชาชนให้เราถ่ายรูป แล้วก็ส่งบัตรประจำตัวประชาชนที่เราถ่ายรูปไปให้เขา แล้วก็ถ่ายหน้าตัวเองส่งไปด้วย อันนี้หมายความว่าอย่างไรครับ ข้อมูลทั้งหมดเราหลุดไป เรียบร้อยแล้ว เลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ หน้าตาเรา เรียบร้อยแล้วครับ สมัยก่อนอาจจะให้เรากรอก วันนี้เอกชนไม่เชื่อจนต้องให้เราส่งไปเลยบวกหน้าด้วย ซึ่งอันนี้น่ากลัวมาก มันโยงมาถึงข้อที่ ๒ คือเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ผมก็ยังไม่ค่อยเห็น ความชัดเจนในรายงานฉบับนี้เท่าไร แต่เข้าใจว่าท่านพยายายามที่จะเอาบัตรประจำตัว ประชาชนข้อมูลลิงก์ (Link) กับพวกไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) พิสูจน์ตัวตนว่าคือคนที่ไปใช้ ข้อมูลจริง ๆ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเพียงพอหรือเปล่ากับการแค่เอาบัตรประจำตัวประชาชน ลิงก์ (Link) กับไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) เพราะมันมีหลายวิธี ยกตัวอย่าง วันนี้ไปส่งของ ตามพัสดุต่าง ๆ เขาก็จะกลัวว่าเราส่งของผิดกฎหมาย ก็ให้เอาบัตรประจำตัวประชาชนเสียบ ก็เสียบด้วยเจ้าของบัตรนะครับ แต่คนที่เสียบบัตรที่เสียบอาจจะไม่ใช่เจ้าของบัตรก็ได้ เพราะคนที่รับพัสดุต้องการรู้ว่าแค่ใครมาส่ง สมมุติผมไปเก็บบัตรประจำตัวประชาชนใบหนึ่งได้ ก็เสียบได้เหมือนกัน ฉะนั้นก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยว่าเราจะจัดการข้อมูลพวกแบบนี้ อย่างไรบ้าง ลองสังเกตวันนี้คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ระบาดเยอะมาก ข้อมูลมันหลุด ไม่รู้ว่าบัตรประจำตัวประชาชนอันนี้ทำออกมาแล้วสุดท้ายประโยชน์ที่ได้ภาครัฐได้ หรือเอกชนได้มากกว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นสาระเพราะสุดท้ายบัตรตัวนี้มันคือบัตรที่เอาไว้สำหรับ ใช้ยืนยันตัวตนเราในการจะทำธุรกรรมอะไรก็แล้วแต่ บางประเทศอาจจะไม่ได้ใช้เลข บัตรประจำตัวประชาชนเป็นตัวอ้างอิงในการทำธุรกรรมทุกอย่าง แต่วันนี้เราใช้เลขบัตร ๑๓ หลักในการยืนยันทุกอย่าง อาจจะต้องมีรหัสอีกสักชุดหนึ่งหรือเปล่า ก็อาจจะต้อง เสนอแนะเหมือนกันว่าการสร้างระบบความปลอดภัยเราจะทำกันอย่างไร แล้วที่สำคัญ ก็คือว่าภาครัฐเห็นมีโพรเจกต์ บิกดาต้า (Project Big Data) โอเพน ดาต้า (Open Data) เต็มไปหมดเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไรมันจะเสร็จ เมื่อไรมันจะลิงก์ (Link) กันได้ ถ้าหาก ไม่ลงมือร่วมกัน โดยเฉพาะฐานข้อมูลของทะเบียนราษฎร ผมว่าจริง ๆ เป็นตัวตั้งต้นหลักควร จะเปิดโอเพน ดาต้า (Open Data) จริง ๆ จัง ๆ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชนจะไปใช้ แต่ก็ต้องดูความปลอดภัย

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมว่าอันนี้สำคัญมาก ที่เราศึกษากันผมเชื่อว่า ทางหน่วยงานภาครัฐก็รู้ หลาย ๆ ท่านก็รู้ ผู้บริหารก็รู้ดีเหมือนกัน เพราะวันนี้ไม่ใช่วันแรก ที่เราคุยกัน แต่ปัญหาคือว่าทำไมมันไม่ถูกปฏิบัติออกมาเป็นรูปธรรมให้ประชาชน หรือหน่วยงานเอกชน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ ก็ต้องดูครับ อาจจะติดข้อกฎหมาย อันนี้ก็ต้องบอกกัน ในรายงานตัวนี้ไม่มีบอกว่าถ้าเราจะปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมหน่วยงาน ภาครัฐติดอะไร งบประมาณบอกครับ กฎหมายบอกครับ หรือไม่มีอำนาจ หรือทำไม่ได้ เทคโนโลยีไม่ทัน อุปกรณ์ไม่พร้อม ก็ต้องบอกว่าอันนี้เป็นวิธีการ อีกอันหนึ่งก็คือระยะเวลา ทำให้มันสำเร็จตามที่เราศึกษาเมื่อไร มิฉะนั้นมันจะเป็นรายงานที่เราทำแล้วส่งไป แล้วมัน ไม่มีฟีดแบ็ก (Feedback) อะไรตอบกลับมา อาจจะตอบกลับมาว่ารอปฏิบัติงานอยู่ หรืออะไร ซึ่งถ้าเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่ง หรือเอาข้อมูลที่เราได้พูดคุยกันวันนี้ส่งประกอบไป ผมว่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ขอบพระคุณครับ